หน้าจอคอมพิวเตอร์สี่จอเรียงรายบนโต๊ะทำงานหรูหราสะท้อนแสงสีแดงฉาน กราฟราคาหุ้นของกลุ่มบริษัท "เกรียงไกร โฮลดิ้งส์" กำลังดิ่งเหวลงนรกราวกับดิ่งพสุธาไร้ร่มชูชีพ เสียงลมหายใจหอบถี่ของพนักงานฝ่ายบริหารและเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังประสานกันระงมราวกับอยู่ในสนามรบ ทำให้ห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางเมืองเวลานี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศ
"ท่านประธานครับ! หุ้นของเราหลุดแนวรับสำคัญไปแล้วครับ! มีแรงขายก้อนมหึมาเทลงมาไม่หยุด สถาบันการเงินไหนก็ไม่รู้กำลังกระหน่ำชอร์ตเซลล์เราอย่างบ้าคลั่ง!"
เสียงของเลขาธิการหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขาวิ่вриบเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตในมือที่สั่นเทา ชายวัยกลางคนผู้เคยนั่งบัลลังก์อำนาจอย่าง "เกรียงไกร" ถึงกับทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้หนังราคาแพง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"มันเป็นใคร! ใครมันบังกล้าเล่นกู!" เกรียงไกรคำรามลั่น เสียงแหบพร่าด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว "เช็คข้อมูลซิว่ากองทุนไหนอยู่เบื้องหลัง!"
"เอ่อ... ตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วครับท่าน..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วมือจิ้มหน้าจอด้วยความลนลาน "เงินทุนทั้งหมด... ถูกโอนมาจากบัญชีส่วนบุคคลของบริษัทลูกแห่งหนึ่งครับ... บริษัทที่เพิ่งถูกซื้อกิจการไปเมื่อวานนี้เองครับ..."
เกรียงไกรนิ่งอึ้ง สมองตื้อตันไปชั่วขณะ ก่อนที่ชื่อหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัวจนทำให้เขาแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
*เมฆา...*
ไอ้หนุ่มหน้าจืดที่เขาเคยเหยียดหยามและสั่งให้ รปภ. โยนออกไปจากล็อบบี้เมื่อหลายวันก่อน
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร บนชั้นบนสุดของร้านกาแฟเล็กๆ ที่รินลดายังคงยืนประจำการอยู่ เมฆากำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟลาเต้อุ่นๆ อย่างสบายอารมณ์ บนตักของเขามีแล็ปท็อปเครื่องบางเปิดหน้าต่างเทรดหุ้นวงเงินออนלนที่ตัวเลขกำลังวิ่งกระโดดขึ้นลงอย่างน่าหวาดเสียว
รินลดาเดินเข้ามาใกล้ วางจานขนมปังปิ้งทาเนยแยมสตรอว์เบอร์รีลงข้างๆ สายตากลมโตมองหน้าจอแล้วถอนหายใจเบาๆ
"คุณเมฆาคะ... เอ่อ คุณเมฆานี่เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่าคะ เล่นทุบหุ้นเขาร่วงกราวรูดแบบนี้ เดี๋ยวทางตลาดหลักทรัพย์ก็เรียกตัวหรอกค่ะ" รินลดาเอ่ยเตือนด้วยความกังวล แม้ลึกๆ จะแอบสะใจกับท่าทีของพวกคนรวยที่ชอบรังแกคนอื่นก็ตาม
เมฆาเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มอบอุ่นและสายตาพราวระยับให้คู่ชีวิต เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของเธอไว้เบาๆ
"สำหรับผมแล้ว ไม่มีคำว่าแรงเกินไปหรอกครับรินลดา..." เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีด "พวกมันกล้าส่งคนมาป่วนร้านกาแฟที่คุณรัก กล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนที่อยู่เคียงข้างผมในวันที่ผมไม่มีอะไร... การที่ผมใช้เงินซื้อตึกสำนักงานใหญ่ของมัน แล้วสั่งทุบเพื่อทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์ให้คุณ มันยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ"
รินลดาแก้มแดงเรื่อขึ้นมาทันที เธอก้มหน้าหลบสายตาหวานเชื่อมนั้น "ใครให้คุณทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์กันล่ะคะ เปลืองเงินจะตาย... พูดอะไรก็ไม่รู้"
"เพื่อคุณ รินลดา... ต่อให้ต้องซื้อตลาดหลักทรัพย์ทั้งตลาดมาเผาเล่น ผมก็ยอมทำครับ" เมฆาหยอดคำหวานด้วยน้ำพักน้ำแรงของมหาเศรษฐีหน้าใหม่ ทำเอาหญิงสาวต้องตีแขนเขาเบาๆ ด้วยความเขินอาย
ทว่า บรรยากาศแสนหวานนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดประตูร้านที่กระแทกดังปัง!
