"เก่งมาก... หลานชาย ไม่นึกเลยว่าแกจะผลาญเงินตระกูลได้รวดเร็วขนาดนี้..."
เสียงหัวeเราะเยาะเย้ยของอาแท้ๆ อย่าง 'ชัยวัฒน์' ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเมฆา แม้ว่าสายโทรศัพท์จะถูกตัดไปแล้วหลายนาที ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องสูทสุดหรูของโรงแรมแกรนด์ริเวียร่า นิ้วเรียวยาวกำลังจัดเนกไทสีดำสนิทเนื้อดีอย่างใจเย็น สะท้อนภาพชายหนุ่มวัยสามสิบปีที่ภายใต้กรอบแว่นสายตาและท่าทีสุภาพเรียบร้อย ซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ระดับปรมาจารย์
ตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเขาและแม่ผู้ล่วงลับ คิดว่าเงินก้อนโตที่ได้จากการขายที่ดินย่านการค้าจะทำให้เมฆากลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่หมดเนื้อประดาตัวภายในชั่วข้ามคืน ชัยวัฒน์คงกำลังนั่งจิบไวน์ราคาแพงหัวเราะร่าอยู่ในงานการกุศลคืนนี้ พร้อมกับเตรียมบทบาท 'ญาติผู้ใจบุญ' ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหลานชายตกอับคนนี้ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อระดับไฮโซ
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับ ที่ท่านอาคงไม่ได้เตรียมใจรับมือกับความจริงข้อที่ว่า... ผมไม่ได้ผลาญมัน แต่ผมแค่เอาไปซื้อตึกที่ท่านอาเพิ่งจะเซ้งมาต่างหากล่ะครับ" เมฆาพึมพำกับเงาตัวเองในกระจกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินเข้มยาวระพื้น รินลดาปรากฏกายขึ้นด้วยลุคที่ทำให้แม้แต่เพชรเม็ดโตบนคอของเธอก็ยังต้องหมองห้า เธอยืนนิ่งสูดหายใจเข้าลึกด้วยความประหม่า มือเรียวเล็กกำลังพยายามจัดชายกระโปรงของตัวเองด้วยความเก้ๆ กังๆ
"เมฆา... คุณแน่ใจเหรอคะ—เอ๊ย แน่ใจนะครับว่าจะใส่ชุดนี้เข้างานจริง ๆ คนพวกนั้นมีแต่พวกปากกรรไกรนะคะ" รินลดาเผลอหลุดปากใช้คำลงท้ายแบบเดิม แต่รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มขบขันของชายหนุ่ม
เมฆาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างสุภาพ ฝ่ามืออุ่นประคองไหล่บางทั้งสองข้างเบาๆ สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและอ่อนโยน ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีใครเคยได้เห็นจากชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลคนนี้
"คุณสวยมากครับริน... สวยจนผมเริ่มไม่อยากพาไปงานแล้วสิ อยากจะเก็บไว้ดูคนเดียวที่ห้องมากกว่า" เมฆากระซิบเสียงนุ่ม ทำเอารินลดาหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบไหล่เขาเบาๆ แก้เขิน
"พูดอะไรก็ไม่รู้ค่ะ... เอ๊ย ครับ! คนยิ่งตื่นเต้นอยู่" รินลดากัดริมฝีปากด้วยความประหม่า "งานการกุศลคืนนี้มีแต่ตระกูลดังๆ และพวกนักธุรกิจหน้าเลือดทั้งนั้น... ถ้าพวกเขาจำพวกเราได้ตอนที่ไปส่งกาแฟที่ออฟฟิศเมื่อสามเดือนก่อนล่ะคะ?"
"จำได้สิครับ ดีเสียอีก พวกเขาจะได้รู้ว่าคนชงกาแฟในวันนั้น... คือเจ้าของตึกที่พวกเขากำลังเช่าหัวจะปวดอยู่ในวันนี้" เมฆายิ้มกริ่ม แววตาคมกริบฉายประกายความสะใจที่ถูกเก็บกดมานาน "ไปกันเถอะครับ ปล่อยให้แขกผู้มีเกียรติรอนาน มันเสียมารยาทของเจ้าของตึกนะครับ"
บรรยากาศหน้าโรงแรมแกรนด์ริเวียร่าในยามค่ำคืนคึกคักไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงชัตเตอร์ของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวงานกุศลการกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ซีดานยุโรปราคาแพงวิ่งเรียงรายเข้ามาส่งแขกผู้มีเกียรติลงเดินบนพรมแดงท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงทักทายของเซเลบหนุ่มสาว
ทันใดนั้นเอง...
