เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์รุ่นซูเปอร์พูม่าสีดำสนิท ตีวนกรรโชกอยู่เหนืออาคารสำนักงานที่ดินจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน แรงลมมหาศาลพัดเอาเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานปลิวว่อนไปทั่วห้อง ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คนที่วิ่งหนีชุลมุน ร่างของชายชราในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมด้วยบอดี้การ์ดสวมแว่นตาดำอีกหกนาย ก็ก้าวลงมาจากบันไดเหล็กด้วยท่าทีเร่งรีบราวกับเกิดวินาศภัยระดับชาติ
"คุณหนูใหญ่ครับ! ในที่สุดผมก็หาตัวเจอ!"
เสียงตะโกนกึ่งหอบของลุงพงษ์ ผู้จัดการมรดกเก่าแก่ประจำตระกูลดังทะลุเสียงเครื่องยนต์เข้ามา สายตาฝ้าฟางแต่ทรงอำนาจกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ชายหนุ่มในเสื้อยืดคอกลมสีซีดกับกางเกงยีนส์ขาดๆ ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟกระป๋องราคาถูกอย่างสบายใจเฉิบ
เมฆาถอนหายใจยาวเหยียด เขาเหลือบตามองชายชราผู้เป็นมือขวาของปู่ด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย ก่อนจะวางกระป๋องกาแฟลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *ก๊อก* เบาๆ แต่กลับทำให้บอดี้การ์ดทั้งหกนายสะดุ้งเฮือกโดยพร้อมเพรียงกัน
"ลุงพงษ์ครับ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมกำลัง 'พักร้อน' จากการเป็นทาสในตึกแถว การที่เอาเครื่องบินรบ... เอ๊ย เฮลิคอปเตอร์ราคาแปดหลักมาลงจอดบนหลังคาราชการแบบนี้ เดี๋ยวผมก็ต้องควักกระเป๋าซื้อตึกนี้กลบข่าวให้อีกหรอกครับ เงินในบัญชีผมมันไม่ได้งอกเงยเป็นดอกเห็ดนะ ถึงมันจะใกล้เคียงก็เถอะ" เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ แต่แฝงความเฉียบคมที่ทำเอาผู้จัดการมรดกวัยเจ็ดสิบปีถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
"แต่นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะครับคุณหนู! ท่านประธานใหญ่ทราบเรื่องที่คุณแอบเอาบัตรดำวงเงินไม่จำกัดไปเหมาย่านการค้าของตระกูลอัศววรกุลมาเล่นขายของแล้วครับ! ท่านบอกว่า... ถ้าคุณยังไม่ยอมกลับไปรับมรดกหมื่นล้านและเซ็นรับตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทในวันนี้ ท่านจะยกหุ้นครึ่งหนึ่งให้คุณหญิงย่าไปช็อปปิ้งแก้เครียดแทนนะครับ!"
สิ้นคำประกาศนั้น ผู้คนที่ยืนหลบมุมอยู่แถวนั้นถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน หูผึ่งกับตัวเลข 'หมื่นล้าน' และ 'บัตรดำวงเงินไม่จำกัด' หลายคนหันมามองหน้ากันเองสลับกับมองชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนนี้ด้วยความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
แต่เมฆากลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาสBายใจยิ่งกว่าตอนนั่งดูซีรีส์เกาหลีเสียอีก สายตาคมกราบกิ่งก้านสาขาของความหงุดหงิดฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์
"บอกปู่ผมไปนะครับว่า... ถ้าอยากให้ผมกลับไปรับมรดกนักล่ะก็ ส่งเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดในย่านการค้าบล็อก C มาให้ผมเซ็นที่ร้านกาแฟปากซอยภายในสิบห้าวันนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะเอาบัตรดำใบนี้ไปรูดซื้อบริษัทคู่แข่งของตระกูลเรามาเปิดร้านขายกล้วยแขกซะให้เข็ด"
คำพูดนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ลุงพงษ์รู้ดี รอยยิ้มของเมฆาคือสัญญาณเตือนภัยระดับเรดาร์แตก ผู้จัดการมรดกชราโค้งศีรษะลงเก้าสิบองศาอย่างจำยอม ก่อนจะรีบถอยร่นกลับขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปอย่างทุลักทุเลท่ามกลางความอึ้งงันของเจ้าหน้าที่ที่ดินที่ยืนแข็งค้างเป็นหุ่นปูนปั้น
เมื่อความโกลาหลผ่านพ้นไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง เมฆายันกายลุกขึ้นยืน เขาสลัดฝุ่นที่เกาะตามเสื้อผ้าออกเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกจากสำนักงานที่ดินมุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวในหัวใจตอนนี้
ร้านกาแฟขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกแถวร้าง คือสถานที่ที่เขารู้สึกว่า 'มีชีวิตชีวา' มากที่สุดในย่านนี้
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานกระจกส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งต้อนรับผู้มาเยือน กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่น รินลดากำลังง่วนอยู่กับการเช็ดเคาน์เตอร์บาร์ด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อน ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืนเพื่อเคลียร์บัญชีร้านที่กำลังจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่จากพิษเศรษฐกิจและเจ้าของตึกหน้าเลือดคนเก่า
