"ริน... หนีไปซะ... คนที่สั่งซื้อตึกทั้งหมด ไม่ใช่เมฆา... แต่เป็น..."
เสียงของ 'กิตติ' ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้เคยหยิ่งผยอง ขาดห้วงลงตรงนั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของความพ่ายแพ้ ร่างกายที่เคยสวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับบัดนี้ยับยู่ยี่ราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว เขาทรุดกายลงคุกเข่าราบคาบกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเพิ่งมองเห็นปีศาจที่จำแลงกายมาในคราบของชายหนุ่มหน้าตาธรรมดา
รินลดากะพริบตาปริบๆ หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มพนักงานร้านกาแฟที่ยืนเคียงข้างเมฆามาตลอด หันไปมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นคู่ชีวิตของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แต่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความไว้วางใจที่แน่นแฟ้นราวกับเหล็กกล้า
เมฆาถอนหายใจเบาๆ เขาปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนไหล่เสื้อเชิ้ตสีขาวของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้กิตติทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตายทางธุรกิจของอีกฝ่าย
"จะพูดอะไรต่อล่ะครับคุณกิตติ? หรือจะบอกว่าผมเป็นแค่ไอ้กระจอกที่บังเอิญถูกหวยรางวัลที่หนึ่งร้อยใบ?" เมฆาย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพจนน่าหมั่นไส้ แต่ดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "น่าเสียดายนะ ที่ความจริงมันน่าตื่นเต้นกว่าที่คุณคิดเยอะเลยล่ะครับ"
กิตติตัวสั่นเทา มือทั้งสองข้างที่เคยใช้เซ็นสัญญาฮุบกิจการคนอื่น บัดนี้กำลังจิกทึ้งพื้นคอนกรีตจนเล็บแทบฉีก ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนมันโถมเข้าใส่สมองจนแทบระเบิด ตึกย่านการค้าทั้งหมดหกสิบแปดตึก ศูนย์การค้าใจกลางเมืองอีกสามแห่ง และหุ้นในมือของเขาเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยเงินสดสำรองมหาศาล และคนที่อยู่เบื้องหลังกองทุนลึกลับนั้น... ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือไอ้หนุ่มพนักงานออฟฟิศที่เขาเคยไล่ตะردออกจากร้านกาแฟเมื่อสามเดือนก่อน!
"ทะ... ทำไม..." กิตติเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "แกเป็นใครกันแน่... บริษัทโฮลดิ้งระดับโลกนั่น... มันเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่!"
"ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งครับ..." เมฆายืดตัวขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็น "คนที่เคยถูกพวกคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนที่เคยต้องก้มหัวขอร้องให้พวกคุณปล่อยเช่าพื้นที่เปิดร้านกาแฟเล็กๆ ให้ริน... แต่พวกคุณทำยังไงล่ะครับ? ขึ้นค่าเช่าอย่างไร้เหตุผล ส่งอันธพาลมาขู่กรรโชก แถมยังดูถูกพวกเราสารพัด... อ้อ ลืมไป ลืมแม้กระทั่งหน้าผมด้วยซ้ำใช่ไหมครับ?"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มโตที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของกิตติ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตบัดนี้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ชื่อเสียงและเกียรติยศที่สั่งสมมาทั้งชีวิตก็มลายหายสิ้น บริษัทเอสเตทของเขากำลังถูกฟ้องร้องล้มละลายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า บัญชีธนาคารทุกแห่งถูกอายัด และที่เจ็บปวดที่สุดคือ บอร์ดบริหารที่เคยเลียแข้งเลียขาเขา ต่างพากันหันหลังให้และเตรียมรุมทึ้งซากศพทางธุรกิจของเขาอย่างไร้ความปรานี
รินลดาเอื้อมมือมาแตะแขนของเมฆาเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ความเย็นชาในแววตาของชายหนุ่มละลายหายไปในพริบตา เมฆาหันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้คู่ชีวิตของตนเอง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น ซึ่งแตกต่างจากรอยยิ้มที่ใช้พิฆาตศัตรูราวฟ้ากับเหว
"เหนื่อยไหมครับคนดี?" เมฆากระซิบถามเสียงนุ่ม
"ไม่เลยค่ะ..." รินลดาตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะปรายตามองกิตติที่นอนหมอบราบคาบแก้วอยู่บนพื้น "แต่ฉากนี้นานไปหน่อยนะคะ ฉันเริ่มหิวข้าวแล้วล่ะค่ะคุณสามี"
"รับทราบครับผม" เมฆาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันกลับไปหากิตติที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาด้วยแววตาสิ้นหวัง
"ปล่อย... ปล่อยผมไปเถอะครับคุณเมฆา..." กิตติคลานเข้าไปใกล้เพื่อจะกอดขาของเมฆา แต่ชายหนุ่มก้าวถอยหลังหลบอย่างนิ่มนวล รักษาระยะห่างราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ "ผมยอมแล้ว... ผมยกหุ้นที่เหลือให้หมดเลย... จะให้ผมกราบเท้าตรงไหนก็ได้ ขอแค่ไว้ชีวิตบริษัทของผม..."
