ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 3

ค่าปรับที่แพงกว่าบ้านทั้งหลัง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงสัญญาณอนุมัติการทำธุรกรรมดังลั่นยาวนานท่ามกลางความเงียบงันระดับปวดยอดอกของทุกคนในห้อง “ติ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด—” หน้าจอแสดงผลของเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์รุ่นพิเศษสีดำสนิท ปรากฏข้อความอนุมัติวงเงินสี่ร้อยล้านบาทถ้วนด้วยตัวอักษรสีเขียวเรืองแสง บรรยากาศภายในห้องประชุมสำนักงานที่ดินเขตพรีเมียมพลันเงียบสงัดลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา อากาศรอบตัวอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เมฆายังคงยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับสีหน้าของ "ภาคภูมิ" อดีตเจ้านายหนุ่มใหญ่ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทอสังหาฯ ชื่อดัง ที่ตอนนี้ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ใบหน้าเผือดซีดไร้สีเลือดริมฝีปากสั่นระริก “เป็น... เป็นไปได้ยังไงวะ... บัตรวงเงินไม่จำกัดระดับเซนจูริโอ สีดำด้านสนิทแบบนั้น... มันไม่ใช่บัตรที่พนักงานเงินเดือนธรรมดาจะถือได้นี่หว่า!” ภาคภูมิพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น สมองของเขาพยายามประมวลผลเรื่องราวตรงหน้า แต่มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดีในสายตาของคนที่เคยมองเมฆาเป็นแค่เบี้ยล่าง รินลดาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะรู้ว่าช่วงหลังมานี้ชายหนุ่มข้างกายมีพฤติกรรมแปลกๆ และมักจะควักเงินก้อนโตออกมาใช้อย่างหน้าตาเฉย แต่ยอดเงินสี่ร้อยล้านบาทในพริบตาเดียว—มันไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้โดยหัวใจไม่วายตายเสียก่อน เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเมฆา สายตาของเขาไม่ได้มีความตื่นเต้นดีใจแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบ เย็นชา และแววตาเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับของเขา “เรียบร้อยแล้วนะครับท่านเจ้าหน้าที่” เมฆาหันไปส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินที่ตอนนี้มือกำลังสั่นเทาขณะยื่นใบเสร็จและเอกสารสิทธิ์ตัวจริงคืนให้ “เอกสารทุกอย่างโอนมาเป็นชื่อผมเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ” “อะ... เรียบร้อยครับคุณเมฆา แปลงที่ดินผืนใหญ่ติดถนนใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ พร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด... กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณอย่างถูกต้องตามกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” เจ้าหน้าที่กลืนน้ำลายเอืือกใหญ่ พยายามรักษาความสุภาพไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนอึดอัด ภาคภูมิที่ตั้งสติได้ รีบพุ่งเข้ามาหาโต๊ะเซ็นสัญญาด้วยความหัวเสีย เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและเสียหน้าอย่างรุนแรง “ไอ้เมฆา! แกเล่นตลกอะไรวะ! ที่ดินผืนนั้น... ฉันกับ ‘พิมพ์ชนก’ วางแผนกันมาเป็นปีเพื่อจะซื้อมาสร้างโครงการคอมมูนิตี้มอลล์หรูให้เธอ! แกเอาเงินมาจากไหนวะ ถึงกล้ามาปาดหน้าเค้กฉันแบบนี้!” เมฆาหันกลับมามองอดี้านายผู้เคยเหยียบย่ำเขาด้วยสายตาเรียเฉย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อสูทราคาแพงที่เพิ่งซื้อมาใส่เมื่อวานอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณู “อ๋อ... ที่ดินผืนที่ ‘คุณพิมพ์ชนก’ แฟนเก่าสุดที่รักของผม กับคุณ... วางแผนจะเอาไปทำโครงการเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทสินะครับ” เมฆาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดแล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “พอดีผมได้ยินมาว่า คุณพิมพ์ชนกบ่นอุบอือกาลก่อนว่าอยากได้ที่ดินแปลงนี้มาทำ ‘ที่จอดรถส่วนตัว’ ให้รถสปอร์ตคันใหม่ของเธอกับคุณ... ผมในฐานะอดีตแฟนผู้แสนดี ก็เลยอยากจะสงเคราะห์ความฝันอันยิ่งใหญ่ของเธอให้เป็นจริงซะหน่อยครับ” “แก... แกหมายความว่าไงวะ!” ภาคภูมิคำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ “หมายความว่า... ตอนนี้ที่ดินสี่ไร่ใจกลางเมืองมูลค่าสี่ร้อยล้านบาทตรงนั้น กลายเป็นลานจอดรถส่วนตัวที่ผม ‘ซื้อไว้ให้หมามันวิ่งเล่น’ ไปเรียบร้อยแล้วครับ” เมฆายิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสะใจ “อ้อ ลืมบอกไป... ถ้าคุณพิมพ์ชนกยังอยากจะเอาDisclaimerรถคันแพงมาจอดบนที่ดินของผมล่ะก็... คงต้องมาคุยกับเจ้าของที่คนใหม่ ซึ่งก็คือผมนี่แหละครับ แต่บอกไว้ก่อนนะ ค่าจอดรถต่อชั่วโมงของผมน่ะ... มันแพงหูฉี่เลยล่ะ” ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีแต่บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ‘พิมพ์ชนก’ อดีตแฟนสาวของเมฆาที่ทิ้งเขาไปหาภาคภูมิเมื่อตอนที่เขาตกอับถึงขีดสุด เธอก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ หลังจากได้รับรายงานจากเลขานุการส่วนตัวทางโทรศัพท์ “ภาคภูมิ! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมฉันถึงได้ยินข่าวว่าโฉนดที่ดินที่เราจองไว้มันถูกคนอื่นปาดหน้าซื้อไปวะ!” พิมพ์ชนกโวยวายเสียงแหลมสูงโดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ภาคภูมิคือใคร จนกระทั่งเธอกวาดสายตามาเจอเมฆาที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มสุภาพ ดวงตาของพิมพ์ชนกเบิกกว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน “ยะ... ยะ... ยัย... เมฆา! แก... แกมาทำอะไรที่นี่! อย่าบอกนะว่าคนที่ซื้อที่ดิน... คือ... คือแก?!” “สวัสดีครับคุณพิมพ์ชนก หน้าตาดูสดใสขึ้นนะครับเนี่ย ตั้งแต่ไปคบกับคุณภาคภูมิ ดูท่าทางกระเป๋าเงินคงจะหนาขึ้นตามความโลภเลยสินะครับ” เมฆาทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับสร้างความอับอายให้หญิงสาวจนแทบแทรกแผ่นดินหนี สายตาของคนในห้องที่มองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช “แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อวะ! ไอ้คนจนตรอกอย่างแก! ชาตินี้ทั้งชาติ ต่อให้แกทำงานจนตายเป็นหมา แกก็ไม่มีปัญญาหาเงินสี่ร้อยล้านมาซื้อที่ดินแปลงนี้ได้หรอก! แกไปโกงใครมา หรือเอาเอกสารปลอมมาหลอกเจ้าหน้าที่รัฐฮะ!” พิมพ์ชนกกรีดร้องสติแตก เธอชี้หน้าเมฆาด้วยความโกรธเกรี้ยว ความหยิ่งทะนงของเธอพังทลายลงในพริบตาเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เธอฝันอยากครอบครอง ถูกผู้ชายที่เธอเคยเหยียบย่ำและทิ้งขว้าง ซื้อไปทิ้งไว้เฉยๆ เหมือนซื้อลูกอมเม็ดเดียว เมฆาไม่โต้ตอบด้วยการตะคอก เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้าอย่างน่าหมั่นไส้ เขาสอดมือเข้าในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรสีดำสนิทลวดลายเรียบหรูออกมาควงเล่นไปมาราวกับมันเป็นของเล่นราคาถูก “จะว่าไปแล้ว... ค่าปรับที่คุณพิมพ์ชนกเคยดูถูกผมเมื่อสามเดือนก่อน ว่าผมมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ไม่มีอนาคต...” เมฆาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว ช้าๆ แต่มั่นคง จนพิมพ์ชนกต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว “ผมคิดว่าดอกเบี้ยความดูถูกในวันนั้น... มันคงจะมากพอที่จะซื้อบ้านหลังโตๆ ของคุณทั้งสองคนมารวมกันได้สบายๆ เลยล่ะครับ” ภาคภูมิพยายามจะเข้ามาผลักอกเมฆาเพื่อปกป้องหน้าตา “ไอ้เมฆา! อย่าผยองให้มันมากนักนะเว้ย! ถึงแกจะมีปัญญาซื้อที่ดินผืนนั้น แต่มันก็เป็นแค่ที่ดินเปล่าๆ แกไม่มีทางเอาไปทำอะไรได้หรอกถ้าไม่มีใบอนุญาตจัดสรรจากบริษัทของฉัน! ฉันจะสั่งห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนมาร่วมงานกับแกทั้งนั้น!” เมฆาหยุดเดิน เขาหันไปมองภาคภูมิด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเวทนา ราวกับกำลังมองตัวตลกที่กำลังดิ้นรนบนลานประหาร “ใบอนุญาตจัดสรรงั้นเหรอครับ?” เมฆายิ้มมุมปาก “คุณภาคภูมิครับ... คุณคงยังไม่รู้สินะว่า เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ก่อนที่ผมจะรูดบัตรซื้อที่ดินผงนี้... บริษัทแม่ที่คุณถือหุ้นอยู่แปดสิบเปอร์เซ็นต์น่ะ...” เมฆาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเปิดหน้าจอแอปพลิเคชันตลาดหุ้นและเอกสารการเข้าซื้อกิจการให้เห็นกันจะๆ ตา “...มันเพิ่งถูกบริษัทลูกในเครือของผม กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดจนผมกลายเป็น ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด’ และมีอำนาจปลดคุณออกจากตำแหน่งประธานบริษัทได้ในทันที... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป” บรรยากาศในห้องเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม เสียงลมหายใจของภาคภูมิและพิมพ์ชนกขาดห้วง ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับศพเดินได้ โทรศัพท์ในมือของภาคภูมิร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เมฆาหันไปหารินลดาที่ยืนมองเขาด้วยสายตาระคนความตกตะลึงและความประทับใจ เขายื่นกุญแจรถสปอร์ตคันหรูที่เพิ่งถอนออกมาจากระบบสมาชิกวีไอพีให้เธอถือเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นท่ามกลางความฉิบหายวายป่วงของเหล่าศัตรู “รินครับ... เราไปกินชาบูกันเถอะครับ ปล่อยให้หมาแถวนี้เขากัดกันเองในลานจอดรถส่วนตัวของเราดีกว่านะ” ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่รินลดาจะทันได้ตอบรับ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ซึ่งเป็นเลขาธิการส่วนตัวระดับสูงของตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ ก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทีร้อนรน เขาตรงดิ่งมาคุกเข่าลงต่อหน้าเมฆา ท่ามกลางสายตานับสิบที่ช็อกตาค้างจนแทบหยุดหายใจ “คุณหนูใหญ่ครับ! แย่แล้วครับ! ท่านประธานใหญ่ทราบเรื่องที่คุณแอบเอาบัตรดำวงเงินไม่จำกัดมาซื้อลานจอดรถเล่นๆ แล้วครับ... และตอนนี้... เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของตระกูล กำลังลงจอดบนดาดฟ้าตึกสำนักงานที่ดินเพื่อมารับตัวคุณกลับไปรับมรดกหมื่นล้านแล้วครับ!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนความสะใจในครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%