วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 6

อดีตที่หวนกลับ

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
กลิ่นไอออนประจุไฟฟ้าจากระบบระบายความร้อนที่ทำงานเกินพิกัด ยังคงอบอวลคละคลุ้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ระดับสาม เสียงคำรามต่ำทุ้มของมอเตอร์แม่เหล็กไฟฟ้าขับเคลื่อนแกนกลางยานดังก้องสะเทือนผ่านพื้นโลหะใต้ฝ่าเท้า จนทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวสาดแสงสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของอีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องมองภาพจำลองสามมิติที่ถูกดึงขึ้นมาจากแฟ้มข้อมูลลับเฉพาะ—มันคือภาพเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน ณ สถานีทดลองอาร์ค-เจเนซิส สถานที่ที่พรากทฤษฎีอันเป็นที่รักและชีวิตของครอบครัวเขาไปในพริบตา "คุณกำลังเสียเวลาไปกับการรื้อฟื้นซากศพทางความคิด, อีไลจาห์" เสียงเรียบเฉยแต่เจือความเยียบเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของ ดร.เซเลสเทีย เวลส์ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเครื่อง เธอไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมระบบระบายความร้อนด้วยไนโตรเจนเหลว ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นโลหะบางเฉียบจับจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก—มันเป็นสายตาของนักวิทยาศาสตร์ผู้มองทุกสิ่งเป็นเพียงสมการและตัวเลข แม้กระทั่งความตาย อีไลจาห์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้นไว้ "ซากศพงั้นหรือครับ, เซเลสเทีย? สำหรับคุณมันอาจจะเป็นแค่ความล้มเหลวของตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่สำหรับผม... มันคือเสียงกรีดร้องที่ผมต้องได้ยินทุกครั้งที่หลับตา" เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ช้าๆ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันและแรงดึงดูดประหลาดระหว่างคนทั้งสองทำให้บรรยากาศรอบตัวในพื้นที่สุญญากาศจำลองแห่งนี้ร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด "คุณบอกว่าระบบขับเคลื่อนนี้สมบูรณ์แบบ แต่ภาพจำลองที่ถูกเข้ารหัสลับนี้กำลังบอกว่า... คุณจงใจละเลยตัวแปรความหนาแน่นของสสารมืดในวินาทีที่เกิดการปะทะ" เซเลสเทียขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าของเธอยังคงนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินอ่อน แต่กล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ขบเข้าหากันแน่นเล็กน้อยนั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาของวิศวกรผู้สังเกตทุกรายละเอียดอย่างเขาไปได้ "ในทางทฤษฎี การสูญเสียสัดส่วนร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง คือราคาที่ถูกที่สุดที่จักรวาลเรียกร้อง เพื่อแลกกับการขับเคลื่อนยานทะลุกำแพงมิติ" เซเลสเทียเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ถ้าฉันเลือกที่จะแก้ไขตัวแปรตามที่คุณต้องการในวันนั้น มนุษยชาติทั้งหมดในอาณานิคมวงโคจรที่สามคงไม่เหลือรอดแม้แต่เงา... ความจริงข้อนี้ต่างหากที่คุณเลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่งเพื่อปฏิเสธมัน, อีไลจาห์" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำของเครื่องยนต์และการทำงานของพัดลมระบายความร้อนที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย อีไลจาห์ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่หน้าแผงควบคุม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของโอโซนและกระดาษตำราฟิสิกส์เก่าๆ จากตัวของเซเลสเทียปะปนกับกลิ่นเหงื่อและคราบน้ำมันเครื่องของเขา กลายเป็นเคมีอันตรายที่สั่นสะเทือนประสาทสัมผัส อีไลจาห์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาต่ำพร่า ทว่าดุดันและเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผาทุกตรรกะอันเย็นชาของเธอให้มลายหายไป "คุณพูดราวกับว่าคุณเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของจักรวาล... แต่เซเลสเทีย รู้ไหมครับว่าอะไรที่น่าขันที่สุดในสมการของคุณ?" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะจากระยะประชิดอันตรายนี้ "อะไรล่ะ... วิศวกรผู้ดื้อรั้น" "คือการที่คุณยังเก็บไฟล์บันทึกภาพนี้ไว้ในระบบส่วนตัวของคุณเอง ทั้งๆ ที่คุณบอกว่ามันเป็นเพียงแค่ความสูญเสียที่ไร้ความหมาย" อีไลจาห์แย้มยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความเย้ายวนอันตราย "ถ้าคุณไร้หัวใจจริง ทำไมมือของคุณถึงได้สั่นตอนที่ยืนอยู่หน้าแผงควบคุมนี้เมื่อห้าปีก่อนล่ะครับ?" นิ้วเรียวยาวของอีไลจาห์เอื้อมไปแตะทับบนหลังมือของเซเลสเทียที่วางอยู่บนแผงควบคุม อุณหภูมิจากร่างกายของเขาร้อนจัด ตัดกับความเยือกเย็นของเธออย่างสิ้นเชิง ร่างของนักฟิสิกส์สาวสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสก파นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ พุ่งพล่านไปทั่วร่าง ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ดึงมือกลับหรือเอ่ยคำพูดใดเพื่อปกป้องกำแพงแห่งความเยือกเย็นของตนเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องเครื่อง *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! - ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงจากภายนอก* หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพวกเขาดับวูบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ *“ยินดีด้วย... ที่พวกคุณแกะรอยมาจนถึงความจริงครึ่งแรก แต่ทว่า... เจ้าของที่แท้จริงของข้อมูลชุดนี้กำลังเดินมาเคาะประตูห้องเครื่องเพื่อทวงคืนมันแล้วล่ะครับ”* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเป็นจังหวะก้าวเดินที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากทางเดินมืดทึบด้านนอกห้องเครื่อง ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทุกขณะ จนกระทั่งหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูนิรภัยที่ถูกล็อกตายสนิท! —-------------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความเวิ้งว้างและแรงโน้มถ่วงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%