เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงลิบลิ่วดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของสมาคมอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย สายตาทุกคู่ในห้องนั้นจับจ้องมายังชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี นามว่า "อภิชาติ" ประธานกรรมการผู้ทรงอิทธิพล ผู้ซึ่งผูกขาดสัมปทานตึกสูงในย่านใจกลางเมืองมานานนับทศวรรษ
ริมฝีปากหนาของอภิชาติเหยียดยิ้มเยาะด้วยความสมเพช ขณะกวาดสายตามองชายหนุ่มในชุดลำลองเรียบง่ายที่นั่งไขว่ห้างอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ
"แกคิดว่าเงินไม่กี่แสนล้านที่กว้านซื้อตึกเก่าๆ ในย่านนั้น จะทำให้แกมีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะเจรจากับฉันงั้นหรือ, เมฆา?" เสียงของอภิชาติเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและการดูแคลน "โลกธุรกิจมันไม่ได้ใช้แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ของเด็กอมมือ แต่มันใช้เส้นสาย อำนาจ และบารมี ซึ่งแก... ไม่มีวันเข้าใจมันหรอก"
เสียงหัวeราะเยาะเบาๆ ดังขึ้นจากเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่นั่งล้อมรอบ พวกเขาต่างพากันประสานสายตาสมน้ำหน้าส่งมายังเมฆา ราวกับมองมดปลวกที่บังอาจท้าทายพญาราสี
เมฆายังคงนั่งนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความกังวล เขายกแก้วกาแฟอุ่นๆ ขึ้นจิบรินลดา ภรรยาคู่ชีวิตที่ยืนเคียงข้างกายส่งยิ้มบางๆ ให้เขา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความอบอุ่น ซึ่งทำให้อภิชาติรู้สึกขัดหูขัดตาจนต้องแค่นเสียงฮึดฮัดออกมา
"ผมว่าท่านประธานอภิชาติเข้าใจอะไรผิดไปเสียหน่อยนะครับ" เมฆาค่อยๆ วางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบกับจานรองดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ "ผมไม่ได้มาเพื่อ 'ขอเจรจา' ร่วมธุรกิจกับพวกท่าน... แต่ผมมาเพื่อ 'แจ้งให้ทราบ' ต่างหาก"
"แจ้งให้ทราบ? แกหมายความว่ายังไง!" อภิชาติทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
เมฆาไม่ตอบคำถาม เขาหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมากดสไลด์หน้าจอบางเบาเพียงไม่กี่ครั้ง ทันใดนั้น จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ด้านหลังห้องก็สว่างวาบขึ้น ปรากฏภาพแปลนสถาปัตยกรรมสามมิติของตึกระฟ้าดีไซน์ล้ำอนาคต รูปทรงโค้งมนสง่างามดั่งประติมากรรมแห่งแสง ความสูงของมันทะยานเสียดฟ้าจนเส้นขอบฟ้าของเมืองหลวงดูเตี้ยลงไปถนัดตา
"นี่คือ 'เมฆา ทาวเวอร์' (Mekha Tower)" เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงอำนาจจนน่าขนลุก "ตึกระฟ้าความสูง 120 ชั้น ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่สูงที่สุด ทรงคุณค่าที่สุด และทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศนี้"
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทันที บรรดาผู้บริหารต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แปลนตึกตรงหน้าไม่ได้เป็นแค่ภาพฝัน แต่มันคือโปรเจกต์ระดับเมกะโปรเจกต์ที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาลระดับที่ประเทศเล็กๆ บางประเทศยังต้องอิจฉา
"เป็นไปไม่ได้!" หนึ่งในคณะกรรมการอุทานออกมาหน้าซีดเผือก "พื้นที่ย่านนั้นถูกจำกัดความสูงตามผังเมือง! อีกอย่าง งบประมาณการก่อสร้างระดับนี้... ต่อให้เอาบริษัทของพวกเรามารวมกันสามบริษัท ก็ยังไม่มีปัญญาจ่ายค่าฐานรากด้วยซ้ำ! แกเอาเงินมาจากไหนวะ!"
