ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 18

ทริปกระชับรักที่ดูยังไงก็เวอร์

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงกonกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังของนภัสสรที่ดังแว่วมาจากลานจอดรถด้านล่าง ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเมฆาสz้กนิดเดียวครับ ในเวลานี้ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสของชายหนุ่มกำลังจดจ่ออยู่กับการจัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาให้กับหญิงสาวตรงหน้า รินลดายืนนิ่งให้อีกฝ่ายดูแลด้วยความเก้ๆ กังๆ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้ทั้งคู่จะผ่านเรื่องราวและผ่านความลำบากมาด้วยกันจนเรียกได้ว่ารู้ไส้รู้พุง แต่การถูกปฏิบัติราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายเช่นนี้ ก็ยังทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ดี "คุณเมฆานี่ล่ะก็... ทำไมต้องทำอะไรให้มันใหญ่โตขนาดนี้ด้วยล่ะครับเนี่ย" รินลดาเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะดุ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้ม เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องสูทเพนต์เฮาส์สุดหรูระดับเจ็ดดาว ที่กระจกใสบานยักษ์เปิดออกรับวิวท้องทะเลสีครามกว้างสุดสายตา เรือยอชต์ส่วนตัวลำมหึมาจอดเทียบท่าอยู่เบื้องล่าง และที่สำคัญที่สุด... ทั้งเกาะส่วนตัวแห่งนี้ ในเวลานี้มีเพียงแค่เขาก and เธอเท่านั้น เมฆายิ้มรับบางๆ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนรินลดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "ก็คนมันอยากพาแฟนมาพักผ่อนหย่อนใจจากความวุ่นวายบ้างนี่ครับ จะให้พาไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางเหมือนตอนเริ่มจีบกันใหม่ๆ มันก็คลาสสิกดี... แต่บอกตามตรงว่าผมรำคาญไอ้พวกชอบทำหน้าตาน่ารำคาญใส่คุณเวลาเราไปไหนมาไหนครับ" ประโยคเรียบๆ แต่แฝงความหวงแหนและอำนาจล้นเหลือแบบฉบับของเมฆา ทำให้รินลดารู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบเบาๆ ที่อกของชายหนุ่มแก้เขิน "พูดจาอะไรก็ไม่รู้ เจ้าเล่ห์จริงๆ นะครับคุณเนี่ย" "เจ้าเล่ห์เฉพาะกับคุณคนเดียวนั่นแหละครับ" เมฆาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะยื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียอบางของเธอไว้ "ป่ะครับ... ได้เวลาไปดินเนอร์มื้อค่ำที่ทางรีสอร์ทเขาเตรียมไว้ให้เราแล้ว รับรองว่าทริปกระชับรักครั้งนี้ จะทำให้คุณลืมความเครียดจากการทำงานไปได้สนิทเลยล่ะครับ" แม้รูปประโยคจะฟังดูโรแมนติกและอบอุ่นหัวใจ แต่สำหรับคนอย่าง "ฮาไม่จำกัด" แล้ว ความสุขสงบมักจะเป็นเพียงแค่ฉากหน้าที่คั่นกลางระหว่างความบันเทิงชุดใหญ่ไฟกระพริบครับ! การเดินทางไปยังจุดดินเนอร์บนยอดหน้าผาของเกาะส่วนตัวนั้น ไม่ได้ใช้รถกอล์ฟกระจอกๆ ทั่วไป แต่เมฆาเล่นใหญ่ด้วยการเหมาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นใหม่ล่าสุดมาจอดรอรับถึงหน้าวิลล่า เสียงใบพัดกังวานก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา รินลดานั่งมองหน้าชายหนุ่มสลับกับวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เธอยังจำภาพเมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่เมฆายังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศหน้าตาเฉยชา หิ้วแฟ้มเอกสารเดินตากฝนด้วยรองเท้าผ้าใบขาดๆ ได้อย่างแม่นยำ ใครจะไปคิดล่ะครับว่า วันหนึ่งชายหนุ่มคนนี้จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของย่านธุรกิจใจกลางเมือง และเปย์เธอด้วยวิธีที่ชวนให้รู้สึกว่า... *นี่มันเวอร์เกินไปแล้วจริงๆ!* "คุณเมฆาครับ... สรุปว่าที่เราเดินสายกว้านซื้อตึก ซื้อย่านการค้า แล้วก็เหมาเกาะส่วนตัวเนี่ย คุณเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะครับเนี่ย? อย่าบอกนะว่าไปปล้นธนาคารมาจริงๆ" รินลดาเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังลอยตัวเหนือผืนน้ำสีมรกต เมฆาหันมามองคู่ชีวิตของตน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ผมหน้าตาเหมือนโจรปล้นธนาคารเหรอครับคุณริน? เงินพวกนั้น... มันคือดอกผลจากการลงทุนอันชาญฉลาด... และการรู้จักเก็บเล็กผสมน้อยต่างหากครับ" *ลงทุนอันชาญฉลาดบ้านคุณสิครับ! เล่นกว้านซื้อตึกทั้งย่านจนเจ้าของเก่าแทบจะมากราบกรานขอชีวิตแบบนั้น เขาเรียกผูกขาดตลาดทางเศรษฐกิจแบบสายฟ้าฟาดต่างหาก!