ร่างอ้วนท้วนของเกรียงไกรในสภาพเหงื่อโทรมกายและสูทหลุดลุ่ย พุ่งพรวดเข้ามาในร้านกาแฟขนาดเล็กแห่งนี้อย่างคนเสียสติ ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนวิ่งตามเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเกรียงไกรกราดมองหาเป้าหมายทันที และเมื่อเห็นร่างของเมฆานั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่มุมร้าน เขาก็พุ่งเข้าใส่ราวกับหิวโหย
"แก! ไอ้เด็กเวร!" เกรียงไกรตะโกนลั่นร้านจนลูกค้าโต๊ะอื่นสะดุ้งโหย่ง เขายืนหอบหายใจรดโต๊ะของเมฆา มือหนาสั่นเทาชี้หน้าชายหนุ่ม "แกทำบ้าอะไรลงไป! รู้ตัวไหมว่าแกกำลังทำลายบริษัทที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิต!"
เมฆายังคงจิบกาแฟต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน เขาวางแก้วลงช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานใหญ่ผู้กำลังจะล้มละลายด้วยแววตาเรียเฉย
"อ้าว คุณเกรียงไกร..." เมฆากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับต้อนรับลูกค้าชั้นดี "ลมอะไรหอบท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่มาถึงร้านกาแฟเล็กๆ นี้ล่ะครับ หรือว่า... กาแฟที่นี่รสชาติดีกว่าน้ำตาของพนักงานที่คุณเพิ่งไล่ออกเมื่อวาน?"
"แกหยุดกวนประสาทฉันนะ!" เกรียงไกรตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "แกต้องการอะไร! เงินเท่าไหร่ว่ามา! ถอนคำสั่งชอร์ตเซลล์แล้วขายหุ้นคืนให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
เมฆายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจเหนือกว่า เขาค่อยๆ เลื่อนแล็ปท็อปหันไปทางเกรียงไกร เพื่อให้เห็นตัวเลขพอร์ตการลงทุนที่กำลังเขมือบกิจการของอีกฝ่ายทีละน้อย
"เงินเหรอครับ?" เมฆาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "น่าเสียดายจังครับคุณเกรียงไกร... ตอนนี้เงินในบัญชีผมมันมีเยอะเสียจนผมไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี นอกจาก... ซื้อหนี้สินท่วมหัวของคุณมาเช็ดเท้าเล่น"
"แก...!" เกรียงไกรหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความโกรธพุ่งทะยานจนแทบกระอักเลือด เขาส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดด้านหลัง "จัดการมัน! เอาคอมพิวเตอร์นั่นมา!"
บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเท้าเข้ามาหมายจะคว้าตัวเมฆาและทำลายแล็ปท็อปทิ้ง แต่ทว่า...
*เอี๊ยดดดด—!*
เสียงเบรกของรถยนต์หรูนับสิบคันดังสนั่นหวั่นไหวหน้าร้านกาแฟ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับชายชุดดำนับสิบชีวิตก้าวลงมาจากรถอย่างเป็นระเบียบ และคนที่ก้าวออกมาจากรถคันกลางคือชายวัยชราผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการการเงิน นายธนาคารใหญ่ที่แม้แต่เกรียงไกรยังต้องก้มหัวให้เวลาเจอหน้า
ชายชราเดินตรงดิ่งเข้าไปในร้านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทำเอาบอดี้การ์ดของเกรียงไกรต้องชะงักและถอยกรูดโดยอัตโนมัติ
เกรียงไกรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ท่านประธานธนาคาร... ม... มาทำอะไรที่นี่ครับ?"
ทว่า นายธนาคารใหญ่ไม่ได้ชายตาแลเกรียงไกรแม้แต่น้อย เขากลับเดินตรงเข้าไปโค้งคำนับให้เมฆาด้วยความเคารพสูงสุด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในร้าน
"ท่านครับ..." นายธนาคารกล่าวด้วยเสียงนอบน้อม "เอกสารการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของเกรียงไกร โฮลดิ้งส์ สมบูรณ์แล้วครับ ท่านจะให้เราดำเนินการ 'ล้มละลาย' หรือ 'เปลี่ยนชื่อบริษัท' เป็นอะไรดีครับ?"
เกรียงไกรเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที โลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า
เมฆายิ้มรับบางๆ เขามองหน้าเกรียงไกรที่ไร้ซึ่งทางสู้ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เด็ดขาด
"ไม่ต้องรีบล้มละลายหครับ... เพราะผมมีแขกพิเศษอีกคนที่อยากให้คุณได้รู้จัก"
ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินมาจอดสนิทบนลานโล่งหน้าร้านกาแฟ ลมกระโชกแรงพัดเข้ามาจนผมของทุกคนปลิวไสว และร่างของบุคคลปริศนาก็ก้าวลงมาจากเครื่องบิน พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้เกรียงไกรถึงกับหัวใจหยุดเต้น
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 16
ปั่นป่วนตลาดหลักทรัพย์ด้วยนิ้วเดียว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!