"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... คุณชายหนีออกจากบ้าน"
เสียงแหบต่ำของชายสูงวัยในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองพิเศษบนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูใจกลางเมือง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายชราจนทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก
เมฆายืนนิ่ง ใบหน้าที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทและแววตาซื่อๆ ในยามปกติบัดนี้กลับเรียบเฉย แววตาของเขาคมกริบขึ้นมาวูบหนึ่งราวกับคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ปลอกไม้เก่าๆ เขากวาดสายตามองชายฉกรรจ์ในชุดดำนับสิบคนที่ยืนเรียงรายอยู่รอบห้อง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"หนีออกจากบ้านงั้นเหรอครับลุงวุฒิ..." เมฆาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ติดตามนับสิบคนขยับตัวด้วยความระแวง "ผมแค่มาหาความสงบสุขในแบบที่คนธรรมดาเขาทำกัน... ไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะตามมาขัดจังหวะความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของผมเร็วขนาดนี้"
"ท่านประธานใหญ่ทรงกริ้วมากนะครับที่คุณชายเอาเงินในบัญชีลับไปกว้านซื้อตึกการค้าทั้งย่านนั้นมาเล่นๆ เพียงเพราะ... เอ่อ... รสนิยมส่วนตัว" ลุงวุฒิทอดถอนหายใจยาวนานด้วยความเหนื่อยหน่าย แม้จะพูดด้วยความเคารพแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเฉียบขาด "ท่านบอกว่า ถ้าคุณชายยังไม่ยอมกลับไปรับตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทในสัปดาห์นี้... ทรัพย์สินทั้งหมดในเครือ รวมถึงย่านการค้าที่คุณชายเพิ่งเหมามา อาจจะต้องถูกตรวจสอบบัญชีอย่างละเอียด"
นี่คือการขู่... การขู่ระดับมหาเศรษฐีที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ในพริบตาเดียว
ทว่า เมฆากลับยิ้ม มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลุงวุฒิเคยเห็นมาตลอดหลายปีที่รับใช้ตระกูลนี้
"ตรวจงั้นเหรอครับ?" เมฆาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานหินอ่อนช้าๆ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "ฝากบอกท่านประธานใหญ่ด้วยนะครับ ว่าย่านการค้าที่ผมซื้อมา... ผมไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสักแดงเดียว เป็นเงินปันผลจากบริษัทสตาร์ทอัพที่ผมแอบไปลงทุนไว้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยต่างหากล่ะครับ"
ลุงวุฒิชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางตามวัยฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
"อีกอย่าง..." เมฆาหันกลับมามองชายชราด้วยสายตาที่จริงจังจนน่ากลัว "ผมไม่ใช่คุณชายหนีออกจากบ้านอีกต่อไปแล้ว... ผมคือเมฆา คนธรรมดาที่ตอนนี้มีแฟนเป็นพนักงานร้านกาแฟ และผมมีความสุขดีกับจุดนี้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด ลุงวุฒิจ้องมองคุณชายของตนเองอยู่นานนับนาที ก่อนที่มุมปากของชายชราจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นทีละน้อย
"สมเป็นคุณชายจริงๆ ครับ... เด็ดเดี่ยวและไม่เคยเปลี่ยน" ลุงวุฒิก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพอย่างแท้จริง "แต่กระดาษแผ่นนี้... ท่านประธานให้ผมเอามามอบให้ครับ"
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวางลงบนโต๊ะ เมฆาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ข้างในคือเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นส่วนใหญ่ของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ พร้อมลายเซ็นอนุมัติโอนสิทธิ์ขาดอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
"นี่คือ..."
"ของขวัญวันครบรอบ... จากท่านประธานใหญ่ ที่มอบให้กับ 'ว่าที่หลานสะใภ้' ทางพฤตินัยครับ" ลุงวุฒิเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านบอกว่า ถ้าคุณชายอยากใช้ชีวิตธรรมดา ก็จงเอาสิ่งนี้ไปดูแลคนที่คุณชายเลือกซะ... แต่อย่าลืมกลับไปเยี่ยมคนแก่ที่บ้านบ้างก็พอ"
เมฆานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง ความตึงเครียดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น รอยยิ้มของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลย มีเพียงความอบอุ่นและความซาบซึ้งใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
***
ณ คาเฟ่เล็กๆ ย่านชานเมือง แสงไฟสีส้มอบอวลสะท้อนกับกระจกใสหน้าร้าน รินลดากำลังเช็ดเคาน์เตอร์ด้วยความเหนื่อยอ่อน หลังจากผ่านพ้นวันที่วุ่นวายที่สุดในชีวิต เธอยังคงตกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน—ผู้ชายธรรมดาๆ ที่เธอคอยหยอกล้อและแบ่งปันแซนด์วิชให้กินในยามยาก แท้จริงแล้วกลับเป็นเจ้าของตึกทั้งย่าน!
