วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 5

รอยร้าวในโครงเหล็ก

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
"ถ้าคุณยังดึงดันจะรีเซ็ตค่าพลังงานในจุดนั้น แรงดันย้อนกลับจะไม่ได้แค่เผาผลาญแผงวงจร แต่มันจะบดขยี้กระดูกซี่โครงของคุณให้แหลกคามือถือ" เสียงทุ้มต่ำของอีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ดังแทรกผ่านเสียงหึ่งต่ำของสนามแม่เหล็กที่กำลังสั่นพ้องอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานจ้องมองไปยังร่างเพรียวของ ดร.เซเลสเทีย เวลส์ ซึ่งยืนอยู่หลังแผงควบคุมหลัก ระยะห่างระหว่างพวกเขามีน้อยเกินกว่าจะเรียกว่าพื้นที่ส่วนตัว แต่กลับกว้างใหญ่ไพศาลด้วยอุดมการณ์ที่ไม่มีวันบรรจบกัน ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดที่ฉายรอยยิ้มบิดเบี้ยวของบุคคลปริศนาเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด แต่วินาทีนี้ ความตายในรูปแบบของความผิดพลาดทางกลศาสตร์ควانتัมกำลังคืบคลานเข้ามาเร็วกว่าปริศนาใดๆ "ถ้าฉันไม่ทำตอนนี้ ระบบขับเคลื่อนรองจะตัดการทำงาน และพวกเราทั้งคู่—รวมถึงสถานีอวกาศมูลค่าหลายพันล้านนี่—จะกลายเป็นแค่เศษฝุ่นในแถบดาวเคราะห์น้อย" เซเลสเทียโต้กลับ น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงไร้ลม แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายตามไรผมและกรอบหน้าคมคายนั้น "คุณใช้อารมณ์ตัดสินตัวเลขอีกแล้วนะ อีไลจาห์" "ผมไม่ได้ใช้อารมณ์ ผมใช้ประสบการณ์จากซากศพของคนที่เคยฉลาดแบบคุณมาแล้วนับไม่ถ้วน!" อีไลจาห์ก้าวพรวดเข้าไปประชิด แผ่นอกกว้างแนบชิดกับขอบแผงควบคุม มือหนาคว้าข้อมือเรียวที่กำลังจะกดสวิตช์มรณะไว้แน่น แรงปะทะระหว่างความร้อนจากฝ่ามือของเขาและความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเธอสร้างกระแสไฟฟ้าสถิตในอากาศ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดเชือดเฉือนใดออกมาอีก แรงกระแทกมหาศาลก็สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องเครื่องหลัก แรงระเบิดย่อยจากท่อส่งพลังงาน Plasma ที่รั่วไหลทำให้โครงสร้างเหล็กกล้าส่งเสียงกรีดร้องลั่น แรงโน้มถ่วงเทียมล่มสลายลงชั่วขณะ ร่างของทั้งสองลอยเคว้งขึ้นจากพื้นในเสี้ยววินาที "ระวัง!" อีไลจาห์ตะโกนพร้อมกับพุ่งตัวคว้าเอวบางของเซเลสเทียไว้กลางอากาศ ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกเข้ากับเสาเหล็กโครงสร้าง แรงเหวี่ยงทำให้พวกเขาร่วงลงกระแทกพื้นตะแกรงโลหะอย่างแรง อีไลจาห์พลิกตัวเอาแผ่นหลังรับแรงกระแทกแทนเพื่อปกป้องเธอ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ห้องเครื่องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินกะพริบเป็นจังหวะ สีแดงสลับดำสาดส่องลงบนใบหน้าของคนทั้งคู่ กลิ่นฉุนของโอโซนและน้ำมันเครื่องคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ เซเลสเทียแนบหน้าอกอยู่กับแผงอกของวิศวกรหนุ่ม เธอรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว แต่มันไม่ใช่ความกลัว—มันคือความตื่นตัวของสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ดวงตาสีเข้มของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีไลจาห์ ในระยะที่ใกล้เสียจนไม่มีความลับหลงเหลืออยู่ "คุณ... ปล่อยฉันได้แล้ว" เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่ไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราดเช่นเคย "ถ้าผมปล่อย คุณก็จะลุกไปกดปุ่มบ้าๆ นั่นอีกรอบ" อีไลจาห์ตอบกลับ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและใกล้ชิดจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าของเขามีรอยเปื้อนคราบเขม่าควัน