ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 11

ปาร์ตี้บนเรือยอร์ชที่คนทั้งเมืองอิจฉา

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เชิญออกไปครับ... รายชื่อของคุณไม่อยู่ในระบบแขกรับเชิญ" เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุดสูทสากลสีดำสนิท กล่าวทวนซ้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึก แต่กลับดังชัดเจนท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ และเสียงพูดคุยจอแจของเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักที่ยืนถือแก้วแชมเปญรอต่อคิวขึ้นเรือยอร์ชลำมหึมาจอดเทียบท่าอย่างสง่างาม อภิสิทธิ์ หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ริมฝีปากสั่นระริกจนเกือบจะเคี้ยวลิ้นตัวเองเข้าให้ เขาเหลือบมองการแต่งกายจัดเต็มของตัวเองในชุดสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสนที่อุตส่าห์ไปยืมเพื่อนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความอับอายขายขี้หน้า เพราะสายตานับร้อยคู่ของคนในแวดวงธุรกิจกำลังจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว "คุณตาฝากดูให้ดีๆ สิครับ!" อภิสิทธิ์พยายามเค้นเสียงขู่ลอดไรฟัน ทั้งที่เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง "ผมเป็นถึงประธานบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางนะ! การ์ดเชิญสีทองอร่ามใบนี้... เพื่อนผมที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของงานนี้เป็นคนส่งให้ผมกับมือเลยนะ!" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก้มลงมองการ์ดในมือแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างสุภาพจนน่าหมั่นไส้ "ขออภัยด้วยจริงๆ ครับท่าน... ทางเราคัดกรองแขกตาม 'รหัสประจำตัวดิจิทัล' ที่ท่านเจ้าภาพลงทะเบียนไว้โดยตรงเท่านั้น การ์ดกระดาษเคลือบทองคำเปลวปลอมๆ แบบนี้ ทางเราแจกให้เด็กเสิร์ฟใช้รองแก้วน้ำส้มคั้นครับ" "อุ๊บ!" เสียงหัวเราะคικคัคหลุดออกมาจากกลุ่มสาวสังคมไฮโซที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนอภิสิทธิ์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะกระอ่ำเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ เขาหันขวับไปหมายจะเอาเรื่อง แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษเข้ารูปพอดีตัว ที่กำลังก้าวเดินลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำมหึมาซึ่งเพิ่งลงจอดนิ่งสนิทบนดาดฟ้าเรือยอร์ช ท้องไส้ของเขาก็รู้สึกโหวตเหวงขึ้นมาทันทีราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำ เมฆา... ผู้ชายคนที่เขาเคยเหยียดหยาม เคยถ่มน้ำลายใส่หน้า และเคยหัวเราะเยาะเย้ยในร้านกาแฟกระจอกๆ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน บัดนี้กำลังก้าวเดินด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนผู้คนต้องรีบแหวกทางให้อย่างนิ่มนวล ด้านข้างของเขาคือรินลดา หญิงสาวคนรักที่สวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มปักเลื่อมระยิบระยับขับผิวให้ผุดผ่อง รอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าของเธอประดับด้วยความมั่นใจและสง่างามจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ "อ้าว... คุณอภิสิทธิ์" เมฆาหยุดเดินเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนเกะกะอยู่หน้าทางขึ้นเรือ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มทักทายแบบมิตร "มาเที่ยวทะเลเหรอครับ? แต่งตัวเต็มยศเชียว เสียดายจัง... วันนี้ผมเหมาลำเรือยอร์ชจัดงานเลี้ยงส่วนตัว ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขาจรขึ้นมาเดินเล่นนะครับ" "เมฆา! แก..." อภิสิทธิ์ชี้หน้าสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อ "นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ! แกเอาเงินที่ไหนมาเช่าเรือยอร์ชลำนี้! แล้วไหนจะเฮลิคอปเตอร์นั่นอีก... แกไปปล้นธนาคารที่ไหนมา! หรือว่าแกแอบยักยอกเงินบริษัทเก่า!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รัศมีแห่งความตกใจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ บรรดาแขกเหรื่อที่พยายามดึงหน้าให้ดูนิ่งสงบ เริ่มกระซิบกระซาบกันเสียงเบา เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มท่าทางธรรมดาๆ คนนี้ จะเป็นเจ้าของงานปาร์ตี้ระดับพันล้านที่คนทั้งเมืองต่างพากันแย่งชิงบัตรเชิญแทบตาย เมฆายกยิ้มมุมปาก ช้าๆ เขาปลดกระดุมสูทออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองตรงไปยังอภิสิทธิ์ ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวจิ๋วที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้นร้อน "ยักยอกเหรอครับ? คำก็ปล้น สองคำก็ยักยอก..." เมฆาหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผมคงต้องขอบคุณคำดูถูกและรอยยิ้มเหยียดหยามของคุณในวันนั้นจริงๆ นะครับอภิสิทธิ์... เพราะถ้าวันนั้นคุณไม่ไล่ผมออกจากตึกด้วยความสะใจ วันนี้ผมคงไม่มีแรงผลักดันจน 'ซื้อตึกที่คุณเช่าอยู่' แล้วก็ 