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ รินลดาเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มอัตโนมัติก่อนจะชะงัก
ไม่ใช่ลูกค้าคนอื่น... แต่เป็นเมฆา รอยยิ้มที่เสนอหน้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดและแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"ทำไมวันนี้กลับเร็วน่ะ?" รินลดาเอ่ยถาม พยายามซ่อนความประหม่าในน้ำเสียง "หรือว่าโดนเจ้าของตึกไล่ตะردอีกแล้ว?"
เมฆาไม่ตอบ เขาเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เคาน์เตอร์กั้น ร่างสูงโปร่งก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อสบตาเธอนิ่ง แววตานั้นจริงจังและลึกซึ้งจนรินลดาต้องหลบตาโดยอัตโนมัติ
"ริน..." เสียงของเขาอ่อนโยนจนน่าใจหาย
"อะไรเล่า... ทำไมมองแบบนั้น?" รินลดาใจเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มือเล็กที่ถือผ้าขี้ริ้วอยู่เริ่มสั่นเล็กน้อย
เมฆาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง มือหนาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างนิ่มนวล ก่อนจะเลื่อนมันข้ามเคาน์เตอร์มาหยุดตรงหน้าหญิงสาว
"นี่อะไรอีกเนี่ย นายไปกว้านซื้อร้านขายกาแฟเพิ่มอีกร้านหรือไง?" รินลดาหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความตื่นเต้น
"ไม่ใช่ร้านกาแฟครับ..." เมฆายิ้มละมุน ดวงตาคู่นั้นทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด "นี่คือหุ้นส่วนใหญ่ของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดที่ผมถือครองอยู่... และผมกำลังโอนมันทั้งหมดให้คุณ"
รินลดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนคำพูดของตัวเองลงคอ เธอมองหน้าเมฆากลับไปที่ซองเอกสารสลับกันไปมาด้วยความมึนงง สมองของเธอหยุดทำงานไปชั่วขณะ
"นาย... นายพูดบ้าอะไรเนี่ย! เอาคืนไปเลยนะ ฉันไม่เอา!" รินลดารีบดันซองเอกสารกลับไปทันทีด้วยความตกใจ มือของเธอสั่นเทา "นี่มันเรื่องใหญ่เกินไปแล้ว นายสติหลุดหรือไงเมฆา!"
"ผมมีสติครบถ้วนดีครับริน..." เมฆายื่นมือออกไปกุมมือเล็กที่กำลังสั่นเทานั้นไว้แน่นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดความจริงใจทั้งหมดผ่านฝ่ามือ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณอยู่ข้างผมตอนที่ผมไม่มีอะไรเลย คุณแบ่งปันความสุขและรอยยิ้มให้ผมในวันที่ผมเหนื่อยล้า... สำหรับผมแล้ว คุณไม่ได้เป็นแค่พนักงานร้านกาแฟธรรมดา"
หัวใจของรินลดากระตุกวูบ น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกตื้นตัน ความรัก และความหวาดกลัวปะปนกันอยู่ในอกจนแน่นไปหมด
"เมฆา..." เสียงของเธอกระท่อนกระแท่น
"รินลดาคือราชินีของผม..." เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่หนักแน่นและจริงจังที่สุดในชีวิตของเขา "และราชินีสมควรได้รับอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... นี่คือของขวัญวันครบรอบของเราครับ"
รินลดานิ่งงั้น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของชายหนุ่ม เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือคำซาบซึ้งใดๆ ออกมา แต่ทว่า...
*Riiiiing—!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเมฆาสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศแสนหวานในทันที เมฆาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับมีรหัสพื้นที่จากต่างประเทศที่คุ้นเคยดี
รินลดาเห็นสีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ความตึงเครียดบางอย่างกลับมาเยือนอีกครั้ง
เมฆากดรับสายด้วยมือเดียวโดยไม่ได้ละสายตาไปจากหญิงสาว "ครับ... ผมเมฆาพูดอยู่"
เสียงปลายสายดังลอดออกมาเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางความเงียบของร้านกาแฟ เป็นเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้เมฆาต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว
*"คุณชายครับ... แผนการลงทุนโปรเจกต์หมื่นล้านที่ยุโรปถูกมือที่สามเข้ามาแทรกแซงแล้วครับ... และคนที่ถือหุ้นใหญ่ฝ่ายตรงข้าม... คือคนที่คุณเกลียดขี้หน้าที่สุดสมัยเรียนไฮスクูล"*
เมฆายืนนิ่งค้าง รอยยิ้มละมุนเมื่อครู่วันนี้เลือนหายไปจากใบหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
รินลดาใจหายวาบ เธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปในพริบตา "เมฆา... เกิดอะไรขึ้น?"
เมฆาวางสายช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความอันตรายปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับประโยคที่ทำให้รินลดาต้องหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ดูเหมือนว่า... จะมีแมลงตัวเดิมที่เคยโดนผมเหยียบหน้าสมัยก่อน... อยากกลับมาลองรองเท้าของผมใหม่อีกรอบสินะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 26
รินลดาคือราชินีของผม
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!