ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม•ตอนที่ 9

เบื้องหลังธุรกิจสีเทา

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอับชื้นของเอกสารเก่าและคราบหมึกพิมพ์ราคาถูกในห้องเก็บหลักฐานชั้นใต้ดินสำนักงานทนายความ ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับความจริงที่เพิ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ธีร์ธันย์จ้องมองแฟ้มคดีสีน้ำตาลซีดในมือ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวหนังสือพิมพ์ดีดดีบ tích ลางเลือนตามกาลเวลา แต่ชื่อและนามสกุลที่ปรากฏอยู่บนใบมรณบัตรและบันทึกคำให้การของพยานปากเอก กลับชัดเจนบาดลึกเข้าไปในดวงตา... พ่อของรินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยตราหน้าว่า เป็นเพียงคนเห็นแก่ตัวผู้ดิ้นรนเพื่อเงิน แท้จริงแล้วคือเหยื่อรายแรกสุดของระบบโครงสร้างธุรกิจสีเทาที่ศรุตและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลร่วมกันพيชฆาตเพื่อปิดปาก กระดาษแผ่นสุดท้ายร่วงหล่นจากปลายนิ้วที่ไร้เรี่ยวแรง เขานึกย้อนไปถึงแววตารlưวน้ำตาและเต็มไปด้วยความเกลียดชังของรินรดาในวันที่เธอก้าวเดินออกจากชีวิตเขา เธอบอกว่าเขาไม่เคยรู้จักครอบครัวของเธอ ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเธอมันโดดเดี่ยวแค่ไหน แต่ทนายความผู้มั่นใจในความยุติธรรมอย่างเขาในเวลานั้นกลับเลือกที่จะปิดหู ปิดตา และเชื่อมั่นเพียงแค่ตัวเลขและเอกสารที่ศรุตจงใจป้อนให้เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของตระกูลเธอ "คุณโง่มากนะ... ธีร์ธันย์" เสียงกระซิบเยือกเย็นของตัวเองดังขึ้นในความเงียบงัน หัวใจของทนายความหนุ่มบีบรัดแน่นราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาขยำจนแหลกเหลว ความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณมานานหลายปี ไม่ใช่แค่เรื่องที่เขาผลักไสภรรยาผู้บริสุทธิ์ออกไปในวันที่เธอต้องการเขามากที่สุด แต่มันคือการที่เขา... ในฐานะทนายความ กลับกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ช่วยฟอกขาวให้ฆาตกรที่พรากพ่อบังเกิดเกล้าของเธอไปอย่างลอยนวล เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องตามทางเดินหินอ่อนเรียกสติให้ธีร์ธันย์รีบเก็บเอกสารทั้งหมดซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนที่ร่างสูงสง่าของทนายความรุ่นพี่ร่วมสำนักงานจะผลักประตูเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "คุณกำลังทำอะไรในห้องเก็บของเก่านี้, ธีร์ธันย์? หรือว่าคุณกำลังตามหาหลักฐานที่ไม่มีวันมีตัวตนอยู่จริงเพื่อรื้อฟื้นคดีเก่าของตระกูลนั้นกันแน่?" น้ำเสียงของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยการเตือนสติและแฝงแววตาดุดัน "ผมไม่ได้ตามหาหลักฐาน... แต่ผมกำลังตามหาความจริงที่พวกเราถูกหลอกใช้ต่างหากล่ะครับ" ธีร์ธันย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาคมกริบกลับลุกโชนด้วยไฟโทสะและการตระหนักรู้ที่สายเกินแก้ "ระวังคำพูดให้ดี ศรุตไม่ใช่คนที่คุณจะไปขุดคุ้ยอะไรได้ง่ายๆ เขามีทั้งอำนาจและเส้นสายที่พร้อมจะบดขยี้คุณให้แหลکคามือได้ทุกเมื่อ ไม่เว้นแม้แต่คนรอบตัวคุณ..." คำพูดนั้นสะดุดกึกในใจ ธีร์ธันย์นึกถึงรินรดาขึ้นมาทันที หญิงสาวผู้เข้มแข็งและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีคนนั้น ตอนนี้เธอกำลังสืบสวนเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวคนเดียว โดยที่มีอันตรายจากศรุตรายล้อมอยู่ทุกฝีก้าว หากเธอรู้ว่าพ่อของเธอไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ แต่ถูกฆาตกรรมอำพรางโดยน้ำมือของศรุต และมีอดีตสามีอย่างเขาเป็นผู้เซ็นชื่อปิดคดีอย่างไร้เยื่อใย... เธอกคงไม่มีวันให้อภัยเขาไปชั่วชีวิต เขาต้องรีบหาเธอก่อนที่ศรุตจะรู้ตัวว่าความลับกำลังจะรั่วไหลออกไป รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานฝ่าสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในรถอึมครึมไม่ต่างจากสภาพจิตใจของธีร์ธันย์ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นระรัว ข้อความจากสายสืบส่วนตัวส่งพิกัดล่าสุดที่พบรินรดาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มันคือโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลของบริษัทในเครือศรุต ทันทีที่ลานจอดรถร้างราปรากฏแก่สายตา ธีร์ธันย์ดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถโดยไม่ลังเล แม้สายฝนจะซัดสาดจนเปียกปอนไปทั่วร่าง แต่ความหนาวเย็นภายนอกยังเทียบไม่ได้กับความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขา กลัวว่าเธอจะเป็นอันตราย กลัวว่าเขาจะมาช่วยเธอไม่ทัน