เมฆาจำสายตาของหญิงสาวในวันที่เขาหอบเอกสารสมัครงานร่อนเร่ไปทั่วแล้วถูกไล่ตะردเหมือนหมูเหมือนหมาได้ดี วันนั้น รินลดายื่นกาแฟแก้วหนึ่งให้เขาพร้อมกับแซนด์วิชทูน่าชิ้นโตโดยไม่คิดเงินสักบาท แถมยังบอกด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจว่า *“กินให้อิ่มท้องก่อนค่อยไปสู้ใหม่นะครับ ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่งานหรอก”*
ตั้งแต่วินาทีนั้น ผู้ชายที่เคยเย็นชาและมองโลกในแง่ร้ายมาตลอดอย่างเมฆา ก็ตัดสินใจแล้วว่า... ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ต้องลำบากอีกเด็ดขาด แม้ว่าเขาจะต้องกว้านซื้อตึกทั้งแถบนี้มาเพื่อสร้างอาณาจักรให้เธอก็ตาม
"อ้าว เมฆา วันนี้ไม่ต้องไปวิ่งหางานเหรอครับ ทำไมทำหน้าตาเหมือนคนเพิ่งโดนหวยกินแบบนั้นล่ะ" รินลดาเงยหน้าขึ้นจากเคาน์เตอร์ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อบรรยากาศที่อึมครึม เธอยังคงใจดีกับเขาเสมอ แม้ว่าตัวเธอเองจะกำลังนั่งอยู่บนกองหนี้สินรุงรังก็ตาม
เมฆาเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลทรงสูง สายตาทอดมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย รินลดาอาจจะไม่รู้เลยว่า ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังมองว่าเขาเป็นแค่ไอ้หนุ่มตกงานไร้อนาคต แต่สำหรับเธอกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา—ตัวตนที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและพร้อมจะปกป้องเธอจากโลกอันโหดร้ายนี้
"ผมไม่ได้โดนหวยกินหรอกครับริน... แต่ผมเพิ่งไป 'เหมา' อะไรมานิดหน่อยเอง" เมฆายิ้มกริ่ม ควักกระเป๋าหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ฝังเพชรแท้ล้อมกรอบ ออกมาวางไว้บนโต๊ะ
รินลดาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย เธอก้มมองบัตรสีดำสนิทไร้ลวดลายนั้น แล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "อะไรเนี่ย บัตรส่วนลดร้านสะดวกซื้อเหรอ ดีไซน์เท่ดีนะ ฮ่าๆๆ"
"ไม่ใช่บัตรส่วนลดครับ..." เมฆาเลื่อนบัตรใบนั้นไปตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วสัมผัสกับมือเรียวบางที่กำลังถือผ้าขี้ริ้วอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบทอดมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "นี่คือบัตรที่สามารถซื้อตึกทั้งย่านนี้ รวมถึงร้านกาแฟที่คุณรักได้ด้วยการรูดแค่ครั้งเดียว... และตอนนี้ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะใช้มันซื้อ 'อนาคต' ของเรา"
รินลัดานิ่งงัดไป เธอนึกว่าเขาพูดเล่นตามประสาคนอารมณ์ดี แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง ประตูร้านกาแฟก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างท้วมในชุดสูทราคาแพง—เจ้าของตึกหน้าเลือดผู้มาเยือนพร้อมกับใบแจ้งขับไล่และสัญญาเช่าฉบับใหม่ที่ปรับค่าเช่าขึ้นสามเท่า
"ไง แม่สาวน้อย! หมดเวลาสนุกแล้วนะ! ถ้าวันนี้เธอไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสามแสนบาท เตรียมเก็บข้าวของไสหัวออกไปจากร้านฉันได้เลย!" เสียงตวาดดังลั่นทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบ รินลดาหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความตกใจและสิ้นหวัง มือเรียวบางกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่
เมฆาถอนหายใจเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับปกเสื้อสูทที่เพิ่งใส่ให้เข้าที่ รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตานักล่าที่เยือกเย็นและทรงอำนาจจนน่ากลัว
เขายื่นมือไปหยิบบัตรสีดำบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ในมือ หมุนเล่นช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเจ้าของตึกหน้าเลือดด้วยรอยยิ้มพิฆาต
"สามแสนเหรอครับ... น้อยไปหน่อยมั้งครับ สำหรับค่ากาแฟแก้วโปรดของ 'นางฟ้าของผม' คนนี้"
เมฆายื่นบัตรสีดำส่งให้พนักงานแคชเชียร์ที่เดินตามเจ้าของตึกเข้ามาสมทบ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในร้านต้องหยุดหายใจ
"รูดซื้อตึกนี้ทั้งหมด... รวมทั้งกรรมสิทธิ์ที่ดินรอบข้างด้วยครับ... ตัดบัญชีของผมได้เลย"
เสียงเครื่องรูดบัตรเครดิตพกพาเริ่มส่งเสียงทำงาน *ปี๊บ... ปี๊บ... กริ๊ง!* ไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับสลิปกระดาษความยาวสองเมตรที่ค่อยๆ ปริ้นต์ออกมาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความเงียบงัดดั่งป่าช้า...
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ)*
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 4
นางฟ้าของผม
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!