เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ไอออนระดับไฮเปอร์ไดรฟ์ในห้องปฏิบัติการใต้ดิน ดังสะท้อนก้องผ่านแผ่นโลหะไทเทเนียม ราวกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่ถูกจองจำไว้ ความกดอากาศในห้องลดต่ำลงจนแก้วหูรู้สึกได้ถึงแรงเสียดทาน แต่นั่นยังไม่น่าอึดอัดเท่ากับช่องว่างห่างเพียงสามฟุต ระหว่างชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในกลไกจับต้องได้กับหญิงสาวผู้มองเห็นจักรวาลเป็นเพียงสมการบนกระดานชนวน
“คุณรู้อยู่แล้ว”
อีไลจาห์ วอล์คเกอร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตื่นตระหนก แต่มันเรียบสนิทจนน่ากลัว ปลายนิ้วที่สวมถุงมือกันความร้อนกุมประแจแรงบิดแน่นเสียจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาลดเครื่องมือชิ้นนั้นลงช้าๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับด็อกเตอร์เซเลสเทีย เวลส์ ผู้ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมหลัก แสงสีฟ้าอมม่วงจากจอโฮโลแกรมส่องกระทบแว่นตาไร้กรอบของเธอ สะท้อนประกายความเย็นชาที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความผิดบาป
เซเลสเทียไม่หลบสายตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ—รอยยิ้มที่อีไลจาห์เคยคิดว่ามันงดงามยามเมื่อพวกเขาถกเถียงกันเรื่องฟิสิกส์ควอนตัม แต่ในวินาทีนี้ มันกลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดลงบนความไว้วางใจที่เขามี
“คำว่า ‘รู้เห็น’ กับคำว่า ‘เข้าใจกลไก’ เป็นคนละบริบทกันนะ อีไลจาห์” เซเลสเทียตอบ เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ามั่นคงราวกับหินผาในสุญญากาศ “ฉันไม่ได้เป็นคนออกคำสั่งให้ติดตั้งตัวแปรความกดดันนั้น แต่ฉันเป็นคนเดียว... ที่คำนวณไว้แล้วว่า ระบบจะพังทลายลงในวินาทีที่เท่าไหร่ต่างหาก”
ประโยคนั้นทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น อีไลจาห์ก้าวเข้าไปประชิดเธออย่างลืมตัว กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและน้ำยาเคมีเย็นยะเยือกผสมผสานกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นจนแตะขีดอันตราย เขายันมือทั้งสองข้างลงบนแผงควบคุมด้านหลังตัวเธอ กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอาณาเขตของความโกรธเกรี้ยว
“คุณรู้อยู่แล้วว่าการทดลองเร่งอนุภาค 3-Beta จะทำให้ห้องเครื่องยนต์ระเบิด คุณรู้ว่าแรงดันระดับนั้นจะฉีกร่างของทีมวิศวกรฝึกหัดออกเป็นชิ้นๆ... รวมทั้งน้องชายของผมด้วย!” เสียงของเขาต่ำลึก สั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ใต้ความสุขุม “แต่คุณเลือกที่จะเงียบ คุณปล่อยให้มันเกิดขึ้น เพียงเพื่อพิสูจน์สมมติฐานบ้าๆ ของคุณเนี่ยนะ เซเลสเทีย!”
ดวงตาสีเทาเข้มของหญิงสาวไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดังเดิม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว แม้ว่าใบหน้าของพวกเขาจะห่างกันเพียงคืบเดียวจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว
“ถ้าฉันหยุดการทดลองในวันนั้น มนุษยชาติจะไม่มีวันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดความเร็วเหนือแสง... นายก็รู้ดี อีไลจาห์” เซเลสเทียเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยเหตุผลอันไร้หัวใจที่เฉียบคมบาดลึก “การสูญเสียชีวิตห้าชีวิต เพื่อแลกกับความอยู่รอดของประชากรหลายพันล้านคนบนอาณานิคมดาวอังคาร มันไม่ใช่เรื่องของความโหดร้าย แต่มมันคือคณิตศาสตร์พื้นฐาน”
“อย่าเอาคำว่าคณิตศาสตร์มาอ้างความชอบธรรมให้กับการฆาตกรรม!” อีไลจาห์คำรามในลำคอ หน้าผากของเขาเกือบจะชนเข้ากับหน้าผากของเธอ ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอก แต่มันกลับถูกความเวิ้งว้างและความผูกพันที่เคยมีร่วมกันดึงรั้งไว้ในเวลาเดียวกัน “คุณมันไม่มีหัวใจ... ศาตราจารย์ คุณคือความเย็นชาที่สวมร่างเป็นมนุษย์จริงๆ”
“ถ้าฉันมีหัวใจแบบนาย ป่านนี้มนุษยชาติคงสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ทศวรรษก่อนแล้ว” เธอย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความตัดพ้อเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง “นายเกลียดฉันได้นะ อีไลจาห์ นายมีสิทธิ์นั้นเต็มที่... แต่จำไว้ว่า ทุกครั้งที่นายมองเครื่องยนต์ที่นายกำลังสร้างขึ้นด้วยมือคู่นั้น มันขับเคลื่อนด้วยพลังงานที่ได้มาจากความตายที่ฉัน ‘ยอมรับ’ ให้มันเกิดขึ้น”
คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักที่ทุบลงกลางอก อีไลจาห์รู้สึกราวกับว่าพื้นโลหะใต้ฝ่าเท้ากำลังจะยุบตัวลง เขาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างหมดแรง ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว เขามองผู้หญิงตรงหน้า—คนที่เขาเคยคิดว่าจะร่วมสร้างอนาคตใหม่ให้จักรวาลด้วยกัน—ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
“เราจบกันแค่นี้ เซเลสเทีย” อีไลจาห์พูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้ “รายงานฉบับจริงพร้อมหลักฐานทั้งหมดถูกส่งไปยังสภาความมั่นคงอวกาศแล้ว อีกไม่นาน... คุณจะได้ไปอธิบายความหมายของคณิตศาสตร์พื้นฐานของคุณในห้องขังไร้แรงโน้มถ่วง”
เซเลสเทียไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนพิงแผงควบคุมด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว เธอปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อกาวน์สีขาวของตนเอง ก่อนจะส่งยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความลับดำมืดให้เขา
“นายคิดจริงๆ เหรอว่าสภาความมั่นคงยังเหลือใครที่เชื่อใจนาย... มากกว่าเชื่อใจผลงานตีพิมพ์ของฉัน?” เธอเอ่ยเสียงเรียบ
ก่อนที่อีไลจาห์จะได้ทันเอ่ยคำใดต่อ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานทั่วทั้งห้องปฏิบัติการก็พลันดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังสนั่นหวั่นไหว หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยตราสัญลักษณ์ลับของ ‘โครงการโอเมก้า’—โครงการต้องห้ามที่ถูกปิดตายไปเมื่อสิบปีก่อน และเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเร่งรีบเข้ามาปิดล้อมทางเข้าออกทุกด้านจากภายนอกสุญญากาศ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความเวิ้งว้างและแรงโน้มถ่วงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 11
ความลวงที่ห่อหุ้มความจริง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!