ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม•ตอนที่ 5

เมื่ออดีตหวนคืน

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าเอาเอกสารชิ้นนี้มาวางบนโต๊ะทำงานของผม ธีร์ธันย์" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของศรุตดังขึ้น ท่าقمทีคุกคามในห้องทำงานส่วนตัวที่หรูหราอลังการบนชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางเมืองไม่ได้ทำให้ร่างสูงโปร่งของธีร์ธันย์สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ทนายความหนุ่มยังคงยืนสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบราویน้ำแข็ง แววตาคมกริบซ่อนความร้าวราญและคราบน้ำตาในอดีตไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาและมาดอันเยือกเย็น บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี แฟ้มเอกสารคดีฉ้อโกงประชาชนและการฟอกเงินระดับหมื่นล้านถูกกางออก มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงศรุตกับเครือข่ายอิทธิพลมืดที่กัดกินสังคมไทยมานานหลายปี และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ธีร์ธันย์ต้องก้าวเข้ามาเหยียบในถ้ำเสือแห่งนี้ แม้จะรู้ดีว่ามันอันตรายถึงชีวิต "ผมเป็นทนายความ... และเป็นคนที่มาทวงคืนความยุติธรรมให้คนที่คุณเคยเหยียบย่ำ" ธีร์ธันย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว "ความยุติธรรมเหรอ? น่าขันสิ้นดี..." ศรุตหัวعราะในลำคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าอวบอิ่มของผู้มีอำนาจล้นมือ "นายคิดว่าหลักฐานปลอมๆ แค่นี้จะโค่นฉันได้งั้นสิ? ธีร์ธันย์ นายมันก็แค่ทนายความตกอับที่ภรรยาหนีหน้า ทิ้งให้จมอยู่กับความโดดเดี่ยวไม่ใช่เหรอวะ หรือว่า... อยากจะลองลิ้มรสความตายตามครอบครัวของนายดูอีกสักรอบล่ะหื้ม?" คำพูดพาดพิงถึงอดีตอันเจ็บปวดพุ่งตรงเข้าขยี้หัวใจของธีร์ธันย์อย่างจัง กำปั้นภายใต้สูทราคาแพงกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทรงจำอันโหดร้ายเกี่ยวกับการสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุที่ถูกจัดฉากโดยผู้มีอิทธิพลย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำๆ แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ตอบโต้ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "ถ้าคุณศรุตคิดว่าหลักฐานในแฟ้มนั้นเป็นของปลอม งั้นคงต้องคุยกับ 'ทีมสืบสวน' ของดิฉันแล้วล่ะค่ะ" สุ้มเสียงทรงพลัง เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น ใบหน้างดงามที่เคยอ่อนหวานในอดีต บัดนี้ฉาบไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและแววตาที่แข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้า เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างธีร์ธันย์อย่างสง่างาม กลิ่นThe scent of expensive perfume ผสมผสานกับความกดดันที่เธอแผ่ออกมาทำให้ศรุตถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ธีร์ธันย์หันไปมองอดีตภรรยาด้วยความตกตะลึง ดวงตาคู่คมไหววับ หัวใจที่เคยด้านชาและตายด้านกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขานึกไม่ถึงว่ารินรดาจะเข้ามาพัวพันในคดีอันตรายระดับนี้ แถมยังเป็นการกลับมาพบกันในสถานะที่บีบคั้นหัวใจที่สุด—สถานะของผู้ร่วมชะตากรรมในการโค่นล้มศัตรูคนเดียวกัน "ริน..." ธีร์ธันย์เผลอหลุดปากเรียกชื่อเธอเบาๆ รินรดาชายตามองเขาเพียงเสี้ยววินาที แววตาคู่นั้นว่างเปล่า เยชาชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ เหมือนกับที่เขาเคยปฏิบัติกับเธอในวันที่เธออ้อนวอนขอความเห็นใจเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีร่องรอยของภรรยาผู้แสนดีหลงเหลืออยู่ มีเพียง 'รินรดา' นักสืบอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน "อย่ามาเรียกชื่อฉันสนิทสนมขนาดนั้นค่ะ ทนายธีร์ธันย์ ตอนนี้เรากำลังทำงานอยู่ กรุณาแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานด้วยนะคะ" รินรดาเอמהเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ ศรุตหรี่ตามองคนทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะระเบิดเสียงหัวعราะออกมาดังลั่นห้อง "โอ้ho! สามีภรรยาคู่นี้ช่างน่าสนใจเสียจริง นึกว่าจะหย่าขาดจากกันไปจนตายกลายเป็นอื่น ที่ไหนได้... กลับมากอดคอกันมาหาเรื่องใส่ตัวถึงที่นี่ คิดว่ารวมหัวกันแล้วจะโค่นฉันได้หรือไง หนอนแมตัวกระจิริด!" "หนอนแมตัวนี้แหละค่ะที่จะกัดแทะรากฐานอำนาจเน่าๆ ของคุณจนพังพินาศ" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ใช้มือเรียวบางวางแฟ้มเอกสารอีกชุดทับลงไปบนเอกสารเดิม แววตาของเธอจ้องตรงไปที่ศรุตอย่างไม่หลบเลี่ยง "บัญชีลับในต่างประเทศ เส้นทางการเงินของบริษัทในเครือ และชื่อของข้าราชการระดับสูงที่คุณติดสินบน... ทั้งหมดอยู่ในมือของ ป.ป.