ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 9

ใครว่าผมจนนะ?

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"สวัสดีค่ะ คุณเมฆา... ไม่คิดเลยนะคะว่าคนที่เราตามหา จะมาเหมาซื้อตึกแถวเล่นแก้เบื่ออยู่ตรงนี้เอง" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน รินลดาเผลอขยับตัวเข้ามาขวางหน้าผมโดยสัญชาตญาณ มือเรียวบางของเธอควชายเสื้อของผมไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองผู้มาใหม่อย่างไม่ไว้วางใจ "คุณ... คุณนัทชา?" รินลดาอุทานเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด นัทชา หญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมเข้ารูปสะโอดสะอง ก้าวเข้ามาในห้องรับรองด้วยท่าทีราวกับนางพญาผู้ถือครองโลกทั้งใบ เธอยกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเหยียดหยามมองกราดตั้งแต่หัวจรดเท้าของผมและรินลดา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงโดยไม่ได้รับเชิญ ด้านหลังของเธอมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทดำสวมแว่นกันแดดยืนประกบซ้ายขวาราวกับบอดี้บาร์ดมืออาชีพ "แหม น้องริน... ยังอยู่ที่นี่อีกเหรอคะเนี่ย นึกว่าจะพาแฟนหนุ่มตกงานคนนี้ไปเร่ขายซาลาเปาประทังชีวิตที่ไหนเสียแล้ว" นัทชาหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเธอบาดลึกและจงใจเหยียดหยามเต็มที่ "ถึงว่าล่ะ ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปจากร้านกาแฟ ที่แท้ก็มาเดินตามตื๊อผู้ชายกระจอกๆ ที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกระเบื้องปูพื้นห้องน้ำนี่เอง" ผมไม่ได้โต้ตอบทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ผมหยิบแก้วกาแฟกระดาษราคาถูกขึ้นมาจิบช้าๆ พลางกวาดสายตามองเอกสารสัญญาซื้อขายที่กองอยู่บนโต๊ะ ในมุมมองของคนอื่น เมฆาคนนี้ก็เป็นแค่ไอ้หนุ่มออฟฟิศหน้าโง่ที่ลาออกมาอย่างไร้อนาคต แต่พวกเขาคงลืมไปว่า... บางครั้ง คนเราก็แค่เบื่อกับการเป็นฟันเฟืองราคาถูกในระบบ แล้วเลือกที่จะซื้อทั้งโรงงานมาตั้งเตาเผาทิ้งเล่นเสียมากกว่า "คุณนัทชามาทำอะไรที่นี่ครับ?" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขัดหูขัดตา "ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะคะ?" นัทชาเชิดหน้าขึ้นสูง ดวงตาคมปลาบกวาดมองตึกแถวรอบด้านด้วยความทะเยอทะยาน "ย่านการค้าเก่าแก่นี้กำลังจะถูกรีโนเวตเป็นคอมมูนิตี้มอลล์มูลค่าหลายพันล้าน และกลุ่มทุนของฉัน... 'พงศ์ภัทร กรุ๊ป' ได้กว้านซื้อที่ดินเกือบหมดแล้ว ยกเว้นก็แต่..." เธอลากเสียงยาว พลางเหลือบมองผมด้วยหางตา "เศษสวะแปลงสุดท้ายที่ไอ้โง่ที่ไหนก็ไม่รู้ดันบังAาญมาเหมาตัดหน้าไปเมื่อวานนี้" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รินลดาตัวสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธที่ถูกดูถูกอย่างไร้เกียรติ เธออ้าปากจะเถียงกลับ แต่มือหนาของผมเอื้อมไปแตะไหล่บางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ผมวางแก้วกาแฟลงกระทบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "อ๋อ... แปลงที่ผมเหมาไว้สี่คูหาติดหัวมุมถนนน่ะเหรอครับ?" ผมทวนคำ ยิ้มรับอย่างใจเย็น "พอดีผมคิดว่าทำเลมันฮวงจุ้ยดีน่ะครับ เอาไว้เปิดร้านขายลูกชิ้นปิ้งน่าจะรุ่ง" "ฮ하! ลูกชิ้นปิ้งงั้นเหรอ?" นัทชาหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกที่สุดในรอบปี บอดี้การ์ดด้านหลัง2คนก็พลอยยิ้มเยาะตามไปด้วย "แกนี่มันสมองกลวงสิ้นดี! รู้ไหมว่าที่ดินตรงนั้นมูลค่าเท่าไหร่? สี่คูหาบวกค่าชดเชย เกือบแปดสิบล้านนะยะ! แกไอ้คนหาเช้ากินค่ำ เอาเงินที่ไหนมาซื้อ? ไปกู้หนรียืมสินใครมาล่ะสิไม่ว่า!" นัทชาก้มลงมองกระดาษสัญญาในมือของเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินที่หน้าซีดเผือด เธอตบโต๊ะเสียงดังปัง! "ฉันให้เวลาแกสิบวินาที เซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ทั้งหมดให้พงศ์ภัทรซะ! ฉันจะเมตตาจ่ายให้แกสิบล้าน... ถือว่าเป็นกำไรชีวิตที่แกไม่มีวันหาได้อีกแล้วในชาตินี้ ถือว่าฉันทำบุญให้ทานก็แล้วกัน!" สิบล้าน... จากราคาประเมินและมูลค่าจริงที่พุ่งสูงทะลุร้อยล้านไปแล้ว นี่คือการกดราคาแบบปล้นกันกลางวันแสกๆ รินลันทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอก้าวออกมาข้างหน้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "พวกคุณทำเกินไปแล้วนะ! พี่เมฆาไม่ได้ขาย! และพวกเราก็ไม่ต้องการเงินทานหัวอะไรนั่นด้วย!" "อ้าว นังเด็กเสิร์ฟปากดี!" นัทชาลุกขึ้นยืนตบโต๊ะหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "แกมีสิทธิ์อะไรมาขึ้นเสียงกับฉัน? รู้จักเจียมตัวซะบ้างว่ายืนอยู่ต่อหน้าใคร!" ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด ผมก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูง 185 เซนติเมตรของผมทำให้ร่มเงาทอดทับร่างของนัทชาจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าของผมหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่ทรงพลังและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ผมยื่นมือไปหยิบกระเป๋าเงินหนังแท้สีดำเรียบหรูที่วางอยู่บนโต๊ะ หยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำฝังอยู่ด้านหน้า ออกมาถือไว้ในมือ "คุณนัทชาครับ..." ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ "คุณบอกว่าผมไม่มีปัญญาซื้อสินะครับ?" นัทชาขมวดคิ้วมองบัตรในมือผมด้วยความงุนงง "บัตรอะไรของแกวะ? บัตรเติมเงินเซเว่นเหรอ? อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะไอ้เมฆา เซ็นสัญญาซะ! ไม่งั้นแกจะไม่มีแผ่นดินจะ11" ผมไม่สนใจคำขู่ของเธอ หันไปหาเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินที่นั่งตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์ แล้ววางบัตรสีดำลงบนเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับระบบการโอนเงินของธนาคารกลาง "รบกวนตัดยอดซื้อตึกแถวสี่คูหา พร้อมค่าธรรมเนียมและเงินบริจาคบำรุงเขตพิเศษ ยอดรวมหนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาทถ้วน หักจากบัญชีนี้ได้เลยครับ" สิ้นคำพูดของผม ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ นัทชาอ้าปากค้าง ส่วนบอดี้การ์ดทั้งสองคนขยับตัวเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย *ปี๊บ!* เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นหนึ่งครั้งสั้นๆ ตามด้วยเสียงพิมพ์ใบเสร็จกระดาษความร้อนที่พ่นยาวออกมาอย่างรวดเร็ว... รวดเร็วและต่อเนื่อง ราวกับเครื่องพิมพ์เงินที่ไม่วันหยุด ไฟสถานะสีเขียวบนเครื่องกะพริบถี่ๆ ยืนยันการทำธุรกรรมมูลค่ามหาศาลผ่านฉลุยในเวลาไม่ถึงสามวินาที! เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินหยิบกระดาษใบเสร็จขึ้นมาดู ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า มือไม้สั่นเทาจนกระดาษเกือบหลุดมือ เมื่อสายตาอ่านตัวเลขยอดเงินในบัญชีคงเหลือที่ปรากฏอยู่ด้านล่าง... ตัวเลขศูนย์ยาวเหยียดที่ต่อท้ายด้วยสกุลเงินหลักพันล้าน! "วะ... วงเงิน... วงเงินไม่จำกัด..." เจ้าหน้าที่หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับกำลังมองพระเจ้า "ทะ... ท่านประธาน... ท่านเมฆา... รายการทำธุรกรรม... สำเร็จเรียบร้อยครับ!" นัทชาหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปจนหมดสิ้น เธอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "มะ... เป็นไปไม่ได้! แกเป็นแค่... แกเป็นแค่พนักงานกระจอกๆ!" ผมก้มลงหยิบบัตรสีดำเก็บใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น เดินเข้าไปใกล้ผู้หญิงที่เคยเหยียดหยามผมจนลมหายใจของเธอติดขัด รินลดายืนมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน แต่แววตาของเธอกลับฉายประกายความภูมิใจอย่างล้นพ้น ผมโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนัทชาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด แต่กลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเธอ "ใครว่าผมจนล่ะครับคุณนัทชา? พอดีว่า... ผมแค่เกลียดการต่อรองกับเศษสวะที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อตึกด้วยเงินสดเท่านั้นเอง" ผมผละตัวออกมา ยิ้มหวานให้นัทชาที่ตอนนี้ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะหันไปคว้ามือบางของรินลดามากุมไว้แน่น "กลับกันเถอะครับคุณริน... ไปดูทำเลสร้างร้านลูกชิ้นปิ้งร้อยล้านของเรากันดีกว่า" --- (โปรดติดตามตอนต่อไป... ความลับเบื้องหลังอาณาจักรที่แท้จริงของเมฆากำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดคิดซึ่งจะพลิกกระดานทุกอย่าง!) ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%