แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนดวงตาสีเทาเข้มของอีไลจาห์ วอล์คเกอร์ มันเป็นแสงสว่างเดียวในห้องควบคุมใต้ดินของสถานีวิจัยลอยฟ้า ∅-Omega ที่ซึ่งอากาศเจือกลิ่นอับของสนิมเหล็กและสารหล่อเย็นเสื่อมสภาพ เสียงหึ่งต่ำของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันรุ่นโบราณดังสะท้อนผ่านโครงสร้างเหล็กกล้า ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรำอยู่บนปากเหวแห่งความตาย
"คุณกำลังเสียเวลา, อีไลจาห์"
เสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของดร.เซเลสเทีย เวลส์ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างเพรียวในชุดคลุมปฏิบัติการสีขาวสะอาดสะอ้านก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากหน้าจอกระทบสันจมูกโด่งและเรียวปากที่เม้มเข้าหากันสนิท เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นจางๆ ของโอโซนและชาเอิร์ลเกรย์ลอยแตะจมูก ท่ามกลางความกดดันระดับบรรยากาศที่เกือบจะเป็นสุญญากาศ
อีไลจาห์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วที่สวมถุงมือไนลอนยังคงกวาดผ่านข้อมูลโค้ดชุดสุดท้ายที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนาด้วยระบบอัลกอริทึมโบราณ "เวลาของผมมีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งไว้กับคำโกหกของคุณ, เซเลสเทีย... บอกผมมาสิว่าทำไมบันทึกการซ่อมบำรุงระบบระบายความร้อนเมื่อสามปีก่อน ถึงระบุปริมาณพลังงานหายไปถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ไม่มีรายงานยานขนส่งเทียบท่าเลยแม้แต่ลำเดียว"
เซเลสเทียเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสีไพลินของเธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความตึงเครียดของวิศวกรหนุ่ม เธอขยับแว่นกรอบโลหะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ "ในจักรวาลที่กำลังจะล่มสลาย, มีความจริงบางอย่างที่ยังไม่พร้อมให้มนุษย์ธรรมดาแบกรับ... การเสียสละพลังงานจำนวนนั้น แลกมากับการรักษาสมดุลของโครงสร้างพาราโบลาไม่ให้ฉีกขาด คุณก็รู้ดีว่ากฎทางฟิสิกส์บางข้อไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราตั้งคำถาม แต่เพื่อให้เรายอมจำนน"
"ยอมจำนนเหรอ?" อีไลจาห์หันขวับกลับมา ประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผะหนีไปครึ่งก้าว ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวระอุอยู่ในอกของวิศวกรหนุ่ม ขณะที่ความเยือกชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกสะท้อนอยู่ในแววตานักฟิสิกส์สาว "ภรรยาและลูกสาวของผมต้องตายในอุบัติเหตุยานพุ่งชนเพราะระบบขับเคลื่อนล้มเหลว... พวกเขาบอกผมว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของตัวแปรแรงโน้มถ่วง แต่ตอนนี้... จากข้อมูลดิบในไฟล์นี้ มันไม่ใช่ความบังเอิญเลยใช่ไหม? สถานีนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสำรวจดาวเคราะห์น้อย... แต่มันคือห้องทดลองมนุษย์"
คำพูดนั้นแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวราวกับแรงโน้มถ่วงถูกดูดกลืนหายไป เซเลสเทียเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ปฏิกิริยาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นคือคำสารภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่ารหัสผ่านใดๆ
"คุณฉลาดเกินไป, อีไลจาห์" เธอกระซิบ เสียงของเธอบางเบาราวกับละอองดาวในห้วงอวกาศ "และนั่นคือเหตุผลที่ฉันพยายามผลักไสคุณให้ออกไปจากที่นี่ตั้งแต่วันแรก... ความจริงในเศษซากเหล่านี้ไม่ได้เยียวยาใคร มันมีแต่จะฝังกลบเราทุกคนลงไปในความมืด"
"ผมไม่ต้องการการเยียวยา ผมต้องการความยุติธรรม" อีไลจาห์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น หน้าจอหลักตรงหน้าพวกเขาก็เกิดประกายไฟปะทุขึ้นพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดัง "ปี๊บ... ปี๊บ..." ถี่รัว แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องควบคุมแทนที่แสงสีฟ้าอมม่วงเดิม
หน้าจอโฮโลแกรมหลักถูกบังคับให้เปิดไฟล์ลับอีกชุดหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด มันไม่ใช่ข้อมูลโค้ดหรือสมการฟิสิกส์ แต่เป็นภาพวิดีโอวงจรปิดขนาดใหญ่ที่บันทึกเหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อน—ภาพของยานสำรวจลำหนึ่งที่กำลังถูกดึงดูดเข้าสู่ใจกลางสนามแม่เหล็กขนาดยักษ์โดยเจตนา และบนหน้าจอควบคุมในวิดีโอนั้น ปรากฏร่างของบุคคลคุ้นเคยในชุดนักวิทยาศาสตร์กำลังกดปุ่มยืนยันคำสั่งสละยาน...
บุคคลนั้นหันหน้ามามองกล้อง รอยยิ้มเรียบเฉยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนในจอ ทว่าไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นเซเลสเทีย เวลส์ ในวัยที่อ่อนกว่าปัจจุบัน
อีไลจาห์ชะביก ขาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่ายานลำที่ตกในวันนั้น... คือยานลำเดียวกับที่ภรรยาและลูกของเขาโดยสารมา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ประตูนิรภัยเหล็กกล้ากำลังถูกตัดด้วยลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูงจนเกิดประกายไฟสว่างวาบเข้ามาในความมืด
เซเลสเทียหันมามองอีไลจาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—ความหวาดกลัว และความเด็ดเดี่ยวที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
"พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด..." เธอกระซิบ พร้อมกับดึงกุญแจเข้ารหัสมาสเตอร์คีย์ออกจากแผงควบคุม ยื่นมันใส่มือของเขาที่กำลังสั่นระริก "หนีไปทางท่อระบายอากาศแรงดันต่ำ... และจำไว้, อีไลจาห์... สิ่งที่คุณเห็นในจอเมื่อครู่... ยังไม่ใช่ความจริงทั้งหมดของเรื่องนี้"
**ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความเวิ้งว้างและแรงโน้มถ่วงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ**
วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 10
ความจริงในเศษซาก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!