* (เสียงนี้ไม่ได้มาจากรินลดา แต่มาจากเหล่าตัวร้ายที่กำลังนอนร้องไห้กอดเข่าอยู่ในคุกตารางครับ) เมื่อเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดสนิทบนลานจอดบนยอดหน้าผา กลิ่นอายของความหรูหราก็พุ่งปะทะจมูกทันที โต๊ะอาหารค่ำถูกจัดแต่งอย่างประณีตด้วยดอกไม้หายากนับพันดอก แสงเทียนวับแวมท่ามกลางสายลมเย็นสบายของท้องทะเลยามค่ำคืน เสียงไวโอลินบรรเลงสดจากนักดนตรีมืออาชีพที่บินตรงมาจากยุโรปดังคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกจนแทบจะละลาย รินลดาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอทรامตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่อย่างระมัดระวัง พลางกวาดสายตามองอาหารเลิศรสบนโต๊ะที่มีทั้งคาเวียร์เกรดพรีเมียมทรัฟเฟิลขาว และไวน์วินเทจราคาแพงระยับที่แค่มองฉลากก็รู้ว่าราคาคงซื้อรถยนต์อีโคคาร์ได้ทั้งคัน "ชอบไหมครับ?" เมฆาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะที่รินรินไวน์ลงในแก้วทรงสูงให้เธออย่างสุภาพ "ชอบสิครับ... แต่มันดูฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเปล่าครับเนี่ย กินข้าวแค่นี้ ทำไมต้องลงทุนปิดเกาะแถมจ้างวงดนตรีระดับโลกมาเล่นให้ฟังสองคนด้วยล่ะครับ" รินลดาเอ่ยปากแซะเบาๆ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม "สำหรับคุณแล้ว... ไม่มีอะไรที่ฟุ่มเฟือยเกินไปหรอกครับ" เมฆายกแก้วไวน์ขึ้นชนเบาๆ กับแก้วของเธอ "ชีวิตคนเรามันสั้นครับคุณริน ตอนที่เราลำบาก ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเราสักคน พอนำความสำเร็จมาได้ เราก็ต้องใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด... จริงไหมครับ?" บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่น เคมีของความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความฉิบหายวายป่วงของเหล่าตัวร้ายในบทก่อนหน้า ช่างตัดกันได้อย่างลงตัวและชวนให้คนอ่านรู้สึกฟินจิกหมอน แต่ทว่า... ในโลกของเมฆา ความสุขมักจะมีแขกไม่速เชิญแวะเวียนมาทักทายเสมอ ในจังหวะที่เมฆากำลังจะตักอาหารเข้าปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินลับเลาะริมหน้าผา พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรีสอร์ทที่พยายามวิ่งตามสกัดกั้นใครบางคน "เฮ้ย! พวกคุณขึ้นมาตรงนี้ไม่ได้นะครับ! นี่เป็นเขตหวงห้ามส่วนบุคคล!" เสียงบอดี้การ์ดหนุ่มใหญ่ตะโกนลั่น เมฆาวางช้อนในมือลงช้าๆ สีหน้าไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยارเย็นที่มุมปากที่ถูกยกขึ้นมาทักทายผู้มาใหม่ รินลดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เธอหันไปมองตามเสียงนั้น และพบกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทรงผมที่เคยเซ็ตมาอย่างดีตอนนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นท่า เขากำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้าจากการวิ่งขึ้นหน้าผาชัน ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือ "ท่านประธานชัยยุทธ" อดีตผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ผู้เคยดูถูกเมฆาไว้เจ็บแสบในงานประมูลตึกเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน! ชัยยุทธหอบแฮก พยายามก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร แต่ถูกบอดี้การ์ดชุดดำของเมฆาสกัดไว้ด้วยการกดไหล่ให้คุกเข่าลงกับพื้นสนามหญ้าอย่างไม่ใยดี "คุณ... คุณเมฆา!" ชายสูงวัยตะโกนเรียกชื่อด้วยเสียงอันสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสมเพช "ได้โปรด... เมตตาผมด้วยครับ! บริษัทของผมกำลังจะล้มละลาย หุ้นร่วงติดฟลอร์ ธนาคารระงับวงเงินกู้ทั้งหมด... ลูกน้องผมบอกว่า... บอกว่าเบื้องหลังทั้งหมดคือคุณ! ได้โปรดถอนฟ้องแล้วปล่อยผมไปเถอะครับ!" เมฆานั่งไขว่ห้างประสานมือไว้ที่ตัก ชายหนุ่มมองภาพอดีตผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยแววตาเรียเฉย ไร้ซึ่งความสงสารเวทนาแม้แต่น้อย เขายกจิบไวน์ช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยเสียงกระทบเบาๆ ที่ดังก้องไปทั่วความเงียบ "ท่านประธานชัยยุทธครับ..." เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่เย็นเยียบเสียจนรินลดาที่นั่งข้างๆ ยังต้องลูบแขนตัวเอง "ตอนที่คุณเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อความสะใจของคุณ คุณเคยคิดถึงวันนี้บ้างไหมครับ?" ชัยยุทธหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกพูดไม่ออก ได้แต่กราบกรานลงกับพื้นหญ้า เมฆายิ้มมุมปาก ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด (Black Card) ออกมาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะโยนมันลงไปตรงหน้าชายวัยกลางคน พร้อมกับเอ่ยประโยคพิฆาตที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนต้องสะดุด "ถ้าอยากให้ผมปล่อยคุณไป... ก็เชิญรูดบัตรใบนี้จ่ายค่าเสียหายทั้งหมด 5,000 ล้านบาทตรงนี้ให้ดูหน่อยสิครับ... ถ้ารูดผ่าน ผมอาจจะพิจารณาให้คุณไปขายก๋วยเตี๋ยวข้างทางแบบที่ผมเคยผ่านมา... ว่าไงล่ะครับ?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเสพความสะใจไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%