อภิชาติเองก็หน้าถอดสีไปชั่วขณะ แต่เขายังคงฝืนยิ้มเยาะกลบเกลื่อนความตระหนก "ใช่! ฝันกลางวันชัดๆ ตึกบ้าอะไรจะสร้างได้ในย่านนั้น กฎหมายไม่อนุญาตหรอกเว้ย! และต่อให้แกมีเงินถุงเงินถังมาจากไหนก็ไม่มีทางทำได้—"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้องที่หอบเอกสารกองโตวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความลนลาน ใบหน้าของเธอซีดเผือกราวกับเห็นผี
"ท่านประธานคะ... ท่าน... ท่านต้องดูนี่ค่ะ!" เลขาสั่นเทาจนแทบถือกระดาษไม่ไหว "กระทรวง... ทางกระทรวงโยธาธิการและผังเมืองเพิ่งส่งแฟกซ์ด่วนพิเศษมา..."
อภิชาติคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาด้วยความหงุดหงิด กวาดสายตาอ่านข้อความเพียงบรรทัดแรก ร่างท้วมของเขาก็เซถอยหลังจนเกือบชนกำแพง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อ กระดาษในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นพรม
*ใบอนุญาตพิเศษ: อนุมัติการก่อสร้างอาคารสูงเกินมาตรฐาน (Super High-Rise Landmark Exception) ให้แก่ บริษัท เมฆา กรุ๊ป จำกัด แบบไม่จำกัดเงื่อนไข*
และที่มุมกระดาษ... มีลายเซ็นกำกับจากท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมตราประทับสีแดงฉานที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
"เป็นไปได้ยังไง..." อภิชาติพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด "แก... แกทำได้อย่างไรกัน..."
เมฆาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงมีความกวนประสาทและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน เขากวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้ทรงอิทธิพลทีละคนด้วยแววตาคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อ
"โลกธุรกิจมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะครับท่านอภิชาติ..." เมฆาเดินเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคนช้าๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังชัดเจนในความเงียบงัน "คนที่ถืออำนาจจริงๆ ในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่มีแค่เส้นสายเก่าๆ... แต่คือคนที่มีตัวเลขในบัญชีที่พวกท่านจินตนาการไม่ออกต่างหากล่ะครับ"
รินลดาเดินตามมาเคียงข้าง เธอหยิบเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินรอบข้างทั้งหมดขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างสง่างาม ส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความเฉียบคมให้เหล่าคนที่เคยเหยียดหยามพวกเขาในอดีต
อภิชาติทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง ความยิ่งใหญ่และอิทธิพลที่เขาสั่งสมมาหลายสิบปี พังทลายลงในพริบตาเดียวต่อหน้าชายหนุ่มผู้เคยเป็นเพียงพนักงานบริษัทธรรมดาคนนี้
เมฆาหยุดยืนตรงหน้าอภิชาติโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น
"อ้อ... เกือบลืมบอกไป" เมฆายิ้มกริ่ม "พรุ่งนี้เช้า ผมจะเริ่มตอกเสาเข็มต้นแรกของ 'เมฆา ทาวเวอร์' หน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทคุณพอดิบพอดีเลยนะครับ หวังว่าเสียงเครื่องจักรคงไม่รบกวนเวลานอนของคุณนะ"
พูดจบ เมฆาก็หันหลังให้ พร้อมกับควักสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินครั้งประวัติศาสตร์เพื่อเริ่มเดินเครื่องจักรเมกะโปรเจกต์ทันที
หน้าจอสมาร์ตโฟนปรากฏยอดเงินที่สั่นสะเทือนระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ...
*[ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของคุณ: 999,999,999,999.00 บาท]*
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนการหักยอดเงินมัดจำค่าก่อสร้างก้อนแรกดังขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับรอยยิ้มของผู้ชายที่รวยที่สุดในพริบตา...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 22
ประกาศศักดาให้โลกจำ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!