ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 5

หัวหน้างานคนใหม่คือผมเอง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าฉันยังเห็นหน้าไอ้สวะเศษสวะอย่างเมฆาเดินวนเวียนอยู่ในตึกนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลหักเงินเดือนพวกเธอทุกคนข้อหาปล่อยให้คนบ้าเข้ามารบกวนสมาธิในการทำงาน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของ 'ผู้จัดการกิตติ' ดังลั่นไปทั่วชั้นสามสิบของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดัง เขากำลังยืนค้ำหัวพนักงานต้อนรับสาวสองคนที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เพียงเพราะเมื่อครู่... มีพนักงานส่งพัสดุทำท่าจะเข้ามาส่งเอกสารผิดตึก แต่กิตติบังเอิญเหลือบไปเห็นเงาคุ้นตาของอดีตลูกน้องเก่าที่เคยถูกเขาไล่อציออกอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามเดือนก่อนเดินผ่านหน้าล็อบบี้พอดี ความแค้นฝังหุ่นและนิสัยชอบเหยียบย่ำคนอื่นทำให้กิตติสั่งรปภ.ไล่ตะเพิดแทบไม่ทัน รินลดาที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างเสาห่างออกไปไม่ไกลนัก กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึง ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความรู้สึกเดือดดาลแทนชายหนุ่ม เธอกำลังจะก้าวเท้าออกไปสวนกลับไอ้หัวหน้างานปากเสียคนนั้นให้หงายเงิบ แต่ทว่า... มืออุ่นหนาของใครบางคนกลับเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเธอเสียก่อน เมฆายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือโกรธเกรี้ยวเจือปนเลยแม้แต่น้อย เขายังคงสวมเสื้อยืดสีพื้นตัวเก่งกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ดูธรรมดาจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... โลกทั้งใบของไอ้คนตรงหน้ากำลังจะพังทลายลงมา "ใจเย็นก่อนครับคุณริน... อย่าเพิ่งไปเปื้อนน้ำลายกับคนใกล้ตายเลยครับ มันเสียเวลาทำมาหากิน" เมฆากระซิบเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนรินลดาต้องชะงักและยอมถอยกลับมายืนดูเงียบๆ ด้วยความสงสัย ในจังหวะนั้นเอง ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงซึ่งปกติจะมีเพียงประธานกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้นใหญ่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้ จู่ๆ ก็ส่งเสียงเตือน 'ติ๊ง' ดังสนั่น ประตูกระจกนิรภัยสีชาค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต เลขานุการส่วนตัวและทีมทนายความนับสิบชีวิตก้าวฉับๆ ออกมาจากลิฟต์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทันทีที่กิตติเห็นว่าใครกำลังเดินมา สีหน้าที่กำลังเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจอมปลอมและท่าทีนอบน้อมราวกับสุนัขรับใช้ทันที "ท่านประธานครับ! สวัสดีครับท่าน! แหม... วันนี้ท่านมีวาระพิเศษอะไรถึงได้เสด็จมาตรวจเยี่ยมชั้นปฏิบัติการด้วยตัวเองล่ะครับเนี่ย พอดีเลยครับ ผมกำลังจัดการกับพวกขยะสังคมที่แอบลักลอบเข้ามาในตึกพอดี...!" กิตติรีบวิ่งเข้าไปโค้งคำนับจนตัวงอ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าชายสูงวัยที่เป็นประธานบริษัทในตอนนี้ กำลังตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก และไม่ได้มองมาที่เขาเลยแม้แต่น้อย ประธานบริษัทคนเก่า (ที่ปัจจุบันกลายเป็นอดีตไปแล้ว) ไม่สนใจเสียงเห่าหอนของกิตติแม้แต่น้อย เขารีบก้าวเท้าเดินผ่านผู้จัดการจอมเผด็จการไปอย่างไม่ใยดี จนกิตติหน้าเหวอค้างกลางอากาศ แต่ภาพที่ทำให้พนักงานทั้งชั้นสามสิบต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก คือการที่ท่านประธานคนเก่าและทีมทนายความทั้งหมด... เดินตรงดิ่งมาหยุดโค้งคำนับให้กับชายหนุ่มสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างเสาอย่างพร้อมเพรียงกัน! "ยินดีต้อนรับครับ... ท่านประธานใหญ่คนใหม่" เสียงทุ้มต่ำของอดีตประธานเอ่ยขึ้นด้วยความเคารพยำเกรง พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารสิทธิ์ขาดทั้งหมดในบริษัทแห่งนี้ด้วยมือทั้งสองข้าง ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่ทั่วมุมห้องทันที ไร้ซึ่งเสียงใดๆ นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ทุกสายตานับร้อยคู่เบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน รินลดาเองก็หันขวับมามองหน้าชายหนุ่มข้างกายด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่อציออก เมฆารับแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องทำงานที่เขาเคยนั่งก้มหน้าทำงานหามรุ่งหามค่ำโดยถูกไอ้กิตติจิกหัวใช้เหมือนทาสในเรือนเบี้ย ก่อนจะปรายตามองผู้จัดการจอมกร่างที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ขาทั้งสองข้างสั่นเทาราวกับยืนอยู่บนปากเหว "อะ... อะไรกัน... ท่านประธานครับ เกิดอะไรขึ้นทำไมท่านถึงไปก้มหัวให้ไอ้เด็กนี่มันล่ะครับ! มันเป็นแค่พนักงานกระจอกๆ ที่ผมเพิ่งไล่ตะเพิดไปเมื่อกี้เองนะ!" กิตติแผดเสียงโวยวายด้วยความสติหลุด สมองของเขาประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า เมฆาค่อยๆ เดินสาวเท้าเข้ามาหากิตติทีละก้าวอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบกับพื้นหินอ่อนดัง ก๊อป... ก๊อป... ก๊อป... ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังชีวิตการทำงานของกิตติ ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าไอ้หัวหน้างานปากเสีย รอยยิ้มสุภาพถูกประดับไว้บนใบหน้า แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "คุณกิตติครับ... จำผมได้ไหมครับ?" เมฆาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนฟัง ราวกับกำลังทักทายดินฟ้าอากาศ "แก... แกมัน...!" กิตติพูดไม่ออก ลำคอตีบตัน เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง ทั้งๆ ที่อยู่ในห้องแอร์เย็นเฉียบ "ผมเคยบอกคุณไว้แล้วนะครับว่า... 'น้ำหน้าอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนใคร' แต่ดูเหมือนว่าคุณจะความจำสั้นไปหน่อยนะ" เมฆาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือเปิดแฟ้มเอกสารในมือออกอย่างไม่รีบร้อน ปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปที่เอกสารหน้าสุดท้าย ซึ่งมีลายเซ็นโอนกรรมสิทธิ์หุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยวงเงินมหาศาลที่ทำให้คนฟังต้องหัวใจวาย "ประกาศจากผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหารคนใหม่... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป..." เมฆาเว้นจังหวะการพูดเล็กน้อย กวาดสายตามองพนักงานทุกคนที่กำลังกลั้นหายใจ ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน "...คุณกิตติ พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานและผู้จัดการของบริษัทแห่งนี้ทันที และห้ามเหยียบเข้ามาในตึกนี้อีกตลอดชีวิต!" เสียงประกาศนั้นราวกระบองเพชรฟาดยอดอก กิตติเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพรงด้วยความสิ้นหวัง เขาพยายามจะคลานเข้าไปกอดขาของเมฆาเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตา แต่รปภ.สองคนได้พุ่งเข้ามาล็อกตัวเขาไว้ทันทีตามคำสั่งสายตาของประธานคนใหม่ เมฆาไม่สนใจเสียงโหยหวนขอความเห็นใจของอดีตหัวหน้างาน เขาหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับรินลดาที่ยังคงยืนอึ้งตาค้าง ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือบางของเธอไว้แน่น "ไปกันเถอะครับคุณริน... ในเมื่อผมเป็นเจ้าของตึกนี้แล้ว ผมมีสิทธิ์แต่งตั้ง 'เลขาธิการส่วนตัว' คนใหม่ที่สวยที่สุดในสามโลกได้ตามใจชอบ... ว่าไหมครับ?" เมฆากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ รินลดาหน้าแดงก่ำทันที เธอยกมือขึ้นหยิกแขนเขาเบื้องเบาแก้เขิน แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่า... ในวินาทีที่เมฆากำลังจะโอบเอวหญิงสาวเดินออกจากชั้นนั้นเพื่อไปฉลองชัยชนะ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา กลับแผดเสียงดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน เมฆาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าจาก **"สำนักงานใหญ่กลุ่มทุนระดับโลก"** พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ *[แจ้งเตือนระบบ: ท่านได้รับคำเชิญเข้าร่วมประมูลซื้อกิจการ "เครือโรงแรมระดับเจ็ดดาวทั่วเอเชีย" ที่เพิ่งประกาศล้มละลายเมื่อสิบนาทีที่แล้ว... วงเงินประมูลขั้นต่ำ: หนึ่งแสนล้านบาท]* เมฆาชะงักฝีเท้าลงทันที รอยยิ้มขบขันบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดบางอย่างที่แม้แต่รินลดายังต้องขมวดคิ้วสงสัย "มีอะไรเหรอครับเมฆา...?" รินลดาเอ่ยถามด้วยความกังวลเมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม เมฆาหันมามองหน้าเธอ ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วกดรับสายโทรศัพท์ทันทีโดยไม่ลังเล... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความสะใจในครั้งนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%