เสียงฮัมทุ้มต่ำของตัวกรองอากาศควอนตัมในห้องเครื่องยนต์หลัก ไม่ได้ช่วยกลบความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านระหว่างเราทั้งสองคนลงได้เลยแม้แต่น้อย
อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ยืนค้ำโต๊ะฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติ ดวงตาสสีเข้มจ้องเขม็งไปยังกราฟิกการไหลของพลังงานฟิวชั่นที่กระพริบเตือนเป็นสีส้มเรื่อๆ ในพื้นที่สุญญากาศ ความผิดปกติของอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตจนถึงขั้นวิกฤต แต่มันถูกแก้ไขอย่างเงียบเชียบ—แก้ไขโดยคนที่นั่งอยู่เบื้องหลังจอคอมพิวเตอร์อีกฝั่งของห้อง
ดร.เซเลสเทีย เวลส์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากชุดข้อมูลวิเคราะห์วงโคจร นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงเคาะลงบนแป้นพิมพ์สัมผัสเบาๆ จังหวะนั้นสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะที่เธอเป็นคนตั้งเวลาไว้เอง
"คุณเปลี่ยนค่าสัมประสิทธิ์แรงขับเคลื่อนในเขตอุกกาบาตเมื่อสามชั่วโมงก่อนโดยไม่แจ้งผม เซเลสเทีย" อีไลจาห์เปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแรงกดดันมหาศาล เขากล่าวโดยไม่ละสายตาจากตัวเลขที่กำลังเปลี่ยนแปลก "นั่นไม่ใช่การปรับแต่งตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เราตกลงกันไว้"
เซเลสเทียหยุดนิ้วลงชั่วขณะ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นเยือกเย็นและว่างเปล่า ราวกับผิวน้ำในทะเลสาบน้ำแข็งนอกขอบฟ้าดาวเนปจูน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่แยแส
"มันคือการปรับแต่งเพื่อให้เราเดินทางถึงเป้าหมายเร็วขึ้นสามเปอร์เซ็นต์ครับ, คุณวอล์คเกอร์... เอ่อ หมายถึง คุณวอล์คเกอร์คิดว่าเรามีเวลาเหลือเฟือหรืออย่างไร?" เธอตอบกลับ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทไร้ซึ่งความรู้สึกผิด ทว่าในความเยือกเย็นนั้นกลับซ่อนความเฉียบคมที่บาดลึก
อีไลจาห์ขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะโฮโลแกรม ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่มักดึงเขากลับมาหาเธอเสมอ แม้ในยามที่เขากำลังระแวงเธอก็ตาม กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและกระดาษตำราเก่าลอยแตะจมูก—เป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอในยามที่ใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง และเลิกใช้คำพูดห่างเหินแบบนั้นเถอะครับ" อีไลจาห์กดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณไม่ได้แค่เร่งความเร็ว... เส้นทางที่คุณเลือกเบี่ยงเบนออกจากแนวปะทะแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งถ้าคำนวณตามมวลของยานลำนี้ แรงเหวี่ยงจะไปตกกระทบกับห้องโดยสารสำรอง—ห้องที่ระบบชีวิตถูกตัดขาดตั้งแต่สัปดาห์แรก"
เซเลสเทียกะพริบตาช้าๆ ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเธอแม้แต่น้อย เธอยังคงรักษาท่าทีสง่างามราวกับประติมากรรมหินอ่อน ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที
"คุณช่างสังเกตเสมอ... วิศวกรผู้ยึดติดกับทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ" เซเลสเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น แต่มันกลับทำให้สันหลังของอีไลจาห์เยือกเย็นลงยิ่งกว่าเดิม "แต่คุณก็รู้ดีไม่ใช่หรือครับว่า ห้องสำรองนั้น... ไม่มีใครใช้งานมานานแล้ว และการเสียสละพื้นที่ส่วนนั้นแลกกับความปลอดภัยของแกนกลางหลัก คือสมการที่ถูกต้องที่สุดตามหลักอุณหพลศาสตร์"