แต่นั่นกลับทำให้ความดุดันตามธรรมชาติของเขาลดทอนลง เหลือเพียงความดึงดูดอันตรายบางอย่าง "ยอมรับความจริงเถอะ เซเลสเทีย... ทฤษฎีสมบูรณ์แบบของคุณมันกำลังจะฆ่าเรา" "และวิธีดิบเถื่อนของคุณก็กำลังจะทำให้เราติดอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล" เธอย้อนกลับทันควัน แม้ริมฝีปากจะยังคงเถียง แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ได้ขัดขืนแรงกอดรัดที่มั่นคงนั้นเลย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของเครื่องจักรที่เสียหาย เสียงโลหะยืดขยายตัวเนื่องจากความร้อน และเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ ในความมืดมิดและไร้แรงโน้มถ่วงบางส่วนนี้ ช่องว่างระหว่างความเป็นศัตรูและพันธมิตรถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเปราะบางของชีวิตมนุษย์ อีไลจาห์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อยันร่างขึ้น แต่การเคลื่อนไหวกลับทำให้เขาต้องใช้มืออีกข้างยึดจับไว้กับเสาเหล็กที่บิดงอ ใกล้กับแผงควบคุมระบบระบายอากาศหลักที่เสียหาย รอยร้าวขนาดใหญ่พาดผ่านโครงเหล็กหนาเตอะ ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับมันกำลังจะหักโค่นลงมาได้ทุกเมื่อ "เราต้องออกไปจากตรงนี้" อีไลจาห์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเมื่อประเมินสถานการณ์ "ประตูห้องเครื่องล็อกอัตโนมัติจากแรงดันภายใน ระบบไฮดรอลิกใช้งานไม่ได้ เราต้องปีนขึ้นไปทางช่องระบายอากาศด้านบน" เซเลสเทียพยักหน้ารับอย่างจำยอม เธอพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีมือของอีไลจาห์คอยช่วยประคองข้อศอก แม้ในยามวิกฤตและความคิดเห็นจะขัดแย้งกันถึงรากเหง้า แต่ร่างกายของพวกเขากลับสอดประสานกันอย่างน่าประหลาด—ความแข็งแกร่งของวิศวกรผู้เจนจัดสนามรบทางกล และความปราดเปรื่องของนักฟิสิกส์ผู้ควบคุมทฤษฎี ขณะที่อีไลจาห์กำลังใช้ประแจอัดไฮดรอลิกงัดฝາปิดช่องระบายอากาศด้านบน สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินอยู่บริเวณซอกรอยร้าวของโครงเหล็กที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุ มันไม่ใช่เศษชิ้นส่วนเครื่องจักร และไม่ใช่คราบน้ำมัน อีไลจาห์ชะงักมือที่กำลังออกแรง นิ้วมือแกร่งเอื้อมไปหยิบวัตถุชิ้นนั้นออกมาจากซอกเหล็กที่ฉีกขาด มันคือ "แฟลชไดรฟ์ข้อมูลรุ่นเก่า" ที่เคลือบด้วยสารป้องกันคลื่นแม่เหล็กอย่างดี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เลิกใช้ไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน—ยุคสมัยที่ครอบครัวของเขาต้องสูญเสียไปในอุบัติเหตุสถานีอวกาศต้นแบบ เซเลสเทียสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของเขา เธอขมวดคิ้วมุ่น "นั่นอะไร?" อีไลจาห์ไม่ตอบทันที เขายกแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาดูใกล้ๆ บนตัวโลหะสีเงินนั้นมีรอยสลักตัวอักษรย่อสามตัวที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก—รอยสลักเดียวกับที่ปรากฏบนแหวนประจำตัวของหัวหน้าทีมวิจัยผู้ล่วงลับ ซึ่งก็คือพ่อของเขาเอง และก่อนที่พวกเขาจะได้วิเคราะห์สิ่งใดต่อ เสียงลำโพงประกาศฉุกเฉินที่ควรจะพังไปแล้ว กลับส่งเสียงซ่าแหลมสูงขึ้นมากะทันหัน ตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำระรื่นหู—เสียงเดียวกับในคลิปวิดีโอปริศนาเมื่อตอนที่แล้ว *“ยินดีต้อนรับสู่การกลับมาอีกครั้งนะ... อีไลจาห์ และ ดร.เวลส์ หวังว่าการต้อนรับในห้องเครื่องคงจะเร่าร้อนพอที่จะทำให้พวกคุณ... ค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่สักที”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%