และกลัวว่า... เธอจะไม่มีวันมองเห็นความสำนึกผิดในแววตาคู่นี้ ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังแง้มเปิดอยู่ มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านในสาดลอดออกมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าและการสนทนาแผ่วเบาที่ลอยมาตามลม "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ด้วยเอกสารแค่แผ่นเดียว, รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูของศรุตดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิม ธีร์ธันย์ชะงักฝีเท้า หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องแคบของประตูเข้าไป เห็นร่างเพรียวบางในชุดสูทสีเข้มของรินรดายืนหยัดเผชิญหน้ากับศรุตและลูกน้องร่างยักษ์อีกสามคนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในมือเธอจะถือแฟ้มเอกสารชิ้นสำคัญ แต่รอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากของเธอกลับทำให้ผู้ชายใจหินอย่างเขารู้สึกปวดร้าวลึกถึงทรวงใน "ถ้าฉันตายในที่นี่ ความจริงทั้งหมดจะถูกส่งถึงมือสื่อมวลชนและอัยการสูงสุดภายในสิบวินาที... ศรุต แกไม่มีทางปิดปากความชั่วช้าของแกได้ตลอดไปหรอก!" เสียงของรินรดาหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว ศรุตหัวเราะในลำคอ แววตาอำมหิตฉายชัดภายใต้แสงไฟสลัว "งั้นก็ลองดูซิว่า เอกสารในมือเธอ หรือลมหายใจของเธอ อันไหนจะหมดเร็วกว่ากัน!" สิ้นคำพูดนั้น เงาร่างของลูกน้องศรุตคนหนึ่งก็พุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาพร้อมกับท่อนเหล็กในมือ! "รินรดา!" ธีร์ธันย์ตะโกนชื่อนั้นสุดเสียง ร่างสูงพุ่งทะยานพังประตูเหล็กเข้ามาในโกดังด้วยแรงทั้งหมดที่มี ความโกรธเกรี้ยวและความสำนึกผิดหลอมรวมเป็นพลังมหาศาล เขาพุ่งเข้าขวางทางท่อนเหล็กที่กำลังจะฟาดลงมาบนร่างอดีตภรรยา ยอมรับแรงกระแทกทั้งหมดไว้ที่แผ่นหลังจนเสียงเนื้อกระทบโลหะดังสนั่นลั่นโกดัง เลือดสีสดซึมผ่านเสื้อสูทเนื้อดีออกมาทันที แต่เขากลับไม่ปริปากร้องสักแอะ มีเพียงสายตาคมที่หันกลับไปมองหญิงสาวเบื้องหลังด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้างามซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นแผ่นหลังที่ชุ่มเลือดของอดีตสามีผู้เย็นชา เธอกัดริมฝีปากแน่น มือบางสั่นเทาขณะที่ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คุณ... มาทำไม?" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสับสนแกแกมความเย็นชาที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นความรู้สึก ธีร์ธันย์ฝืนย่นหัวคิ้วด้วยความเจ็บปวด แต่รอยยิ้มจางๆ กลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าเวทนา ขณะที่เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับศรุตที่กำลังยืนตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า "เพราะผมมาช้าเกินไป... ในอดีต" ธีร์ธันย์เอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจติดขัดแต่แววตากลับแน่วแน่มั่นคง "และผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด... ต่อให้ผมต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม" ศรุตมองภาพคนทั้งคู่ด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะยิ้มเยาะแล้วชักอาวุธปืนสีดำสนิทออกจากเอว เล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของธีร์ธันย์อย่างเลือดเย็น "ในเมื่อแกอยากตายแทนกันนัก ฉันก็จะสงเคราะห์ให้เป็นคนแรก... ทนายผู้ผดุงความยุติธรรมผู้โง่เขลา" ทว่า ก่อนที่นิ้วของศรุตจะทันได้เหนี่ยวไกปืน เสียงไซเรนรถตำรวจนับสิบคันก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณริมแม่น้ำ พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าสาดส่องเข้ามาทะลุกระจกโกดังจนแทบมองไม่เห็นทาง ศรุตหน้าถอดสี มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหันไปมองรอบด้าน ลูกน้องของมันเริ่มแตกตื่นและวิ่งหนีอลหม่าน ในจังหวะชุลมุนนั้นเอง รินรดากลับไม่ได้วิ่งหนีตามสัญชาตญาณ แต่มือเรียวบางของเธอกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือหนาของธีร์ธันย์ที่กำลังเลือดไหลไม่หยุดไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความเกลียดชัง บัดนี้กลับมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะกระซิบเสียงสั่นพร่าลอดผ่านความโกลาหล "ถ้าคุณอยากไถ่บาปจริงๆ... ตอบฉันมาตามตรง ธีร์ธันย์... พ่อของฉันตายเพราะใครกันแน่?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันน่าตื่นเต้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาความยุติธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%