ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 13

แม่ยายจอมโลภกับจุดจบที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงกระแทกกระทั้นของกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมที่ถูกวางลงบนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงในห้องรับแขก ดังลั่นจนถ้วยชาเซรามิกสั่นสะเทือน รินลดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนโยนบัดนี้เย็นชาดุจน้ำแข็ง เธอมองหญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดที่กำลังยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าชูตาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของย่านการค้าแห่งนี้ ทั้งที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาเหยียบได้ไม่ถึงห้านาที "แม่บอกแล้วไงว่าแกมันหัวดื้อรินลดา! ไปคว้าเอาไอ้หนุ่มกระเป๋าแบนพนักงานเงินเดือนกระจอกๆ มาเป็นสามี สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ? ต้องมาเช่าห้องรูหนูอยู่แถมยังเป็นหนี้หัวโต! แต่ช่างเถอะ... วันนี้แม่ใจดี จะยอมยื่นมือมาช่วยพวกแกก็แล้วกัน" นางกมลรัตน์ มารดาบังเกิดเกล้าของรินลดา เชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความหยหยิ่ม ยักคิ้วหลิ่วตาพรางกวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกสุดหรูในตึกพาณิชย์ใจกลางย่านธุรกิจที่เพิ่งถูกกว้านซื้อมาอย่างพินิจพิจารณา สายตาของแกเต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยาที่พยายามปิดไม่มิด รินลดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพช เธอไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจกับคำดูถูกนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะภูมิคุ้มกันในจิตใจถูกสร้างขึ้นมาจากความยากลำบากที่ผ่านมาด้วยกันกับเมฆา แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้คือความหน้าไม่อายของผู้หญิงที่เรียกว่าแม่คนนี้ต่างหาก "ช่วยเหรอครับ? หรือว่ามาเพื่อจะสูบเงินก้อนสุดท้ายของพวกผมกันแน่ครับ คุณแม่ยาย" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง เมฆาก้าวเท้าออกมาจากห้องทำงานด้วยท่าทีสบายๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือแกร่งและนาฬิกาเรือนหรูที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่ดวงตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ กมลรัตน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของลูกเขยคนนี้ แต่ด้วยความโลภที่บังตา แกจึงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเหนือกว่าทันที พร้อมกับแบมือขวาออกตรงหน้าเมฆา "ดีล่ะ! ในเมื่อแกโผล่หัวออกมาพอดี ก็ดีเหมือนกัน... ฉันไม่อ้อมค้อมนะเมฆา ช่วงนี้พี่ชายของรินลดาต้องใช้เงินไปลงทุนเปิดบริษัทนำเข้าสินค้าทุนหนา ขาดเงินอยู่สักหกล้านบาท แกเป็นสามีประสาอะไรปล่อยให้เมียลำบาก พาฉันไปเซ็นโอนกรรมสิทธิ์ตึกนี้ซะครึ่งหนึ่ง หรือไม่ก็โอนเงินสดมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธและไล่ตะردมารดาผู้บังเกิดเกล้าออกไปให้พ้นหน้า แต่เมฆากลับยกมือขึ้นห้ามภรรยาไว้เบาๆ ชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนให้รินลดาก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้าง พร้อมกับโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นเชิงปลอบประโยค "หกล้านบาทเลยเหรอครับ? ช่างเป็นตัวเลขที่ฟังดู... น่าขันสิ้นดีเลยนะครับ" เมฆายิ้มกริ่ม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แกกล้าว่าฉันเหรอไอ้เด็กเวร! แกมีปัญญาหาเงินหกล้านในชาตินี้รึเปล่าฮะ? แค่ค่ากินค่าอยู่ทุกวันนี้ยังต้องกินมาม่าสิ้นเดือนไม่ใช่รึไง อย่ามาทำเป็นปากดีใส่ฉันนะ!" กมลรัตน์แผดเสียงแหลมปรี๊ด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกลูกเขยตบหน้าด้วยวาจา เมฆาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุด เขายื่นมือไปหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุพิเศษ ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำฝังอยู่ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น "เงินหกล้านบาทสำหรับผม... มันก็แค่เศษเงินที่ใช้ซื้อกาแฟกินเล่นแก้เซ็งในตอนเช้าเท่านั้นแหละครับคุณแม่" เมฆาพูดพลางควงบัตรสีดำเล่นในมืออย่างไม่แยแส "ตอแหล! ไอ้เด็กกระจอกอย่างแกเนี่ยนะมีเงินล้าน บัตรพลาสติกสีดำก๊องแก๊งนั่นคงไปเก็บมาจากกองขยะแถวไหนล่ะสิ อย่ามาทำเป็นอวดรวยให้ฉันอายชาวบ้านเขาเลย รินลดา! ดูผัวแกสิ เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว สงสัยจะสติวิปลาสเพราะไม่มีเงินกินข้าว!" กมลรัตน์หันไปโวยวายใส่ลูกสาวต่อเพื่อหาแนวร่วม