ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 24

กองทัพเงินตราของจริง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เซ็นตรงนี้ครับ... แล้วก็นั่นด้วย อย่าให้มีรอยแก้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว เพราะถ้ามีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ค่าใช้จ่ายวินาทีละแสนเหรียญที่ผมจ่ายพวกคุณไป มันจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าทันที" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมกระจกใสระฟ้าของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีขนาดยักษ์เต็มไปด้วยเอกสารทางกฎหมายกองพะเนิน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่กระดาษเหล่านั้น หากแต่เป็นชายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษนับร้อยชีวิตที่กำลังนั่งตัวลีบ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง แม้แต่ทนายความมือหนึ่งระดับโลกที่เคยชนะคดีให้มหาเศรษฐีพันล้านมาแล้วนักต่อนัก ยังต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบากยามที่ต้องเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของพวกเขาในเวลานี้ เมฆา... อดีตพนักงานออฟฟิศผู้เคยถูกเหยียดหยามว่าจนตรอก บัดนี้กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดริปราคาแพงลิบลิ่ว สายตาคมกราบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงยอดตัวเลขบัญชี 50,000,000,000 บาท ซึ่งเป็นมูลค่าสุทธิจากการซื้อกิจการ "เครือข่ายบูรพาคเชนทร์ทั้งหมด" เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในพริบตาเดียว ข้างกายเขาคือรินลดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ เธอนั่งเงียบๆ แต่ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มบางเบา มือเรียวบางกำลังรินกาแฟเติมให้ชายหนุ่มอย่างรู้ใจ แม้ในอดีตพวกเขาจะเคยต้องแชร์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต แต่ในวินาทีนี้... รัศมีแห่งความมั่งคั่งและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเมฆา กลับทำให้คนรอบข้างรู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิผู้ครองบัลลังก์เงินตรา "ท่านครับ... ทีมกฎหมายจากฝั่งบูรพาคเชนทร์ส่งหมายโต้แย้งมาแล้วครับ พวกเขายังดึงดันว่าจะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายฟ้องกลับเราในข้อหาฮุบกิจการโดยมิชอบ..." ทนายความอาวุโสชาวอังกฤษคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยื่นเอกสารสีฟ้าให้ด้วยมือที่สั่นเทา เมฆาไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น เขาวางแก้วกาแฟลงกระทบจานรองเสียงดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที "ช่องโหว่เหรอครับ?" เมฆายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูซื่อๆ ในสายตาคนอื่น แต่มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่เตรียมจะเช็คบิล "พวกมันคงลืมไปสินะครับ ว่ากฎหมายไม่ได้มีไว้สำหรับคนจนที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง... แต่กฎหมายในโลกใบนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนที่ 'ซื้อ' มันได้ต่างหาก" ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงขึ้นมา กดโทรออกด้วยปลายนิ้วเพียงครั้งเดียว "จัดการตามแผน 'กองทัพเงินตรา' ได้เลยครับ... เริ่มจากอายัดบัญชีส่วนตัวของตระกูลบูรพาคเชนทร์ทุกสกุลเงินทั่วโลก ตามด้วยการยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทในเครือทั้ง 42 แห่งภายใน 3 นาทีนี้ และที่สำคัญ... ช่วยส่งหมายศาลไปแปะไว้ที่หน้าคฤหาสน์ของพวกมัน พร้อมแนบรูปถ่ายกองเงินสดมูลค่าหพันล้านที่ผมเตรียมไว้ซื้อที่ดินผืนนั้นทำเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วยนะครับ ผมอยากเห็นสีหน้าของพวกมันตอนที่ตระหนักได้ว่า ตัวเองกลายเป็นขอทานเร่ร่อนจริงๆ มันจะทุเรศสักแค่ไหน" "รับทราบครับท่าน! ดำเนินการเดี๋ยวนี้ครับ!" ปลายสายขานรับด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวในความเด็ดขาด รินลดามองภาพนั้นด้วยแววตาที่ทั้งขบขันและเอ็นดู เธอโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ข้างหูเขา "คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ นะคะ เล่นกวาดเรียบไม่เหลือแม้แต่ทางหนีทีไล่แบบนี้ พวกเขาจะเอาอะไรกินล่ะคะนั่น" เมฆาหันไปยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงชายหนุ่มผู้คลั่งรักภรรยาคนเดิม "ผมไม่ได้ใจร้ายนะที่รัก แค่สั่งสอนให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การดูถูกคนอื่นโดยเฉพาะคนที่พาภรรยาผมไปยืนตากฝนรอนอกร้านเมื่อเดือนก่อน มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน... และบัญชีนั้น ผมขอคิดดอกเบี้ยเป็น 'ความฉิบหาย' แบบทบต้นทบดอกครับ" ในขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันอย่างหวานซึ้ง ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมหรูหราก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท! ร่างของ "กิตติพงษ์" ทายาทผู้เย่อหยิ่งแห่งบูรพาคเชนทร์พุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำราวกับคนเสียสติ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เหลือคราบคุณหนูผู้ดีตีนผงาด ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกหลายชีวิตตามเข้ามาเพื่อหวังจะใช้กำลัง "ไอ้เมฆา! แกไอ้หน้าตัวเมีย! แกทำอะไรกับบริษัทของฉัน! แกเอาเงินมาจากไหนวะไอ้พนักงานจนตรอก!" กิตติพงษ์แผדเสียงคำรามลั่นห้อง พยายามพุ่งเข้ามาหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันจะก้าวถึงตัว เมฆาก็เพียงแค่ยกมือขึ้นขยับนิ้วนิดเดียว พึ่บ! พึ่บ! พึ่บ! เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำบินมาจอดตรึงกำลังอยู่เหนือยอดตึกกระจกใส ลมกรรโชกแรงพัดกระจกสั่นสะเทือน พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำนับร้อยคนที่กรูเข้ามาล้อมรอบตัวกิตติพงษ์ไว้ในพริบตาเดียว ปลายกระบอกปืนนับสิบคู่อาวุธครบมือจ่อตรงไปที่กลางหน้าผากของทายาทตระกูลใหญ่ทันที ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง กิตติพงษ์ตัวแข็งทื่อ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มใบหน้า ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า อำนาจที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร เมฆาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ เดินเข้าไปหากิตติพงษ์ช้าๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมกริบของเมฆาจ้องมองไอ้คุณหนูตกอับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ยินดีต้อนรับสู่โลกของผมนะครับ... คุณกิตติพงษ์" เมฆายื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีวงเงินจำกัดเคาะเบาๆ ที่แก้มของอีกฝ่าย "และน่าเสียดาย... ที่ตอนนี้ตึกที่คุณยืนอยู่ ที่ดินใต้เท้าคุณ และแม้แต่ลมหายใจที่คุณกำลังใช้อยู่... มันเป็นของผมทั้งหมดแล้วครับ" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง หน้าจอแสดงผลยอดเงินโอนเข้าบัญชีหลักล้านล้านบาท พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเมฆา... [ธุรกรรมการยึดทรัพย์สมบูรณ์: ท่านคือนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียอย่างเป็นทางการ] กิตติพงษ์เข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงแทบเท้าของเมฆา ร่างกายสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรินลดากลับดังขึ้น ขัดจังหวะความสะใจทั้งหมด ปลายสายเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน รินลดาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับ "ฮัลโหล... ครับ/ค่ะ?" รินลดาชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากรอยยิ้มหวานกลายเป็นซีดเผือดในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินประโยคจากปลายสาย "ริน... หนีไปซะ... คนที่สั่งซื้อตึกทั้งหมด ไม่ใช่เมฆา... แต่เป็น..." ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%