"ถ้าคิดว่าการเดินกลับเข้ามาในห้องนี้ ด้วยชุดเดรสสีดำราคาเจ็ดหลัก แล้วจะทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางร้ายละครหลังข่าวเกรดบำเหน็จได้ล่ะก็... เธอคงต้องไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลใหม่เสียก่อนนะน้องสาว"
เสียงปรบมือแปะๆ ดังขึ้นสามครั้งจากมุมมืดของห้องจัดเลี้ยงหรูหรา เมฆายืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นวิวระฟ้าของย่านการค้าใจกลางเมือง ซึ่งปัจจุบัน—แน่นอนว่าโฉนดทุกตารางนิ้วใต้เบื้องล่างนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างไร้ข้อกังขา เขายกแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงวินเทจขึ้นจิบเบาๆ สายตาส่งยิ้มแบบสุภาพชนที่เคลือบด้วยยาพิษระดับสิบส่วนไปยังร่างระหงที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงประตู
หญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิท—คนที่ทุกคนในงานต่างเข้าใจว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ปริศนาเมื่อสัปดาห์ก่อน—ชะתากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามแนวไรผมที่ถูกเซ็ตมาอย่างประณีต ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและแผนการอันชั่วร้าย บัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมของชายหนุ่มที่เธอเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี
"มะ... เมฆา เป็นไปได้ยังไง นายควรจะ..." เสียงนั้นขาดห่วง
"ควรจะล้มละลาย? ควรจะกราบกรานขอร้องให้ธนาคารยึดตึกแถวโทรมๆ ย่านนั้นคืน? หรือควรจะนอนตายอยู่ข้างกองขยะเหมือนหมาข้างถนนอย่างที่เธอกับไอ้พวกผู้บริหารหน้าเลือดร่วมมือกันวางแผนไว้ตั้งแต่แรกสินะครับ?" เมฆาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำแต่น่าขนลุกแผ่ซ่านไปทั่วห้องจัดเลี้ยงที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
รินลดาที่ยืนเคียงข้างเขาในชุดราตรีสีขาวเรียบหรูแต่สง่างาม ขยับมือเรียวเข้าไปกุมมือของเมฆาไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นคือเครื่องเตือนใจว่า ผ่านคืนวันที่มืดมนที่สุดมาด้วยกันอย่างไร รินลดาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เธอเพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามี ก่อนจะปรายตามองผู้หญิงที่บังaniอาจก้าวเข้ามาในอาณาจักรของพวกเขาด้วยสายตาที่สงบนิ่งแต่น่าเกรงขามยิ่งกว่าคมดาบ
"จำได้ไหมครับ..." เมฆาก้าวเดินช้าๆ เข้าหาร่างที่สั่นเทา รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตาย "วันที่ผมหอบเอกสารสัญญาเช่าร้านกาแฟไปกราบกรานขอต่อสัญญา ค่าเช่าที่พวกคุณโขกสับขึ้นไปสามเท่าตัวในชั่วข้ามคืน วันนั้นเธอยืนอยู่ตรงจุดที่เธอยืนอยู่ตอนนี้เลย... แล้วพูดว่าอะไรนะ?"
เมฆาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวเธอยิ่งทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้
"'คนจนๆ อย่างพวกแก สองสามีภรรยา ไม่มีวันมีปัญญาซื้อแม้แต่กระเบื้องสักแผ่นในย่านนี้หรอก'... ประโยคนี้ คมคายมากครับ ผมยังจำได้ขึ้นใจเลย"
"ฉัน... ฉันแค่ทำตามคำสั่งของบอร์ดบริหาร..." หญิงสาวพยายามหาข้อแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์
"บอร์ดบริหารเหรอครับ?" เมฆายิ้มกว้างขึ้น ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสะใจ "น่าเสียดายจัง... ตอนนี้ผมเป็นประธานกรรมการบริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นใหญ่ 98% ของบริษัทพวกคุณทั้งหมดแล้ว และมติแรกที่ผมเซ็นอนุมัติเมื่อห้านาทีก่อน คือการไล่ตะردคนทรยศอย่างพวกเธอออกอย่างไร้เบี้ยบำนาญ พร้อมกับยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและอาญาในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินบริษัท... หวังว่าชุดเดรสสีดำนี่ จะใส่ไปศาลได้สวยงามพอสมควรนะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของอดีตคู่ปรับสาวก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พรมราคาแพงไม่สามารถซับความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอได้ เสียงสะอื้นไห้ระคนความหวาดกลัวดังระงม แต่ไม่มีใครในห้องนั้นกล้าแม้แต่จะขยับตัวเข้ามาช่วยเหลือ ทุกสายตาต่างมองมาที่เมฆาด้วยความยำเกรงสูงสุด—นี่คือมหาเศรษฐีตัวจริงผู้กุมชะตากรรมของคนนับพันในย่านนี้อย่างเบ็ดเสร็จ
รินลดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอียงคอมองสามีด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "คุณนี่นะ... ขี้แกล้งเป็นเด็กไปได้ เล่นใหญ่ซะจนแขกในงานตกใจหมดแล้ว"
"ผมเปล่าเล่นใหญ่นะครับที่รัก..." เมฆาหันกลับมาเปลี่ยนโหมดเป็นชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนทันที เขาย่อตัวลงโอบไหล่ภรรยาคนสวยเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม "นี่คือความยุติธรรมในแบบฉบับของ 'ฮาไม่จำกัด' ต่างหากล่ะครับ... ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะไปเสียเวลาโกรธใครนานๆ สู้ซื้อตึกแล้วไล่พวกเขาออกทีละคน สะใจกว่าตั้งเยอะว่าไหมครับ?"
รินลดาหัวเราะคิกคัก ยอมปล่อยให้สามีโอบกอดท่ามกลางบรรยากาศความหรูหราที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัด ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นที่ต้องคอยคำนวณเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อกาแฟสักแก้ว มา100% สู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจครึ่งค่อนเมืองในปัจจุบัน มันคือบทพิสูจน์ว่าความอดทนและความฉลาดแกมโกงในยามจำเป็น สามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งให้กลายเป็นผู้กุมเกมได้อย่างแท้จริง
ค่ำคืนนั้นดำเนินต่อไปอย่างหรูหรา เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกรินเติมลงในแก้วคริสตัลไม่ขาดสาย เมฆาและรินลดาใช้เวลาช่วงค่ำในการเดินทักทายแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติที่ต่างพากันเข้ามาโค้งคำนับและประจบประแจงด้วยความนอบน้อม ความมั่งคั่งที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไร้ขีดจำกัดทำให้ชีวิตของพวกเขาในตอนนี้เปรียบเสมือนความฝันที่ไม่มีวันตื่น
แต่ทว่า... ในขณะที่เมฆากำลังยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จสูงสุดในชีวิต หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ
เขาก้มลงมองหน้าจอด้วยความสงสัย นิ้วเรียวกดเปิดดูข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารส่วนบุคคลระดับ Black Card ที่ผูกไว้กับบัญชีลับซึ่งไม่เคยเปิดใช้งานมาก่อน
ข้อความตัวอักษรวิ่งขึ้นบนหน้าจออย่างรวดเร็ว พร้อมกับตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล—ไม่ใช่หลักล้าน ไม่ใช่หลักร้อยล้าน แต่เป็นยอดเงินโอนเข้าปริศนาจากบุคคลนิรนามในต่างประเทศ ที่มีมูลค่าสูงกว่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดในย่านนี้รวมกันถึงสามเท่าตัว!
และวินาทีถัดมา เสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกหน้า ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับเสียงพูดคุยจากปลายสายที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเมฆาแข็งค้างไปในทันที
*“สวัสดีครับ คุณเมฆา... ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติ ที่เพิ่งโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้คุณเมื่อสักครู่นี้... หวังว่าคุณจะพร้อมรับมือกับ 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ที่กำลังจะบินลัดฟ้าไปลงจอดบนดาดฟ้าตึกของคุณในอีกสามนาทีข้างหน้านี้... นะครับ”*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมเสียงหัวเราะและความสะใจมาด้วยกันจนถึงโค้งสุดท้ายนี้นะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 28
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!