"นั่นไม่ใช่สมการทางฟิสิกส์ แต่มันคือการตัดสินใจเลือกชีวิตคน!" อีไลจาห์โพล่งออกมาอย่างอดรนทนไม่ไหว มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวจากความผิดพลาดทางทฤษฎีพวยพุ่งขึ้นมาในอก ความรู้สึก "ถูกหักหลังโดยความเย็นชาของตัวเลข" กลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง
"ชีวิตคน? คุณกำลังพูดถึงชีวิตของใครกันครับ, อีไลจาห์?" เซเลสเทียเอียงคอมองเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นอย่างบางเบา "บนยานลำนี้ มีมนุษย์ที่มีลมหายใจอยู่จริงๆ แค่สองคน... คุณกับผม นอกนั้นคือข้อมูล ตัวเลข และทรัพยากรที่ต้องบริหารจัดการเพื่อให้ภารกิจนี้รอดพ้นจากขอบฟ้าเหตุการณ์ ถ้าเรามัวแต่กังวลเรื่องพื้นที่ที่ไร้ประโยชน์ เราต่างหากที่จะกลายเป็นศพรายต่อไป"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวดาบเลเซอร์ มันกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของอีไลจาห์ จนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เขามองผู้หญิงตรงหน้า—คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอคือคนเดียวในจักรวาลอันเวิ้งว้างนี้ที่เข้าใจความเจ็บปวดของเขา คนที่เขาเคยเกือบจะเปิดใจมอบความไว้วางใจทั้งหมดให้
แต่วินาทีนี้... ความไว้ใจนั้นกำลังพังทลายลงทีละน้อย
อีไลจาห์ถอยหลัง1ก้าว สายตาคมกวาดสำรวจร่องรอยการทำงานบนหน้าจอโฮโลแกรมอย่างละเอียดอีกครั้ง และสิ่งที่เขาพบก็ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ
บรรทัดคำสั่งโค้ดลับที่ซ่อนอยู่ใต้ระบบควบคุมหลัก ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ... แต่มันคือคำสั่ง "สลายการเชื่อมต่อระบบหล่อเย็น" ของส่วนที่เชื่อมโยงกับห้องทำงานส่วนตัวของเขาเอง
อีไลจาห์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองตรงไปยังเซเลสเทียเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีร่องรอยของความลังเลหรือความเสน่หาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความระแวดระวังของนักล่าที่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าสู่กับดัก
"คุณกำลังทำอะไรกันแน่, เซเลสเทีย?" เสียงของเขาแหบพร่าแต่นิ่งสนิม ทว่าเต็มไปด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัว "คุณไม่ได้แค่คำนวณความปลอดภัยของภารกิจ... คุณกำลังพยายามลบอะไรบางอย่างทิ้งไป"
เซเลสเทียลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างเพรียวบางภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดขยับเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียใบหน้า ท่าทีของเธอยังคงนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
"บางครั้ง... เพื่อรักษาความจริงที่ยิ่งใหญ่กว่า เราจำเป็นต้องตัดทิ้งซึ่งสิ่งกีดขวางที่เต็มไปด้วยอคติส่วนตัวครับ, คุณวอล์คเกอร์" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มลึกลับที่ริมฝีปากทำให้เธอดูงดงามราวกับปีศาจจำแลงในห้วงอวกาศอันมืดมิด
ก่อนที่อีไลจาห์จะได้ทันเอ่ยคำพูดใดโต้แย้ง แผงควบคุมหลักทั้งหมดบนโต๊ะโฮโลแกรมก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าครอบ
ทว่า ในความเงียบสงัดและไร้ซึ่งแสงสว่างนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอกห้องเครื่องยนต์—เสียงฝีเท้าที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะยานลำนี้... ควรจะมีแค่เขากับเธอเท่านั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความเวิ้งว้างและแรงโน้มถ่วงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 12
ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่าน
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!