ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 21

เมื่อคนรวยปลอมตัวมา

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าแกยังกล้าเอาหน้าจืดๆ มารaiรับส่งรินลดาที่ร้านกาแฟอีกแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" เสียงกระแทกแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น พร้อมกับแรงปะทะทางอารมณ์ที่พวยพุ่งออกมาจากปากของ 'กิตติ' ผู้จัดการฝ่ายการตลาดหน้าเลือด ลูกพี่ลูกน้องฝั่งมารดาของรินลดา ผู้มีดีแค่สูทแบรนด์เนมราคาหลักหมื่นแต่สมองกลวงโบ๋ราวกับกะลาครอบ เขากำลังยืนค้ำหัวเมฆาด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับมองเห็นเศษฝุ่นใต้รองเท้า เมฆายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเก่าริมทางเดินเท้า หน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ถูกลืมเลือน เขาสวมเสื้อยืดสีขาวคอกลมราคาตัวละเก้าสิบเก้าบาทที่เริ่มย้วยตรงคอ กางเกงยีนส์เซอร์ๆ ขาดเข่าที่ผ่านการซักจนซีดจาง และรองเท้าผ้าใบฟุตซอลที่อ้าปากหวอราวกับกำลังหอบหายใจ ภาพลักษณ์ของ "ไอ้กระจอกตกงาน" คนนี้ ช่างสมบูรณ์แบบเสียจนแม้แต่ขอทานข้างถนนยังต้องหลบทางให้ "คุณกิตติครับ ใจเย็นก่อน... ผมก็แค่แวะมาส่งรินลดาตอนพักเที่ยง" เมฆาเอ่ยเสียงอ่อย แกล้งทำเป็นก้มหน้าหลบสายตา มือสั่นเทาเล็กน้อยอย่างน่าเวทนา—ซึ่งเป็นทักษะการแสดงระดับออสการ์ที่เขาเพิ่งค้นพบว่ามันสนุกและสะใจขนาดไหน หลังจากที่เฮลิคอปเตอร์สีดำสามลำเมื่อครู่เพิ่งบินผ่านหัวไป พร้อมกับเสียงรายงานสถานะทางการเงินจากเลขาฯ ส่วนตัวที่โทรมาบอกว่า *'ท่านประธานครับ หุ้นในเครือทั้งหมดวันนี้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสามหมื่นล้านบาทแล้วครับ'* สามหมื่นล้าน... ที่แค่กระดิกนิ้วบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าหน้าจอแตกนี่แหละครับ "หึ! พักเที่ยง? แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้คำว่าพักเที่ยงวะไอ้เมฆา! คนอย่างแกน่ะ แค่ค่าข้าวแกงสองจานยังต้องรอรินลดาควักกระเป๋าจ่ายให้เลยไม่ใช่รึไง!" กิตติแค่น หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ยืดอกสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อประกาศศักดาให้พนักงานออฟฟิศและลูกค้าในละแวกนั้นได้ยินกันถ้วนหน้า "บอกไว้ตรงนี้เลยนะ แกมันก็แค่ปลิงเกาะผู้หญิงกิน! รินลดาเขามีอนาคตไกล เขาจะได้แต่งงานกับลูกชายเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรู แกน่ะมันหลุดโลกไปไกลแล้วไอ้หนุ่ม เลิกฝันกลางวันแล้วไสหัวไปซะ!" ในวินาทีนั้นเอง ประตูกระจกบานใสของร้านกาแฟชื่อดังก็ถูกผลักเปิดออก รินลดาเดินถือแก้วกาแฟเย็นสองแก้วออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ตกใจ ไม่ได้รีบร้อนวิ่งเข้ามาปกป้องเมฆาเหมือนทุกครั้ง แต่เธอกลับยืนพิงกรอบประตู กอดอก แล้วมองลูกพี่ลูกน้องของตัวเองด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก รินลดาจำได้ดี... วันที่เธอล้มละลายและไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงผู้ชายเสื้อยืดขาดๆ คนนี้ที่นั่งแบ่งขนมปังราคาถูกครึ่งก้อนกินกับเธอข้างถนน และในวันนี้ แม้เธอจะรู้ว่าเมฆาคนนี้ซ่อนทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลไว้เบื้องหลังรอยยิ้มกวนๆ แต่เธอก็เลือกที่จะยืนดู "ละครสัตว์" ที่กิตติกำลังแสดงนำด้วยความบันเทิงใจ "พี่กิตติครับ..." รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้จัดการหนุ่มผู้พองขนสะดุ้งโหยง "นี่คือวิธีที่ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทมหาชนเขาใช้ต้อนรับแขกเหรื่อเหรอครับ?" "ริน! เธอจะไปเข้าข้างไอ้กระจอกนี่ทำไม!" กิตติหันขวับไปหาลูกพี่ลูกน้องด้วยความขัดเคืองใจ "ผู้ชายคนนี้ไม่มีอนาคต! มันไม่มีแม้กระทั่งเงินสดติดกระเป๋าเกินร้อยบาทด้วยซ้ำ! ฉันสืบมาหมดแล้ว ประวัติการใช้ชีวิตของมันคือความว่างเปล่า! ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ มีแต่ตัวกับหนี้สินรุงรัง!" เมฆายกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ทำหน้าซื่อตาใสราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา ภายในใจกลับหัวเราะร่าจนแทบสำลักน้ำลาย *หนี้สินรุงรังที่ว่า คือหนี้บัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดที่รูดซื้อตึกแถวทั้งย่านเมื่อสัปดาห์ก่อนสินะ... เออ จริงของมันว่ะ* "จริงด้วยครับคุณกิตติ..." เมฆาแกล้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ลู่ลงอย่างคนหมดแรง "ผมมันคนจนจริงๆ ครับ ข้าวทุกมื้อต้องอาศัยรินลดาเลี้ยงตลอด... วันนี้ผมกะว่าจะมาขอยืมเงินรินสักร้อยนึงไปเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ซะหน่อย ริน... เธอพอจะมีให้ฉันยืมไหมครับ?" รินลดาเกือบจะหลุดขำออกมาแต่เธอคุมสีหน้าได้ทัน รญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เมฆา ยื่นมือเรียวสวยไปปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อยืดราคาเก้าสิบเก้าบาทของเขาเบาๆ อย่างทะนุถนอม สายตานุ่มนวลที่เธอใช้มองเขานั้นเต็มไปด้วยความรักและความขบขันปนเปกันไป "ถ้าคุณไม่มีเงิน... งั้นฉันเลี้ยงคุณเองค่ะ" รินลดาตอบเสียงหวานหยดย้อย ก่อนจะหันไปสบตากับกิตติที่ยืนอ้าปากค้าง "ส่วนพี่กิตติ... กรุณาให้เกียรติ 'เจ้าของชีวิต' ของฉันด้วยนะคะ" "เจ้าของชีวิต? ฮ่าๆๆๆ!" กิตติระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นจนคนหันมามอง "นี่เธอเพี้ยนไปแล้วเหรารินลดา! ไอ้บ้านี่เนี่ยนะเจ้าของชีวิตเธอ? เจ้าของชีวิตความฉิบหายล่ะไม่ว่า! แกดูสารรูปมันสิ รองเท้าแตะยังอายเลยมั้งนั่น!" กิตติเดินเข้าไปหาเมฆา ผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรงหวังจะให้ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นถนน แต่เมฆากลับยืนปักหลักมั่นคงราวมหาสิน ยืนนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว ราวกับภูเขาที่ไม่อาจสั่นคลอนด้วยลมพัด เมฆายิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้กิตติรู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนจนตรอก แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก "คุณกิตติครับ... คนเราจะดูถูกกันเนี่ย ดูแค่ภายนอกไม่ได้หรอกนะครับ" เมฆาเอ่ยเสียงนุ่ม สุภาพเรียบร้อยราวกับสุภาพบุรุษผู้ดีอังกฤษ "บางที... คนที่ใส่สูทราคาแพง แต่อาจจะกำลังถังแตกจนต้องเอาบ้านไปจำนองปล่อยกู้ร้อยละยี่สิบ อาจจะยืนอยู่แถวนี้ก็ได้ใครจะไปรู้" "แกหมายความว่าไงวะไอ้สวะ!" กิตติหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด งื้อมือขึ้นเตรียมจะซัดหมัดใส่หน้าซื่อๆ ของเมฆาให้หายแค้น *ครืนนนนนนนนน!* เสียงเครื่องยนต์เจ็ตทรงพลังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นท้องฟ้าจนกระจกตึกระฟ้าสั่นระรัว เฮลิคópเตอร์สีดำสนิทสามลำเมื่อครู่ ไม่ได้แค่บินวนเวียนอีกต่อไปแล้วครับ แต่มันกำลังลดระดับลงต่ำอย่างอุกอาจ ทิ้งลมกระโชกแรงจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ผู้คนบนถนนต่างกรีดร้องและแตกตื่นถอยร่น แรงลมมหาศาลพัดจนสูทแบรนด์เนมของกิตติปลิวสะบัด ผมที่เซ็ตมาอย่างดีกระเซิงไม่เป็นทรง ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นฝูงบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทนับสิบชีวิตโรยตัวลงมาจากเชือกกลางอากาศอย่างคล่องแคล่วว่องไว ราวกับฉากในภาพยนตร์แอคชันฟอร์มยักษ์ บอดี้การ์ดแถวหน้าสุดเดินตรงดิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหยุดยืนคุกเข่าลงตรงหน้าเมฆา ก้มศีรษะลงต่ำแนบพื้นถนนอย่างไร้ข้อกังขา "ท่านประธานครับ..." เสียงทุ้มต่ำและนอบน้อมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน "เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินและกรรมสิทธิ์ตึกระฟ้าทั้งหมดในย่านการค้านี้... โอนเข้าสู่บัญชีลับของคุณเมฆาเรียบร้อยสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ" เมฆายิ้มรับช้าๆ เขาหันไปมองกิตติที่ยืนตัวสั่นเทา หน้าซีดขาวราวกับไก่ต้ม ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เมฆาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ ควักบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด (Black Card) ออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง แล้วตบเบาๆ ลงบนแก้มของกิตติที่กำลังอ้าปากค้างแข็งค้างไปแล้ว "อ้อ... แล้วก็ตึกที่บริษัทของคุณกิตติกำลังเช่าเปิดออฟฟิศอยู่ตอนนี้..." เมฆายิ้มละมุนให้กิตติที่ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น "ผมเพิ่งเซ็นเอกสารไล่ออก... เอ้ย! ซื้อขาดตึกนั้นเมื่อเช้านี้เองครับ พอดีว่าอยากจะทุบตึกทิ้งแล้วสร้างเป็นโรงจอดรถจักรยานยนต์พอดี" กิตติทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นถนน ฝุ่นตลบกลบเกลื่อนรองเท้าหนังราคาแพงของเขา สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ รินลดาเดินเข้ามาคล้องแขนเมฆาแนบแน่น เธอมองดูภาพพี่ชายลูกพี่ลูกน้องผู้เย่อหยิ่งกำลังคุกเข่าแทบเท้าสามีของเธอด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนที่กิตติจะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต เมฆาก็กดปุ่มเปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าหน้าจอแตก เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกดังขึ้นก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัดของทุกคน ณ ที่นั้น... *[ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของคุณ: 999,999,999,999.00 บาท]* - ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%