'กว้านซื้อหุ้นบริษัทเครื่องสำอางใกล้เจ๊งของคุณ' จนหมดหน้าตักแบบนี้หรอกครับ" เปรี้ยง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของอภิสิทธิ์ในเวลากลางวันแสกๆ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ก... แกพูดว่าอะไรนะ? ซื้อตึก... ซื้อหุ้นบริษัทฉันงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! นายทุนที่ไหนจะบ้ากว้านซื้อบริษัทใกล้เจ๊งแบบนั้น!" "ก็นายทุนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณนี่แหละครับ" รินลดาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสนทนา แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกคนรอบข้างต้องหันมามอง เธอก้าวเข้าไปใกล้เมฆาเล็กน้อย มือเรียวยาวเอื้อมไปจัดปกเสื้อสูทให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองอภิสิทธิ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "ทางเราตรวจสอบบัญชีบริษัทของคุณเรียบร้อยแล้วนะครับ... และข่าวดีก็คือ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณพ้นสภาพจากการเป็นประธานบริษัทเรียบร้อยแล้วครับ เพราะผมกับเมฆาเพิ่งเซ็นเอกสารไล่คุณออกเมื่อห้านาทีก่อนตอนที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์นี่เอง" อภิสิทธิ์หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวจนพูดไม่ออก เขากวาดสายตามองไปรอบตัวเพื่อหาความช่วยเหลือจากบรรดาเพื่อนสนิทไฮโซที่เคยร่วมดื่มสุราด้วยกัน แต่ทว่า... ทุกคนต่างพากันเบือนหน้าหนี ถอยกรูดออกไปคนละทิศคนละทาง ราวกับเขากำลังเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่พร้อมจะแพร่เชื้อใส่พวกเขาได้ทุกเมื่อ "เชิญออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของผมด้วยครับ" เมฆายกมือขึ้นโบกเบาๆ เป็นสัญญาณเชิงไล่ ส่งผลให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสี่คนเดินตรงเข้ามาประกบข้างอภิสิทธิ์ทันที "อ้อ... แล้วก็ค่าสูทราคาหลักแสนที่คุณยืมเพื่อนมาใส่น่ะ ถ้าไม่มีจ่าย เดี๋ยวผมช่วยเซ็นชื่ออนุมัติเงินกู้ยืมฉุกเฉินดอกเบี้ยร้อยละสิบต่อวันให้เอาไหมครับ? ถือว่าทำบุญให้กับคนตกงาน" เสียงหัวเราะคิกคักจากฝูงชนดังขึ้นระลอกใหญ่ อภิสิทธิ์กรีดร้องในลำคอด้วยความคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด เขาสลัดแขนจากการจับกุมของการ์ดแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากท่าเรืออย่างไม่คิดชีวิต ท่าเสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือเยาะเย้ยไล่หลังดังระงมไปทั่วบริเวณ เมฆายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงยืนเคียงข้างเขาด้วยแววตารักใคร่ลึกซึ้ง รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ และแสงไฟจากเรือยอร์ชที่สะท้อนผืนน้ำระยิบระยับ "เหนื่อยไหมครับคุณภรรยา?" เมฆากระซิบถามเสียงนุ่ม พรางยื่นมือไปกุมมือเรียวนุ่มของเธอไว้แน่น "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ..." รินลดาตอบเสียงหวานพร้อมกับอมยิ้มบางๆ "แต่ถ้าคุณยังแกล้งคนอื่นแบบนี้อีก... คืนนี้ฉันคงต้องลงโทษด้วยการให้คุณเป็นคนล้างจานเองทั้งหมดแล้วล่ะค่ะ" เมฆาหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เขาจะหันไปผายมือเชิญแขกรับเชิญคนอื่นๆ ที่เหลือให้ก้าวขึ้นสู่เรือยอร์ชเพื่อเริ่มต้นงานเลี้ยงที่แท้จริง ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดินตามขึ้นไปนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้นสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นข้อความจากระบบธนาคารส่วนบุคคลแจ้งยอดเงินคงเหลือในบัญชีที่เพิ่งถูกหักออกไปสำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการทั้งหมดของอภิสิทธิ์... แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้คิ้วเข้มของเมฆาต้องขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ก็คือตัวเลขยอดเงินคงเหลือในบรรทัดสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ ยอดเงินคงเหลือ: -0.00 บาท (วงเงินสำรองฉุกเฉินถูกเปิดใช้งานอัตโนมัติ: 10,000,000,000 บาท) และพร้อมๆ กันนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือสายตรงจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีรหัสประเทศ ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความสุขของเขาอย่างกะทันหัน เสียงปลายสายเป็นเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของชายชราคนหนึ่ง ที่เอמהกล่าวทักทายเขาด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ "ยินดีด้วยนะท่านประธานเมฆา... คุณทำภารกิจกว้านซื้อย่านการค้าสำเร็จครบตามเงื่อนไขแล้ว... ตอนนี้ ถึงเวลาที่คุณต้องมารับมรดกชิ้นสุดท้าย 'ตระกูลลับ' ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแล้วล่ะครับ..." ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความสะใจมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ และเตรียมพบกับความมันส์ระดับพิกัดในตอนถัดไปได้เลยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%