ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม•ตอนที่ 10

เกมการเมืองในศาล

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงเคาะค้อนไม้บนบัลลังก์ของผู้พิพากษาดังสะท้อนก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในห้องพิจารณาคดี ราวกับเสียงประกาศิตที่พร้อมจะตัดสินชะตากรรมของมนุษย์ผู้โสมมให้จมดิ่งสู่ความพินาศ บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีหมายเลขสี่คุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดและแรงกดดันอันมหาศาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงา สะท้อนเงาของร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาโคลเข้ารูป ธีร์ธันย์ยืนนิ่งสงสงบอยู่หลังโพเดียมฝั่งโจทก์ แผ่นหลังของเขายืดตรงราวกับเสาเข็มที่ไม่มีวันสั่นคลอน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองไปยังคู่กรณีฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ฝ่ายจำเลยถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก "ศาลโปรดทราบ ทางโจทก์มีหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า การเซ็นสัญญาโอนหุ้นเมื่อสามปีก่อน เป็นการกระทำภายใต้การข่มขู่และใช้อำนาจมืดเหนือกฎหมาย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นและทรงอำนาจของธีร์ธันย์ดังขึ้น มันคือเสียงที่เคยใช้พิพากษาชีวิตคู่ของเขาและเธอให้พังทลายลงด้วยความเย็นชาเมื่อหลายปีก่อน ในวันนี้ เสียงเดียวกันนั้นกำลังทำหน้าที่เป็นอาวุธสังหารคู่ปรับทางธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอย่างศรุตให้ไร้ทางสู้ ที่นั่งของผู้ฟังด้านหลัง รินรดานั่งกอดอกไขว่ห้างด้วยท่าทีสงبนิ่ง สายตาดำขลับคู่นั้นจดจ้องแผ่นหลังกว้างของอดีสามีด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอกำลังมองดู 'สัตว์ประหลาดผู้ไร้หัวใจ' ตัวเดิม กำลังทำหน้าที่เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมที่เธอกลเกลียด ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ความเฉียบคมและเด็ดขาดของเขามันช่างน่าหลงใหลและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ศรุตหน้าซีดเผือด เมื่อทนายความฝั่งตนส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังเพลี่ยงพล้ำ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยเหยียบย่ำคนอื่นมานับไม่ถ้วน ตอนนี้กลับมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม มือหนาที่วางอยู่บนตักสั่นระริกเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือของธีร์ธันย์ "หลักฐานชิ้นที่ส้าสิบห้าครับท่านผู้พิพากษา..." ธีร์ธันย์เอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่นิ่งสนิท ราวกับจงใจทิ้งจังหวะให้ความกดดันกัดกินหัวใจของคู่ต่อสู้ทีละน้อย "บันทึกเสียงสนทนาระหว่างจำเลยกับพยานปากเอก ในคืนก่อนวันเกิดเหตุฆาตกรรมอำพรางคดี" พรึบ! เขาสไลด์แท็บเล็ตไปด้านหน้า เสียงกดเล่นไฟล์เสียงดังขึ้นก้องห้องพิจารณาคดี ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัด เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของศรุตดังชัดเจนทุกถ้อยคำ ทุกประโยคคือหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด และไม่มีช่องว่างให้อ้างความบริสุทธิ์ได้อีกต่อไป "แก... แกมันสารเลว ธีร์ธันย์!" ศรุตทนไม่ไหวลุกขึ้นตบโต๊ะตะโกนลั่นห้อง จนผู้พิพากษาต้องใช้ค้อนเคาะเตือนเสียงดังลั่น "จำเลย! กรุณารักษามารยาทในศาล มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดอำนาจศาล" ผู้พิพากษาประกาศกร้าว ธีร์ธันย์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงยืนสงบนิ่ง ปรายตามองศรุตด้วยหางตา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีที่มุมปากหยักลึก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเหนือกว่าอย่างแท้จริง สายตาคู่นั้นหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาของรินรดาที่นั่งอยู่ด้านหลังโดยบังเอิญ ช่วงเวลาหนึ่งที่สายตาของคนทั้งคู่ประสานกัน อากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง ในแววตาของธีร์ธันย์ไม่มีความเยือกชาเหมือนที่เคยปฏิบัติกับคนอื่น แต่มันมีความไหววูบระคนสำนึกผิดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กำแพงหนาเตอะ ขณะที่แววตาของรินรดากลับว่างเปล่าและเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกยิ้มมุมปากเบาๆ เป็นเชิงเยาะเย้ย ส่งสาสน์ทางสายตากลับไปว่า... *ต่อให้คุณจะชนะคดีนี้ในศาล แต่มันก็ลบล้างความผิดที่คุณเคยทำลายชีวิตฉันไม่ได้หรอก* หมัดในกระเป๋าเสื้อสูทของธีร์ธันย์กำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ยิ่งเขาพยายามใช้ความยุติธรรมเข้าแลกเพื่อไถ่บาปในอดีตมากเท่าไหร่ ช่องว่างระหว่างเขากับเธอก็ยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น "ศาลขอพักการพิจารณาคดีเป็นเวลาสามสิบนาที ก่อนจะฟังคำแถลงการณ์ปิดคดีจากทั้งสองฝ่าย" เสียงค้อนเคาะครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับการลุกขึ้นยืนของผู้พิพากษา ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องพิจารณาคดีเพื่อพักผ่อนอิริยาบถ รินรดาลุกขึ้นยืน ปรับชุดสูทสีดำสนิทของตนให้เรียบร้อย แล้วก้าวเดินผ่านร่างสูงของธีร์ธันย์ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของเธอ... กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ป่าหลังสายฝนที่เขาเคยสูดดมด้วยความคุ้นเคย ลอยผ่านปลายจมูกไปชั่วขณะ ธีร์ธันย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกักเก็บกลิ่นนั้นไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาโดยไม่หันไปมองหน้าเธอ "ผมทำตามสัญญาแล้วนะ... ริน" รินรดาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เธอยังคงหันหลังให้เขา ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนบาดลึกถูกส่งกลับมาโดยไม่แม้แต่จะเหลียวแล "คุณกำลังเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคะคุณทนาย... คุณไม่ได้ทำเพื่อฉันสักหน่อย คุณทำเพื่อสนองความต้องการที่จะล้างความรู้สึกผิดในใจของคุณเองต่างหากล่ะ อย่าเอาฉันไปผูกติดกับความหน้าซื่อใจคดของคุณเลย" พูดจบเธอก็สาวเท้าเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธีร์ธันย์ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าและความเงียบงันของห้องโถงศาลที่เริ่มเบาบางลง ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังเดินกลับไปเตรียมตัวสำหรับรอบตัดสินคดีช่วงบ่าย สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ สีขาวที่ปลิวตกลงมาจากแฟ้มเอกสารของรินรดาที่เธอน่าจะทำร่วงไว้โดยไม่ตั้งใจตอนเดินผ่านเมื่อครู่ ธีร์ธันย์ก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยความสงสัย แต่วินาทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความและภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น หัวใจแกร่งของทนายความผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด กลับกระตุกวูบ ดิ่งวูบลงสู่เหวลึกจนแทบหยุดหายใจ มันคือเอกสารประวัติการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง... ระบุชื่อผู้ป่วยเด็กชายวัยสี่ขวบ และมีรูปถ่ายใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นติดอยู่ เด็กชายที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์สลัก... อย่างไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันน่าตื่นเต้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%