เสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับคลื่นสึнаமிที่พร้อมจะถล่มห้องจัดเลี้ยงสุดหรูระดับเจ็ดดาวแห่งนี้ให้ราบคาบ แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนภาพของมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลนับร้อยคนที่กำลังยืนขึ้นพร้อมเพรียงกัน สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูป ซึ่งกำลังเดินเคียงคู่มากับหญิงสาวในชุดราตรีสีไพลินที่เปล่งประกายความสง่างามสะกดทุกสายตา
รินลดาซบแขนเรียวเข้ากับท่อนแขนของผมอย่างแนบชิด สัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงสั่นน้อยๆ จากความตื่นเต้นที่เธอกำลังพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจ ผมก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ไม่ต้องเกร็งหรอกครับที่รัก วันนี้เราเป็นเจ้าภาพตัวจริง เสียงจริง... ไม่ใช่แค่คนมาเดินชมงานเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ"
รินลดาเหล่ตามองผมเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน "ค่ะ... เอ๊ย! ครับ ผมหมายถึง... คุณนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ นะครับเมฆา เล่นกว้านซื้อหุ้นของตระกูลวรโชติจนเกลี้ยงพอร์ตในเวลาไม่ถึงสัปดาห์แบบนี้ ใครจะไปตั้งตัวทัน"
"ก็บอกแล้วไงครับว่า แมลงตัวเดิมที่เคยโดนผมเหยียบหน้าสมัยก่อน มันยังไม่เข็ดหลาบ อยากจะลองเอาหน้ามาให้รองเท้าผมเหยียบซ้ำอีกรอบ ผมก็แค่... สงเคราะห์ความอยากของมันให้ถึงที่สุดเท่านั้นเองครับ"
พูดจบ สายตาของผมก็กวาดไปสะดุดเข้ากับร่างของ "กิตติ" ทายาทตระกูลวรโชติผู้เคยยิ่งยง ตอนนี้สภาพของเขาช่างน่าเวทนา ใบซีดเผือดราวกับคนเสียเลือดนั่งทรุดอยู่บนเก้าอี้มุมมืดของงาน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้นผสมปนเปกันจนดูบิดเบี้ยว เมื่อไม่กี่วันก่อน เขายังเป็นคนประกาศกร้าวกลางงานประมูลว่า จะเหยียบย่ำผมให้จมดิน แต่ในเวลานี้... ตึกระฟ้าสามหลังที่ตระกูลของเขาภาคภูมิใจนักหนa กลับกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอสังหาฯ ภายใต้ชื่อของรินลดาไปเสียแล้ว
กิตติกัดฟันกรอดจนกรามปูดนูน เขาผุดลุกขึ้นด้วยความโมโหจนขาดสติ เดินตรงดิ่งแหวกฝูงชนเข้ามาหาผมด้วยท่าทางเอาเรื่อง ดวงตาสดใสด้วยพิษสุราและอารมณ์เดือดดาล
"ไอ้... ไอ้เมฆา!" กิตติแผดเสียงดังลั่นจนเสียงดนตรีในงานต้องเงียบลง ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่จุดเกิดเหตุทันที "แก... แกมันแค่ไอ้พนักงานกระจอก! ใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรฮกต้มคนอื่น ถึงได้เอาสมบัติของตระกูลฉันไปได้! หน้าตัวเมียอย่างแก ไม่มีวันได้ดิบได้ดีหรอก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงชั่วขณะ บรรดานักธุรกิจรอบข้างต่างพากันกลั้นหายใจ รอดูกลวิธีเอาคืนจากมหาเศรษฐีหน้าใหม่ป้ายแดงอย่างผม
ผมไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอย่างใจเย็น ผมยกมือขึ้นห้ามนักบอดี้การ์ดที่กำลังจะพุ่งเข้าไปล็อกตัวกิตติไว้ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
"คุณกิตติครับ..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก "คำว่า 'หน้าตัวเมีย' เนี่ย ถ้าใช้กับคนที่เอาแต่เกาะพ่อแม่กิน พอหมดอำนาจก็ทำตัวเป็นหมาจนตรอกเห่าหอนไปวันๆ... มันน่าจะเข้าข่ายมากกว่าคนที่ใช้มันสมองหาเงินมาซื้อตึกที่คุณเคยยืนเก๊กถ่ายรูปนะครับ"
"แก...!" กิตติเงื้อมือขึ้นหมายจะชกหน้าผมด้วยความคับแค้นใจ
แต่ทว่า...
*แปะ!*
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่ฝ่ามือของผม แต่เป็นมือเรียวบางของรินลดาที่ฟาดลงบนแก้มของกิตติอย่างเต็มแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้คุณชายตระกูลดังถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
รินลดาปัดมือเบาๆ ด้วยท่าทางเรียบเฉย สายตาที่เธอมองลงไปยังกิตตินั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"จำไว้นะคะ... เอ๊ย! จำไว้นะครับคุณกิตติ" รินลดาแก้ไขคำพูดทันทีด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว "สามีของฉัน... เอ่อ ของผม... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอาปลายนิ้วสกปรกๆ มาแตะ ถ้าไม่อยากให้ตระกูลวรโชติที่เหลือแต่ชื่อ ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนจริงๆ ในวันพรุ่งนี้"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วห้อง เคมีระหว่างผมกับรินลดาในตอนนี้ ช่างเป็นการตบหน้าคู่แข่งที่ทรงพลังและหวานชื่นเสียจนคนโสดในงานแทบอยากจะกระโดดตึกตายตามตระกูลวรโชติไปเลยทีเดียว
ผมอมยิ้มด้วยความเอ็นดู พลางดึงเอวบางของรินลดาเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ก่อนจะหันไปสบตากับประธานสมาคมธุรกิจอสังหาฯ ที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความทึ่ง
"งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา... แต่ความบันเทิงของผมกับภรรยา ดูเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียมากกว่านะครับ" ผมกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
ทว่า... ในวินาทีที่เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นอีกครั้งเพื่อกลบความตึงเครียด บอดี้การ์ดส่วนตัวของผมก็เดินเข้ามาโน้มกระซิบข้างหูด้วยใบเคร่งเครียด สีหน้าของเขาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของผมชะงักไปเล็กน้อย
"นายครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง ส่งการ์ดเชิญพิเศษเข้ามาในระบบ โดยอ้างว่าเป็น 'เจ้าของที่ดินตัวจริง' ของย่านการค้าทั้งหมดที่เราเพิ่งเหมามาครับ..."
ผมหรี่ตาลงทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ใครกันที่มีอำนาจเหนือกว่าระบบโฉนดที่ผมเพิ่งกว้านซื้อมาทั้งหมด?
ปลายประตูกระจกบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในงาน—เพราะใบหน้านั้น... คือคนเดียวกับคนที่ควรจะตายไปจากชีวิตผมเมื่อสัปดาห์ก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 27
ชัยชนะอันหอมหวาน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!