กลิ่นอายของไวน์ราคาแพงผสมผสานกับความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ในอากาศ แสงไฟคริสตัลระยิบระยับจากโคมระย้าเพดานสูงสะท้อนลงบนแก้วทรงสูงในมือของธีร์ธันย์ ทว่าความหรูหราของงานเลี้ยงสมาคมนักกฎหมายและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลค่ำคืนนี้ กลับไม่ได้อยู่ในความสนใจของทนายความหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้พ่ายเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกำลังจดจ้องร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทที่ยืนอยู่ฟากหนึ่งของห้องโถง
รินรดา... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเขาทำลายชีวประวัติของเธอจนแหลกละเอียดคามือ และเป็นผู้หญิงคนเดียวกันกับที่เขาเฝ้าตามหาเงาของเธอมาตลอดสามปีเต็ม
"ดูเหมือนคุณธีร์ธันย์จะสนใจ 'แขกรับเชิญพิเศษ' ของค่ำคืนนี้นะคะ" น้ำเสียงเย้าแหย่ของศรุตดังขึ้นจากด้านข้าง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ย นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและคู่ปรับตัวฉกาจของเขาขยับเข้าไปใกล้ ขยับแก้วไวน์ในมือเบาๆ "น่าแปลกใจไหมล่ะครับ ที่คนตายไปแล้ว... จะฟื้นคืนชีพกลับมาเดินเฉิดฉายในงานสังคมชั้นสูงได้อีกครั้ง แถมยังมาในฐานะที่ปรึกษาอิสระคนสำคัญของกระทรวงอีกด้วย"
ธีร์ธันย์ไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา สันจรามของเขาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่เคยเกิดขึ้นในวันที่เขาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าและผลักไสเธอออกไปจากชีวิต วนกลับมาทุบซ้ำที่กลางอกราวกับถูกค้อนทัณฑ์เหล็กกระแทกเข้าอย่างจัง
สามปีที่ผ่านมา เขามีชื่อเสียง มีเงินทอง มีอำนาจ และความสำเร็จที่ใครๆ ต่างพากันสรรเสริญ แต่ไม่มีคืนไหนเลยที่เขาจะไม่ฝันถึงแววตาที่ว่างเปล่าและหยดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังของภรรยาตัวเอง แววตาในวันที่เธอเอ่ยประโยคที่เขายังจำได้ขึ้นใจ— *'คุณไม่เคยรักใคร นอกจากความถูกต้องที่คุณสร้างขึ้นมาเองหรอกค่ะคุณธีร์'*
ร่างบางในชุดราตรีสีดำสนิทหันกลับมาพอดี ราวกับรับรู้ได้ถึงการถูกจ้องมอง ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนแอและยอมจำนน บัดนี้กลับนิ่งสนิท เยชาชา และเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งที่ยากจะต่อกร ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความโหยหาหลงเหลืออยู่เลยในดวงคู่นั้น มันคือสายตาที่มองผ่านมาทางเขา ราวกับเขาเป็นเพียง 'อากาศธาตุ' ไร้ตัวตน
หัวใจของทนายความผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกระตุกวูบ
ธีร์ธันย์ก้าวเท้าออกไปโดยอัตโนมัติ แหวกฝูงชนและนักธุรกิจที่พยายามเข้ามาทักทาย ร่างสูงสง่าหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ารินรดา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นชาที่เขาคุ้นเคยลอยแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดริมฝีปากหยักลึกออกไปอย่างยากลำบาก มันไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การโต้แย้งในชั้นศาล แต่มันคือเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน
รินรดายกแก้วไวน์ขึ้นจิบน้อยๆ อย่างใจเย็น เธอมองหน้าเขา ไล่สายตาตั้งแต่เรือนร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษขึ้นไปสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า รอยยิ้มเยาะหยันแตะอยู่ที่มุมปากอิ่มอย่างน่ามอง
"เชิญเรียกชื่อดิฉันให้ถูกกาลเทศะด้วยค่ะ คุณธีร์ธันย์" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ "ที่นี่คือสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง ไม่ใช่ห้องพิจารณาคดีที่คุณจะมาเรียกชื่อใครตามอำเภอใจ"