เสียงคำรามต่ำทุกลึกอันทรงพลังของเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบก็ดังกระหึ่มก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ลบเสียงพูดคุยทั้งหมดให้เงียบกริบลงทันที
รถยนต์ซูเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition สีดำด้านสนิทที่ทั่วโลกมีเพียงสิบคัน และไม่มีทางหาซื้อได้ง่ายๆ ในประเทศไทย ค่อยๆ ชะลอความเร็วและเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงอย่างสง่างาม ดีไซน์ล้ำอนาคตและประกายสะท้อนจากตัวถังรถทำเอาช่างภาพนิ่งถึงกับลืมกดชัตเตอร์ ประชาชนและแขกเหรื่อที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างพากันหันขวับมามองเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง
ประตูรถแบบปีกนก (Butterfly Doors) ค่อยๆ ยกตัวเปิดขึ้นอย่างช้าๆ
เมฆาก้าวเท้าลงมาจากฝั่งผู้ขับขี่ด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก เสื้อสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปรับกับรูปร่างสมส่วน แว่นตากระจกใสกรอบทองสะท้อนแสงไฟแฟลชวาววับ เขาไม่ได้รีบร้อน เขายืนจัดกระดุมสูทด้วยความมั่นใจ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งอย่างเป็นสุภาพบุรุษ
มือเรียวยาวของเมฆายื่นออกไปรับมือของรินลดาที่ก้าวลงมาจากรถอย่างงดงามราวกับเจ้าหญิง ท่ามกลางเสียงฮือฮาที่ดังระเบิดขึ้นราวกับคลื่นซัดสาด ช่างภาพรุมสาดแฟลชใส่ทั้งคู่จนแสงสว่างวาบราวกับกลางวัน
"นั่น... นั่นรถของใครวะ? รุ่นนั้นมันบอสใหญ่แห่งอาณาจักรเควันไม่ใช่เหรอ?"
"ไม่ใช่! คันนี้ป้ายแดง มหาเศรษฐีต่างชาติหรือเปล่า?"
"เฮ้ย ดูผู้ชายคนนั้นสิ... หน้าคุ้นๆ เหมือนไอ้เด็กที่เคยมายืนส่งกาแฟหน้าตึกวิทยุธานีเมื่อไม่นานมานี้ไม่ใช่เหรอวะ?!"
เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่จากกลุ่มไฮโซที่ยืนอยู่บริเวณทางเข้า ชัยวัฒน์ซึ่งยืนถือแก้วไวน์รอรับแขกคนสำคัญอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยง ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าแข็งค้าง แก้วไวน์ในมือสั่นระริกจนของเหลวสีแดงกระฉอกโดนเสื้อสูทราคาแพง
เมฆาจูงมือรินลดาเดินผ่านพรมแดงด้วยฝีเท้ามั่นคง รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มช่างทรงพลังและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน สายตาของเขาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสั่นเทาของอาตัวเองที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ชายหนุ่มหยุดเดิน หันไปกระซิบเบาๆ ข้างหูรินลดาที่กำลังกุมมือเขาแน่น
"จำที่ผมบอกได้ไหมครับริน... ว่าความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"
เมฆาก้าวเข้าไปใกล้ทางเข้างาน ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรแท้ที่ไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาอย่างไร้ความเร่งรีบ ก่อนจะยื่นมันให้กับเจ้าหน้าที่ต้อนรับที่ยืนตัวสั่นด้วยความเกรงขามต่อบารมีที่แผ่ออกมา
"ผม... เมฆาครับ ขออนุญาตเข้างานในฐานะ 'เจ้าของตึกคนใหม่' ของพวกคุณ... หวังว่าบัตรใบนี้น จะผ่านสแกนนะกติกานะครับ"
เสียงรูดบัตรดังขึ้น *ติ๊ด!* ยาวนานและชัดเจน พร้อมกับไฟสถานะสีเขียวที่สว่างวาบขึ้นในความเงียบสงัดของโถงทางเข้า...
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดนะครับ!
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 7
การเปิดตัวในงานไฮโซ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!