ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 10

เลขาฯ ส่วนตัวที่ไม่มีใครกล้าหือ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนความหงุดหงิดระคนดูแคลนได้อย่างชัดเจน ร่างของ "คุณหญิงวิภา" กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ยืนค้ำหัวพนักงานสาวหน้าตาจืดชืดที่กำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดคราบกาแฟบนโต๊ะ เธอหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหู "รินลดา... เธอคิดจริงๆ หรือว่าการได้เป็นเด็กฝึกงานในตึกย่านการค้านี้ จะทำให้เธอมีปัญญาเชิดหน้าชูตาเทียบชั้นกับตระกูลใหญ่ได้? หันไปดูสภาพตัวเองเสียบ้าง เสื้อผ้าก็แค่แบรนด์ตลาดนัด รองเท้าส้นสูงก็ส้นสึกจนแทบจะเดินไม่ไหว... ถ้าไม่ใช่เพราะความสงสารของท่านประธาน ฉันไล่เธอออกไปนานแล้ว" รินลดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยไหววูบเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอัดอั้น ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอต้องทนรับแรงกระแทกจากคำดูถูกเหยียดหยามสารพัดรูปแบบจากบรรดาผู้บริหารสายเลือดเก่าที่ไม่ยอมรับพนักงานรากหญ้าอย่างเธอ แต่เธอก็เลือกที่จะอดทน เพื่อยืนหยัดเคียงข้างเมฆา ชายหนุ่มที่คอยดูแลเธอในวันที่ไม่มีอะไรเลย แม้ตอนนี้เขาจะกลายเป็นเจ้าของตึกแห่งนี้แบบงงๆ ตามคำบอกเล่า แต่วิถีชีวิตระดับไฮโซและการเมืองในสำนักงานยังคงเป็นสนามรบที่โหดร้ายสำหรับเธอเสมอ "ดิฉันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ค่ะ... เอ่อ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ครับ" รินลดาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปเพราะความประหม่า คุณหญิงวิภาจึงหัวเราะเยาะลั่นห้องประชุมใหญ่ที่มีพนักงานนับชีวิตนั่งลุ้นอยู่ "ฮ่าๆๆ! ดูนั่นสิ! พูดจาตะกุกตะกักแถมยังดูไร้รสนิยม คนแบบนี้เนี่ยนะที่จะมาเป็นเลขาฯ คอยประสานงานโปรเจกต์ร้อยล้าน? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าแม่สาวน้อย? วันนี้ฉันในฐานะบอร์ดบริหารจะริบโต๊ะทำงานเธอไปให้หลานสาวฉันใช้เสีย เพราะหลานฉันจบนอกมาโดยตรง ไม่ใช่พวกไต่เต้ามาจากก้นบึ้งของสังคม!" บรรยากาศในห้องเงียบกริบ พนักงานหลายคนก้มหน้าหลบสายตา บ้างก็แอบอมยิ้มสะใจที่เห็นคนระดับล่างถูกตบหน้ากลางอากาศอย่างไร้ทางสู้ รินลดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธระลอกใหญ่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอไม่ใช่คนยอมคน แต่ในสถานการณ์ที่ไร้ซึ่งอำนาจต่อรอง เธอกลับทำได้เพียงกัดริมฝีปากสะSซีเพื่อกลั้นน้ำตา ทว่า ในวินาทีที่ความอึดอัดกำลังแผ่ขยาย ประตูห้องประชุมบานมหึมาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยปลายรองเท้าหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่ว ปัง! เสียงนั้นดังสนั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้น เมฆา ก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทตัดเยصیพิเศษเข้ารูปสีเทาเข้ม ใบหน้าที่เคยดูซื่อๆ ไร้พิษภัยบัดนี้กลับเรียบนิ่งดุจน้ำแข็ง สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่อยู่ภายในห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของคุณหญิงวิภาที่กำลังหน้าถอดสี "อ้าว... คุณเมฆา ประธานคนใหม่ของตึกนี้เองเหรอคะ?" คุณหญิงวิภาปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว แม้จะมีความประหม่าฉายชัดในแววตา แต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งความถือดี "ดิฉันกำลังอบรมสั่งสอนพนักงานไร้คุณภาพคนนี้ให้อยู่ในร่องในรอยแทนคุณอยู่พอดีค่ะ จะได้ไม่เสียชื่อเสียงของบริษัทเรา—" "ใครอนุญาตให้คุณเรียกเธอว่าพนักงานไร้คุณภาพ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแทรกกลางอากาศ บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันทีราวกับเปิดแอร์ติดลบ เมฆาเดินตรงเข้าไปหารินลดาอย่างไม่สนใจสายตาใคร เขายื่นมือไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ ลูบหลังมือปลอบประโลมด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคุณหญิงวิชาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "แล้วก็... ใครอนุญาตให้คุณมาสั่งปลดคนของผม?" "คนของคุณ? เธอก็แค่..." "เธอคือคู่ชีวิตของผม และในขณะเดียวกัน..." เมฆาเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีที่ชวนให้อีกฝ่ายหัวใจกระตุกวูบ "...เธอกำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผมเอง" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที บรรดาผู้บริหารต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ รินลดาเองก็เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เธอดึงชายเสื้อสูทของเมฆาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามเพราะเกรงว่าเรื่องจะบานปลาย แต่เมฆากลับตบหลังมือเธอเบาๆ เป็นสัญญาณว่าให้วางใจ คุณหญิงวิภาแค่นหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงกลัว "เลขาฯ ส่วนตัวงั้นเหรอ? คุณเมฆา... คุณคงไม่รู้สินะว่าการเป็นเลขาฯ ของประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศแบบเราเนี่ย มันต้องมีโปรไฟล์ระดับโลก ต้องรู้ภาษาที่สามที่สี่ ต้องดีลกับนักลงทุนต่างชาติระดับพันล้านได้ เด็กกะโปโลคนนี้ทำอะไรเป็นบ้างนอกจากชงกาแฟ? ต่อให้คุณจะซื้อตึกนี้ทั้งตึกได้ แต่คุณซื้อ 'ความสามารถ' และ 'ชาติตระกูล' ให้เธอไม่ได้หรอกนะ!" คำพูดเชือดเฉือนนั้นเรียกเสียงพยักหน้าเห็นด้วยจากบรรดาบอร์ดบริหารสายเก่า เมฆาเพียงแค่ฟังนิ่งๆ เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้ได้ราวกับสุภาพบุรุษผู้ใจเย็น แต่แววตาคู่นั้นกลับประกายความอันตรายออกมาอย่างชัดเจน "พูดได้ดีครับ... เรื่องชาติตระกูลผมคงซื้อให้ไม่ได้จริงๆ เพราะผมชอบสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยมือตัวเองมากกว่า" เมฆายิ้มรับ ก่อนจะดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง "แต่เรื่องโปรไฟล์ระดับโลกที่คุณว่าเนี่ย... ผมบังเอิญจัดเตรียมไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วล่ะครับ" สิ้นเสียงของเมฆา ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ท่าทางสง่างามและแววตาเฉียบคมดุจพญาอินทรีทำให้ทุกลมหายใจในห้องถึงกับสะดุด "มร. โรเบิร์ต แวน ไดค์" อดีตมือโปรระดับโลกผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับท็อปของวอลล์สตรีท ผู้ซึ่งกุมบังเหียนการลงทุนมูลค่าหลายแสนล้าน และไม่เคยรับงานเป็นที่ปรึกษาให้ใครมาก่อนในรอบสิบปี เดินตรงเข้ามาหยุดยืนโค้งคำนับให้รินลดาอย่างนอบน้อมท่ามกลางความตกตะลึงจนกรามค้างของทุกคนในห้อง "สวัสดีครับท่านเลขาธิการ... ผมได้รับเกียรติอย่างสูงจากท่านประธานเมฆา ให้มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณรินลดาในระยะเวลาสามเดือนนี้ เพื่อถ่ายทอดทุกกลยุทธ์การบริหารระดับโลกให้ครับ" โรเบิร์ตเอ่ยด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชที่ทรงพลัง ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตแสดงเอกสารการโอนหุ้นและสิทธิ์การอนุมัติงบประมาณที่อยู่ภายใต้การดูแลของรินลดาให้เธอดู ตัวเลขศูนย์นับสิบหลักบนหน้าจอนั้นทำเอาคุณหญิงวิภาถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย รินลดาอ้าปากค้าง หันไปมองหน้าเมฆาที่ส่งยิ้มกวนๆ กลับมาให้เธออย่างเจ้าเล่ห์ "ทีนี้..." เมฆาก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวคุณหญิงวิภาที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนต่อรินลดา แต่กลับเยือกเย็นและเฉียบขาดจนบาดลึกถึงกระดูกเมื่อเอ่ยกับอีกฝ่าย "คุณยังคิดว่าคนของผม 'ไร้คุณภาพ' อยู่ไหมครับ... คุณวิภา?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องไปที่ภาพตรงหน้าด้วยความหวาดผวา รินลดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความสะใจ ความซาบซึ้ง และความตื่นตะลึงกับอำนาจที่เมฆาซ่อนเอาไว้เบื้องหลังท่าทางกวนๆ นั้น ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของเมฆากลับแผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสนิท เมฆากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากคุณหญิงวิภา ปลายสายส่งเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนก "ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ! ตอนนี้มีกลุ่มทุนปริศนากว้านซื้อหุ้นในเครือทั้งหมดของเราแบบสายฟ้าแลบ มูลค่าการซื้อขายทะลุสามพันล้านภายในเวลาไม่ถึงนาที... และ... และผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่กำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวครับ!" เมฆายิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ "ไม่ต้องตกใจไป... ให้เขาขึ้นมาได้เลย" แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำของเฮลิคอปเตอร์ลำมหึมาที่กำลังบินวนลดระดับลงจอดบนดาดฟ้าตึกผ่านกระจกบานใส... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%