"เรา... ต้องคุยกัน" ธีร์ธันย์เอ่ยเสียงเครือ มือหนาที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เขาเองก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ "ผมรู้ว่าผมทำผิดกับคุณไว้มากแค่ไหน ริน... ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ได้อธิบายเรื่องในอดีต—"
"อธิบายเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คุณจะอธิบายอะไรคะ? อธิบายว่าความถูกต้องของคุณมันสำคัญกว่าชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งงั้นเหรอ? หรือจะอธิบายว่าคุณลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่ง เราเคยใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางใจของธีร์ธันย์จนเขาหน้าชา เขารู้ดีว่าความผิดพลาดในอดีต—คดีความที่เขาเลือกจะปิดตาข้างหนึ่งเพื่อรักษาชื่อเสียงของสำนักงานทนายความ จนทำให้ครอบครัวของพยานปากสำคัญต้องล่มสลาย และหนึ่งในนั้นคือญาติสนิทของรินรดา—คือตราบาปที่ไม่มีวันล้างออกได้หมด
"ผมเปลี่ยนไปแล้ว..." เขาพยายามเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า "ตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ผมไม่นึกถึงคุณ ผมตามหาคุณ—"
"ตามหาเพื่ออะไรคะ? เพื่อความสะใจ หรือเพื่อให้คุณรู้สึกผิดน้อยลงเวลาส่องกระจกมองตัวเอง?" รินรดาหันมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็นมานานปี "อย่าทำเป็นพูดคำว่าคิดถึงหรือสำนึกผิดเลยค่ะ มันน่าสมเพชเกินไปสำหรับผู้ชายที่ชื่อ ธีร์ธันย์... คนที่เอาแต่กอดความยุติธรรมปลอมๆ ไว้ จนกระทั่งเหยียบย่ำหัวใจของคนใกล้ตัวจนไม่เหลือชิ้นดี"
บรรยากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง ผู้คนรอบข้างเริ่มเหลือบมองมาทางพวกเขาทีละน้อย แต่รินรดาหาได้แคร์สายตาเหล่านั้นไม่ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเขาด้วยสายตาที่ประกาศกร้าวว่าเธอในวันนี้ไม่ใช่เหยื่อที่ยอมให้เขาขยี้ซ้ำอีกต่อไปแล้ว
"จำใส่ใจไว้นะคะ คุณธีร์ธันย์" รินรดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ริมหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของชายหนุ่ม "เกมในอดีต คุณเป็นคนถือไพ่เหนือกว่าและเป็นคนแจกไพ่... แต่ต่อจากนี้ไป ทุกย่างก้าวของคุณจะอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน และฉันนี่แหละ... ที่จะทวงคืนทุกอย่างที่คุณแย่งไปจากฉัน!"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ธีร์ธันย์ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำพูดและแววตาอันเด็ดเดี่ยวคู่นั้น หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย แต่ในขณะเดียวกัน... มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมา—ความรู้สึกที่ว่า เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่มีก็ตาม
ทนายความหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากวาดสายตามองตามร่างบางที่กำลังเดินเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มนักลงทุนระดับประเทศอย่างคล่องแคล่ว ทว่าในจังหวะที่รินรดากำลังก้าวผ่านเสาโรมันตกแต่งห้องโถงนั้นเอง ร่างของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องก็วิ่งตัดออกมาจากมุมอับเพื่อจะเข้าไปหาเธอ
"คุณแม่ขา!"
คำเรียกนั้นดังลั่นท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ และร่างเล็กๆ นั้นก็โผเข้ากอดเอวของรินรดาไว้อย่างออดอ้อน
ธีร์ธันย์เบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนของรินรดา ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และโดยเฉพาะโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน กำลังกะพริบตาปริบๆ มองมาทางเขาราวกับเป็นภาพสะท้อนในกระจกเงาแห่งอดีตและอนาคต!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการกลับมาทวงคืนความยุติธรรมในครั้งนี้นะคะ
ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม•ตอนที่ 2
แผลเป็นที่ไม่มีวันจาง
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!