ช. และสำนักข่าวต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณกล้าแตะต้องพวกเราแม้แต่ปลายเล็บ ความลับทั้งหมดจะถูกตีแผ่สู่สาธารณชนภายในห้าวินาที" สีหน้าของศรุตเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "1นังผู้หญิงสารเลว! แกกล้ามากนะ!" ศรุตคว้าที่ทับกระดาษคริสตัลบนโต๊ะตั้งใจจะพุ่งเข้าทำร้าย รินรดาหลับตาลงเล็กน้อยเตรียมรับมือ แต่ทว่า... ร่างสูงของธีร์ธันย์กลับพุ่งเข้ามาขวางหน้าเธอไว้อย่างรวดเร็วราวกับสัญชาตญาณ หมัดหนักๆ ของศรุตซัดเข้าที่ใบหน้าของธีร์ธันย์เต็มแรงจนแววตาหลุดกระเด็น เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของทนายความหนุ่ม แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ธีร์ธันย์ใช้มือเช็ดเลือดที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มเยือกเย็นให้ศรุต รอยยิ้มที่ทำให้ผู้มีอิทธิพลรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "ถ้าคุณทำร้ายเราแม้แต่นิดเดียว หลักตั้งสำรองที่ซ่อนไว้จะถูกส่งถึงมือตำรวจสากลทันที... เชิญทำตามใจชอบเลยครับ คุณศรุต" ธีร์ธันย์เอ่ยเสียงเย็น รินรดามองแผ่นหลังกว้างของอดีตสามีที่ยืนบังวิถีกระสุนและอันตรายให้เธอ หัวใจที่เคยปิดตายสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดตี 1นขึ้นมาในอก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด และสับสนในเวลาเดียวกัน ผู้ชายคนนี้... คนที่เคยผลักไสไล่ส่งเธอบัดนี้กำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากเงื้อมมือมัจจุราช "ออกไปจากห้องของฉันซะ! ออกไปให้พ้นทั้งคู่เลย!" ศรุตคำรามลั่นด้วยความคับแค้นใจ โยนข้าวของบนโต๊ะกระจายเกลื่อนกราด ธีร์ธันย์ไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือเรียวของรินรดากระชับแน่นแล้วพาเดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องทำงานนรกนั้นทันท่ามกลางสายตาดุดันและอาฆาตมาดร้ายของศรุตที่มองไล่หลังมา เมื่อก้าวพ้นประตูลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างของอาคารสำนักงาน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ ธีร์ธันย์ปล่อยมือจากข้อมือของเธอช้าๆ เขามองรำรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายมหาศาลที่อัดอั้นมานานหลายปี "คุณทำบ้าอะไรลงไปริน... รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน ทำไมต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงกับคนอย่างศรุตด้วย!" ธีร์ธันย์เอ่ยตัดพ้อ น้ำเสียงเจือความห่วงใยที่ปิดไม่มิด รินรดาสบัดแขนออกจากการเกาะกุม เธอจ้องหน้าอดีตสามีด้วยแววตาแข็งกร้าว รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปากบาง "แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะคะ ทนายธีร์ธันย์? ชีวิตฉัน ฉันจะเลือกเดินชนกับใครมันก็เรื่องของฉัน เราหย่ากันขาดกันไปนานแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนหรือห่วงใยฉันทั้งนั้น!" "แต่ผมยังเป็นสามี..." "คุณไม่ใช่!" รินรดาตะคอกกลับเสียงดัง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ "วันที่ฉันสูญเสียลูก... วันที่ฉันแทบจะตายทั้งกลม คุณอยู่ที่ไหน ธีร์ธันย์? คุณมัวแต่ก้มหน้าอยู่กับคดีความและความแค้นของคุณ จนไม่เคยเหลียวแลฉันเลยแม้แต่นิดเดียว! อย่ามาทำเป็นพูดคำว่าสามีในตอนนี้ มันน่าสมเพชค่ะ!" คำพูดประโยคนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจของธีร์ธันย์ เขาสะอื้นในอก ร่างกายชาดิก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนรับความเจ็บปวดที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นเมื่ออดีต แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบและหยาดน้ำตาพรกพรูลงมาคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ รินรดายกโทรศัพท์ขึ้นกดรับด้วยมือที่สั่นเทา "ฮัลโหลค่ะ... ว่าไงคะคุณพี่เลี้ยง?" [คุณรินรีบกลับมาที่คอนโดด่วนเลยนะคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ มีผู้ชายแปลกหน้าพยายามจะเข้ามาหา 'น้องนะโม' ลูกชายของคุณ... แต่โชคดีที่แกปลอดภัยแล้วค่ะ!] ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก แต่สำหรับรินรดาแล้ว... คำว่า 'ลูกชาย' และชื่อของเด็กน้อยแทบทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน ธีร์ธันย์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินประโยคนั้นชัดเจนเต็มสองหู ลูกชาย...? รินรดามีลูกงั้นเหรอ? แล้วเด็กคนนั้น... อายุเท่าไหร่กัน? รินรดาวางสายด้วยมือที่สั่นเทา เธอน้ำตาคลอเบ้าเงยหน้าขึ้นสบตากับธีร์ธันย์ที่กำลังมองเธอด้วยแววตาตื่นตะลึงและคำถามนับร้อยล้านคำที่อัดอั้นอยู่ในลำคอ ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร รถมินิคูเปอร์สีแดงคันเก่งของรินรดาก็ขับมาจอดเทียบฟุตบาทพอดี ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบ ดวงตากลมโตแก้มป่องสวมเสื้อลายการ์ตูนกำลังชะโงกหน้าออกมาจากเบาะหลัง "คุณแม่ฮะ... ทำไมนานจังเลย น้องนะโมหิวนมแล้วน้า" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ธีร์ธันย์หันขวับไปมองเด็กน้อยคนนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตาคู่โต และสันจมูกโด่งรั้น... มันช่างถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา! โลกทั้งใบของธีร์ธันย์พังทลายลงในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการกลับมาทวงคืนความยุติธรรมในครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%