ทว่า รินลดากลับยิ้มมุมปาก เธอยกมือขึ้นกอดอกมองมารดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "แม่คะ... แม่ต่างหากล่ะคะที่ไม่รู้อะไรเลย" "แกหมายความว่ายังไงรินลดา?" กมลรัตน์ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เธอพลาดไป เมฆาไม่ปล่อยให้รอนาน นิ้วเรียวยาวกดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่ครั้ง พร้อมกับวางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้ากมลรัตน์ หน้าจอแสดงยอดเงินในบัญชีธนาคารส่วนตัวที่มียอดตัวเลขศูนย์เรียงรายกันยาวเหยียด จนแทบจะล้นหน้าจอ *ยอดเงินคงเหลือ: 1,245,890,321.50 บาท* ดวงตาของกมลรัตน์เบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า แกอ้าปากค้าง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ตัวเลขพันล้านที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันกระแทกเข้าใส่หน้าของแกอย่างจังจนชาไปหมด ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของหญิงวัยกลางคนผู้โลภมาก "ทะ... ทําไม... แก... พวกแกไปปล้นธนาคารที่ไหนมา?!" กมลรัตน์เสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ปล้นเหรอครับ? คำพูดนี้น่าเกลียดจังเลยนะครับคุณแม่..." เมฆายิ้มละไม ก้าวเข้าไปใกล้กมลรัตน์ทีละก้าว กดดันด้วยรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวตนที่แท้จริง "ตึกทั้งย่านนี้ รวมถึงตึกพาณิชย์สามชั้นหลังนี้... ผมเป็นคนกว้านซื้อไว้ทั้งหมดด้วยเงินสด เมื่อวานนี้เองครับ" กมลรัตน์เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แรงโน้มถ่วงคล้ายจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าเมื่อได้ยินความจริงอันน่าตกตะลึง ลูกเขยที่เธอดูถูกเหยียดหยามมาตลอดหลายปี แท้จริงแล้วคือเศรษฐีพันล้าน เจ้าของย่านการค้าใจกลางเมืองที่เธอเพิ่งจะเข้ามาเดินเชิดใส่เมื่อครู่! "เมฆา... ลูก... ลูกเขยแม่ แม่ล้อเล่นน่า แม่แค่..." กมลรัตน์เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาน่าสงสาร ละล่ำละลักคลานเข้าไปหาพร้อมกับจะเอื้อมมือไปจับชายกางเกงของเมฆา แต่เมฆากลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ เขาก้มมองเธอนิ่งๆ สายตาที่มองลงมานั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น "คำว่า 'แม่' จากปากคุณ... มีค่าไม่เท่ากับเศษฝุ่นใต้รองเท้าของผมหรอกครับ" เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ แต่เฉียบคมราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจ "ริน... เชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปได้แล้วครับ ผมไม่อยากให้บรรยากาศในบ้านของเราต้องแปดเปื้อนกลิ่นความโลภไปมากกว่านี้" รินลดาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เธอเดินไปเปิดประตูต้อนรับกว้างขวาง ผายมือออกด้านนอกเป็นเชิงไล่อย่างไร้เยื่อใย "เชิญค่ะแม่... แล้วก็จำไว้ด้วยนะคะ ว่านับจากวันนี้เป็นต้นไป ระหว่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก" กมลรัตน์หน้าชาดั่งโดนตบซ้ำๆ ด้วยฝ่ามือเหล็ก แกกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองและอับอายขายหน้า แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับเมฆาที่ยืนกอดอกมองมาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน แกก็รู้ทันทีว่าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัยและผู้คนแถวนั้นที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ กมลรัตน์จำต้องลุกขึ้นยืนแล้วก้มหน้าเดินหนีออกไปด้วยความอัปยศอดสู บรรยากาศในห้องกลับมาสงบสุขอีกครั้ง เมฆาถอนหายใจยาวก่อนจะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ภรรยาคนสวย รินลดาค้อนวงใหญ่ใส่สามีจอมกวนประสาทแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปพักผ่อน เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านหรูหลังตึกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน... ติ๊งหน่อง! เมฆาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ รินลดาเองก็หันไปมองหน้าสามีด้วยความงุนงง เพราะเวลานี้ไม่ควรจะมีใครกล้ามาเคาะประตูรบกวนพวกเขาอีกแล้ว ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของเขาต้องแข็งค้าง... หญิงสาวในชุดเดรสหรูหราแบรนด์ดังระดับโลก ใบหน้าสะสวยที่เขาไม่ได้เจอมานานหลายปี ยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโต "เซอร์ไพรส์ค่ะคุณเมฆา... ไม่คิดเลยนะคะว่าอดีตกิ๊กเก่าคนนี้ จะตามหาคุณจนเจอในที่แบบนี้..." ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%