ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม•ตอนที่ 13

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าเข้ามาจุ้นจ้านในเกมของผม, ธีร์ธันย์” เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถใต้ดินอันมืดสลัว กลิ่นอับชื้นของคอนกรีตผสมกับไอฝนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เงาร่างสูงใหญ่ของศรุตขนาบข้างด้วยบอดี้กาดร่างยักษ์อีกสองคน สายตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลจ้องมองมายังบุคคลที่ยืนขวางทางด้วยความอาฆาตมาดร้าย มือหนาของศรุตเอื้อมไปกระชากแขนเรียวบางของรินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างแรง จนร่างเล็กเซถลาเข้าหาด้วยความเจ็บปวด รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หลับตาลงข่มความเจ็บใจ เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องรอให้ใครมาปกป้องเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว มือเรียวเตรียมจะเหวี่ยงฝ่ามือใส่หน้าคนสารเลวที่กล้าใช้กำลังรังแกผู้หญิง แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศเบื้องหน้า ร่างของเธอกลับถูกดึงกระชากด้วยแรงมหาศาลจากด้านหลัง ให้ถอยร่นเข้าไปอยู่ในอ้อมกว้างของใครอีกคนที่มีไออุ่นคุ้นเคยอย่างประหลาด “ปล่อยมือสกปรกของคุณจากเธอ... ศรุต” น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกหลุดออกมาจากริมฝีปากของ ธีร์ธันย์ ทนายความหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงเวลานี้ไม่ได้ฉายแววความสุขุมนุ่มลึกเหมือนยามอยู่ในห้องพิจารณาคดีแม้แต่น้อย มันคือแววตาของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูเป็นชิ้นๆ เมื่อเห็นรอยแดงช้ำบนข้อมือของอดีตภรรยา ศรุตหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่แคบลงอย่างดูแคลน “อ้อ... ทนายผู้ผดุงความยุติธรรมผู้สูงส่ง ที่แท้ก็วิ่งตามมาปกป้องเมียเก่าที่หย่าขาดกันไปแล้วนี่เอง น่าสมเพชเสียจริงนะธีร์ธันย์ หรือว่าถ่านไฟเก่ามันกำลังคุจนยอมเอาอนาคตตัวเองมาทิ้งขว้างกันแน่?” รินรดาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อดันแผ่นอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธของธีร์ธันย์ให้ออกห่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองอดีสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความรู้สึกขุ่นเคือง หงุดหงิด และแปลกใจที่เขาเลือกจะเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ “ฉันจัดการเองได้ค่ะ ธีร์ธันย์” รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงแขนตัวเองกลับจากการกุมมือของเขา แต่ทว่าธีร์ธันย์กลับกระชับข้อมือเธอให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับต้องการบอกเป็นนัยว่าเขาไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายนี้เพียงลำพังอีกเป็นครั้งที่สองในชีวิต “คุณเก่งและเข้มแข็งพอ... รินรดา แต่ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะยืนมองคนที่ผม... เคยทำร้าย ต้องมาเจ็บตัวต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งที่สอง” ประโยคหลังเขาผ่อนเสียงลงเบาหวิว ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างรุนแรง ศรุตมองภาพคนทั้งคู่ด้วยความหมั่นไส้ “แสดงความรักความห่วงใยกันพอกรุบกริบแค่นี้พอเถอะครับ เพราะพวกคุณสองคนคงไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตหวานชื่นอะไรร่วมกันอีกนานนักหรอก... จัดการมัน!” สิ้นคำสั่งของศรุต บอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสองคนก็พุ่งเข้าใส่ธีร์ธันย์ทันที ความชุลมุนเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นหมัดหนักๆ พุ่งตรงเข้าหาใบหน้าของอดีสามี แต่ด้วยสัญชาตญาณของนักสืบอิสระที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เธอไม่รอช้าที่จะยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่ข้อพับของบอดี้การ์ดคนแรกจนล้มลงไปกองกับพื้น คริสตัลแห่งความโกรธเกรี้ยวในแววตาของเธอส่องประกายวาววับ ทางด้านธีร์ธันย์ แม้เขาจะสวมสูทดูภูมิฐานและใช้ชีวิตอยู่หลังโต๊ะทำงานในศาล แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดภายใต้โลกสีเทาที่เต็มไปด้วยคดีความอันตรายก็ทำให้เขามีทักษะการต่อสู้ไม่แพ้ใคร หมัดหนักๆ ของเขาซัดเข้าที่ใบหน้าของบอดี้การ์ดคนที่สองจนเซถอยหลัง ก่อนที่เขาจะอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นคว้าข้อมือของรินรดาแล้ววิ่งฝ่าวงล้อมตรงไปยังรถยนต์หรูที่จอดอยู่ไม่ไกล “ขึ้นรถ!” ธีร์ธันย์ออกคำสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารดันร่างบางเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถมรณะนั้นทันทีก่อนที่สมุนของศรุตจะตามมาสมทบ ภายในห้องโดยสารที่อบอวลไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ บรรยากาศอึดอัดกดดันยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับศรุตเสียอีก รถยนต์หรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก หยดน้ำเกาะพราวบนกระจกใส สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกสูงข้างทางที่วับWywผ่านไปอย่างรวดเร็ว รินรดานั่งกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยหันมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววูบในแววตา เธอเกลียดความรู้สึกพึ่งพาผู้อื่น เกลียดความอ่อนแอที่เผลอแสดงออกมาเมื่อครู่ และเหนือสิ่งอื่นใด... เกลียดหัวใจตัวเองที่ยังคงเต้นแรงทุกครั้งยามอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ “คุณขับรถพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ? ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วยสักหน่อย” รินรดารemปรายตามองคนขับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท เจือแววประชดประชันอย่างปิดไม่มิด ธีร์ธันย์ยังคงมุ่งมั่นกับการมองถนนเบื้องหน้า กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน มือใหญ่ที่กำพวงมาลัยรถสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธปนความโล่งใจที่เธอยังปลอดภัย เขารู้ดีว่าความเย็นชาของเธอคือเกราะป้องกันตัวจากรอยแผลที่เขานั่นแหละเป็นคนฝังมันไว้ในใจเธอเอง “ถ้าผมไม่เข้าไป... ป่านนี้คุณคงสะบักสะบอมกว่านี้ไปแล้ว รินรดา” ธีร์ธันย์พูดเสียงลอดไรฟัน รถเบรกกะทันหันข้างทางที่ค่อนข้างเงียบสงบก่อนจะดับเครื่องยนต์ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งจนน่าอึดอัด ทนายความหนุ่มหันมามองอดีภรรยาเต็มตา ดวงตาคู่นคมลึกล้ำสะท้อนความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกมานานหลายปี “ทำไมคุณถึงต้องเอาตัวเข้าไปพัวพันกับอันตรายขนาดนี้? ศรุตมันไม่ใช่คนธรรมดาที่คุณจะเล่นงานเขาได้ด้วยตัวคนเดียว” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว “แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะคะ ธีร์ธันย์? เราหย่ากัน 3 ปีแล้วนะคะ ชีวิตฉัน หน้าที่การงานของฉัน มันไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาเดือดร้อนแทน หรือว่า... ทนายผู้ทรงเกียรติ กลัวว่าความลับเรื่องคดีของศรุตที่ฉันกำลังขุดคุ้ยอยู่ มันจะไปกระทบกับผลประโยชน์ของบริษัทกฎหมายที่คุณดูแลอยู่กันแน่?” คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมของธีร์ธันย์ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วอก เขาขยับตัวเข้าหาเธอช้าๆ จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่แทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ “คุณยังจำเรื่องในอดีตได้ขึ้นใจสินะ... ริน” เสียงทุ้มต่ำเอמהนเรียกชื่อเล่นที่เขาเคยใช้เรียกเธอด้วยความทะนุถนอมในวันที่พวกเขายังรักกัน “คุณคิดว่าผมทำทุกอย่างเพื่อเงิน เพื่อผลประโยชน์งั้นเหรอ? ถ้าผมเป็นคนแบบนั้นจริง... ผมคงไม่ตามสืบเรื่องของคุณ ไม่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องคุณจากไอ้สารเลวศรุตแบบนี้หรอก” รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เจือความตัดพ้อจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ เธอยกมือขึ้นดันแผ่นอกเขาไว้เมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ทำให้สติของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง “ถอยไปค่ะ...” เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงคู่นั้น “ไม่... จนกว่าคุณจะตอบผมมาตามตรง” ธีร์ธันย์กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนผิวเนื้อกสิวลุกชัน “ว่าตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา... ในหัวใจของคุณ ยังมีพื้นที่ให้ผู้ชายเลวๆ คนนี้หลงเหลืออยู่บ้างไหม รินรดา?” บรรยากาศภายในรถเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นรัวราวกำลังแข่งกัน รินรดานิ่งงัน ปลายมือเย็นเฉียบ สมองตื้อตันไปหมด คำตอบที่เธอควรจะตอบคือ "ไม่มีวัน" แต่ทว่าริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนเปล่งเสียงไม่ออก ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความลังเล และความใกล้ชิดกำลังจะทำลายกำแพงทิฐิที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดสามปี... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากด้านนอกฝั่งคนขับดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอย่างกะทันหัน ธีร์ธันย์ผละใบหน้าออกด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ เขาหันไปมองผ่านกระจกมืดทึบด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในชีวิตคู่ที่พังทลาย ทว่า... ทันทีที่กระจกหน้าต่างรถถูกเลื่อนลงมาครึ่งหนึ่งเพื่อจะเอ่ยปากไล่บุคคลปริศนา ร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ในชุดกันฝนสีเหลืองสดใส พร้อมกับร่มคันเล็กที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำ ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวรถ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาโลกทั้งใบของธีร์ธันย์หยุดหมุนไปในทันที “คุณอาคนับ... คุณแม่บอกว่าให้เอานี่มาคืนคุณอาครับ เพราะคุณแอบทำหล่นไว้ตอนวิ่งหนีผู้ร้ายเมื่อกี้...” เด็กน้อยยื่นนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่สลักชื่อย่อตัวอักษร "T.T." ของธีร์ธันย์เข้ามาในรถ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตทนายความหนุ่มด้วยนัยน์ตากลมโตเป็นประกาย และโครงหน้าที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันออกมาจากกระจกเงาสะท้อนตัวเขาเองอย่างไร้ที่ติ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันอันระทึกขวัญนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%