"ชีวิตบริษัทเหรอครับ?" เมฆาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนกิตติสะท้านไปถึงกระดูกดำ "ตอนที่คุณสั่งคนไปทุบร้านกาแฟของริน คุณเคยคิดจะไว้ชีวิตความฝันของเราบ้างไหมครับ? ตอนที่คุณหัวเราะเยาะใส่หน้าผมตอนที่ผมเอาเช็คไปเสนอซื้อตึก... คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ปรานี' ไหม?"
กิตติอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ความหยิ่งทะนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ชื่อเสียง วงสังคมชั้นสูง ทรัพย์สินเงินทอง ทุกอย่างสลายกลายเป็นอากาศธาตุภายในคืนเดียว
เมฆาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าสืบ นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
"เรียบร้อยครับ" เมฆากล่าวเสียงเรียบ "ตอนนี้ตึกใหญ่ใจกลางเมืองทั้งหมด รวมถึงคฤหาสน์หลังงามที่คุณรักนักรักหนา ได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อของ 'รินลดา เอนกอนันต์' เรียบร้อยแล้วนะครับ"
กิตติเบิกตาโพรงด้วยความช็อกสุดขีด รินลดาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอหันขวับมามองหน้าเมฆาด้วยความอึ้ง "ทะ... ที่รักคะ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?"
"ผมบอกว่า ตึกทั้งหมดเป็นชื่อของคุณแล้วครับที่รัก..." เมฆาหันมาขยิบตาให้ภรรยาด้วยความทะเล้น "ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายสายเปย์ระดับตำนาน จะให้ภรรยาถือครองแค่ร้านกาแฟเล็กๆ ได้ยังไงจริงไหมครับ? อย่างน้อยก็ต้องเป็นเจ้าของย่านการค้างםทั้งย่านถึงจะสมศักดิ์ศรีศรีภรรยาของผม"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไป กลายเป็นความหวานชวนอมยิ้มท่ามกลางซากปรักหักพังของศัตรูคู่อาฆาต กิตติที่นั่งกองอยู่กับพื้นถึงกับกระอักเลือดด้วยความช้ำใจซ้ำสอง เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองไม่ได้แค่พ่ายแพ้ต่อคู่แข่งทางธุรกิจ แต่กำลังกลายเป็นตัวตลกในฉากรักหวานเลี่ยนของคู่รักคู่นี้
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันสมบูรณ์แบบ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเมฆาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เมฆาขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน แต่รหัสพื้นที่โทรเข้ามาคือต่างประเทศ... แถมยังเป็นเขตอำนาจพิเศษที่แม้แต่กองทุนระดับโลกของเขาก็ยังต้องเกรงใจ
ชายหนุ่มกดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นเคยอย่างประหลาดดังลอดออกมาจากลำโพง ทำเอาเมฆาต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินหนี
*"เกมสนุกดีนี่... เจ้าหนูเมฆา..."* เสียงปริศนาหัวเราะในลำคออย่างน่าขนลุก *"คิดว่ากว้านซื้อตึกกระจอกพวกนี้แล้วจะเป็นเจ้าของเมืองนี้จริงๆ งั้นเหรอ? นายมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกให้เดินเข้ามุมอับ... หันไปมองข้างหลังสิ เจ้าของตัวจริงเขามารอรับตัวภรรยาของนายกลับบ้านแล้วนะ..."*
เมฆาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องลั่นในหัว เขารีบดึงรินลดาเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก พร้อมกับหันขวับกลับไปมองทางทางออกลานจอดรถชั้นใต้ดินทันที
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาลมหายใจของเขาสะดุดกึก!
ประตูกระจกบานใหญ่ของลานจอดรถถูกพังราบเป็นหน้ากลองด้วยแรงระเบิดไร้เสียง กลุ่มชายชุดดำนับสิบคนในชุดสูททหารรับจ้างชั้นยอดเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางวงล้อมนั้น ปรากฏร่างของชายสูงวัยคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่แววตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อ และที่สำคัญที่สุด... บนปกเสื้อของชายคนนั้น มีเข็มกลัดตระกูลเก่าแก่ที่เมฆาจำได้แม่นยำว่าเป็นตระกูลเดียวกับแม่ผู้ให้กำเนิดเขา ซึ่งหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คุณชายหนีออกจากบ้าน..." ชายสูงวัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว "ท่านประธานใหญ่... รอพบคุณมานานแล้วครับ"
(โปรดติดตามตอนต่อไป... จุดพลิกผันครั้งใหญ่เมื่อตัวตนที่แท้จริงของเมฆากำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับดำมืดของตระกูลที่ใหญ่ยิ่งกว่าจักรวรรดิอสังหาริมทรัพย์ทั้งย่าน!)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับความเกรียนของพี่เมฆานะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 25
ศัตรูคุกเข่าขอชีวิต
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!