ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 14

สงครามประมูลของรัก

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ราคาประมูลชิ้นนี้อยู่ที่ห้าล้านบาท มีใครจะสู้ราคากับคุณพัชราภาอีกไหมครับ?" เสียงค้อนไม้เคาะลงบนแท่นดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วโถงโรงแรมหรูระดับห้าดาว ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและความตึงเครียดที่สัมผัสได้ด้วยมือเปล่า ผม – เมฆา – นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสด พลางกระดิกนิ้วเคาะที่วางแขนอย่างใจเย็น ข้างกายผม รินลดาบีบมือผมแน่นจนเหงื่อซึม เธอส่งสายตากังวลมาให้ แต่ผมทำเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ตอบกลับด้วยการกุมมือเธอกลับเบาๆ "ไม่คิดเลยนะครับ ว่าอดีตกิ๊กเก่าที่เคยบอกว่าผมเป็นแค่ 'ไอ้ขี้แพ้ที่อนาคตดับวูบ' จะกล้าเอาหน้ามาโผล่ที่งานประมูลของสะสมระดับไฮเอนด์แบบนี้" ผมเอ่ยขึ้น ลอยหน้าลอยตาหันไปมอง 'พัชราภา' หญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่กำลังมองผมด้วยสายตาเหยียดหยามอยู่แถวหน้า "เมฆา... แกยังปากดีเหมือนเดิมนะ" เธอแค่นหัวเราะ เสียงที่เคยหวานหูในความทรงจำบัดนี้ฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกที่บาดลึก "ที่นี่ไม่ใช่ร้านกาแฟรูหนูที่แกกับยัยเด็กเสิร์ฟนี่จะมาเดินเล่นได้ งานนี้ต้องใช้ 'เงิน' ครับ ไม่ใช่เศษเหรียญจากทิป!" รินลดากำลังจะอ้าปากสวนกลับ แต่ผมยกมือขึ้นห้ามไว้ ผมโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเธอ "ปล่อยให้คนปากดีเขาเล่นสนุกไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเราค่อยปิดโชว์ด้วยการรูดม่าน" "เจ็ดล้านบาท!" พัชราภาตะโกนขึ้น สายตาจ้องเขม็งมาที่ผม "ฉันรู้ว่าแกอยากได้นาฬิกาเรือนนี้ไปประจบประแจงใคร แต่ฝันไปเถอะ! ของชิ้นนี้มันคู่ควรกับคนที่มีฐานะอย่างฉัน ไม่ใช่ไอ้คนกะล่อนที่เพิ่งรวยจากการเก็บค่าเช่าตึกทุเรศๆ ย่านหลังซอย!" เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม คนส่วนใหญ่มองผมด้วยความสมเพช พลางซุบซิบถึง 'เจ้าของตึกบ้านนอก' ที่กำลังจะหน้าแตกกลางงานประมูล ผมไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่ผมหยิบป้ายหมายเลขขึ้นมา หมุนควงเล่นราวกับมันเป็นของเล่นเด็ก "สิบล้านครับ" เงียบ... เสียงหายใจในห้องกลายเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน พัชราภาหน้าถอดสี "แก... แกจะบ้าเหรอ! เงินแค่นั้นแกจะเอาไปทำอะไรได้!" "ผมก็แค่ชอบเลขกลมๆ ครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "แต่ถ้าคุณพัชราภายังไม่หยุด ผมว่าเราอาจจะถึงเลขที่น่าตื่นเต้นกว่านี้" "สิบห้าล้าน!" พัชราภาขึ้นเสียงสูง ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด "ฉันไม่มีทางแพ้แก!" ผมแสยะยิ้ม เป็นยิ้มที่ทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่ยิ้มของคนขี้แพ้ แต่มันคือยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "สิบห้าล้านหนึ่งหมื่นบาทครับ" "ไอ้เมฆา! แกกวนประสาทฉันเหรอ!" "เปล่านี่ครับ ผมแค่อยากประมูลให้สนุกเท่านั้นเอง การที่คุณยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเอาชนะคนอย่างผม... มันดูไม่มีราคาเอาเสียเลยนะ ว่าไหม?" ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือราคาเรือนละไม่กี่ร้อยบาทของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเย็นชา "เอาล่ะครับ ถ้าคุณใจถึงพอ ก็ขยับตัวเลขขึ้นไปอีกสักสิบเท่าดูสิ ถ้าคุณคิดว่าเงินจำนวนนั้นมันมีความหมายมากกว่าสมองของตัวเอง" พัชราภากัดฟันกรอด มือของเธอสั่นเทา เธอหันไปปรึกษาชายวัยกลางคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของเธอ "ห้าสิบล้าน!" เสียงพัชราภาตะโกนก้องห้องประมูล เสียงฮือฮาดังระงม นี่ไม่ใช่การประมูลปกติแล้ว แต่มันคือสงครามศักดิ์ศรีที่ไร้สติ ทุกคนรอคอยคำตอบจากผมว่าผมจะยอมถอย หรือจะดันทุรังไปให้ไกลกว่านี้ ผมมองรินลดาที่มองผมด้วยความตื่นเต้นปนหวาดหวั่น ผมพยักหน้าให้เธอหนึ่งครั้งเบาๆ ก่อนจะยกป้ายขึ้นช้าๆ "ห้าร้อยล้านบาทครับ" ความเงียบงันระดับที่ทำให้หูอื้อเข้าครอบคลุมห้องประมูลทันที พัชราภาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด "ห้า... ห้าร้อย... แกมันบ้า! แกไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก!" เธอแผดเสียงลั่น แต่ไม่มีใครสนใจเธอแล้ว ทุกคนหันมามองผมเป็นตาเดียวด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากสมเพชเป็นความตื่นตะลึง ผมลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เข้าที่ เดินตรงไปยังแท่นประมูลท่ามกลางความเงียบกริบ ผมหยิบการ์ดสีดำสนิทที่ไม่มีแม้แต่ชื่อธนาคารออกมา วางลงบนโต๊ะข้างผู้ดำเนินรายการ "เช็คยอดเงินได้เลยครับ ผมรอได้" วินาทีนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรง ชายในชุดสูทสีเทาห้าคนเดินตรงเข้ามาหาผมด้วยความเร่งรีบ หนึ่งในนั้นก้มหัวให้ผมต่ำจนเกือบถึงพื้นก่อนจะกระซิบ "คุณเมฆาครับ บัญชีลับถูกเบิกจ่ายตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินเข้าสู่ระบบประมูลทันทีตามที่คุณต้องการครับ" พัชราภาทรุดลงกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ ขณะที่ผมหันกลับมามองเธอแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น "ขอโทษด้วยนะครับคุณพัชราภา ดูเหมือนว่าวันนี้ของสะสมชิ้นนี้... จะไม่มีทางเป็นของคุณ" ผมคว้ามือรินลดา เตรียมจะเดินออกจากงาน แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบความปลอดภัยของตึกที่ผมเพิ่งเหมามา หน้าจอโชว์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่างสุด... ปรากฏร่างของชายในชุดดำสวมหน้ากากนับสิบคนกำลังพังประตูตึกเข้ามา พร้อมกับถืออาวุธครบมือ! และหนึ่งในนั้น... กำลังมองตรงมาที่กล้อง ก่อนจะยกนิ้วขึ้นชี้มาที่ผมผ่านหน้าจอ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความมันส์นี้ไปพร้อมกันครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%