วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 4

เสียงสะท้อนในห้องสุญญากาศ

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายจางๆ ของฮีโมโกลบินลอยคละคลุ้งปะปนไปกับระบบหมุนเวียนอากาศอับชื้นในห้องควบคุมหลัก ทันทีที่ประตูนิรภัยเลื่อนเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง รอยเลือดสีแดงเข้มข้นที่หยดเป็นทางยาวบนพื้นผิวโลหะไทเทเนียมสะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัวของระบบฉุกเฉิน มันไม่ใช่แค่ร่องรอยของการบาดเจ็บธรรมดา แต่เป็นหลักฐานทางกายภาพที่ตะโกนบอกความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า มีบางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ก้าวเท้าถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าประแจโลหะหนักอึ้งที่เหน็บไว้ข้างเอว แววตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องว่างของประตูที่ค่อยๆ เปิดกว้างขึ้น ในขณะที่ ดร.เซเลสเทีย เวลส์ กลับยืนนิ่งสนิท ดวงตาสสีนิลคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความใคร่รู้และการคำนวณอย่างเย็นชาฉายชัดอยู่ภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบของเธอ "อย่าส่งเสียง" เซเลสเทียกระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากบางเฉียบแทบไม่ขยับ ขณะที่สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังร่างเงาตะคุ่มที่ปรากฏขึ้นตรงปลายทางเดินมืดสนิท ร่างนั้นไม่ใช่ทหารยามหรือลูกเรือสเตชั่นอวกาศที่พวกเขารู้จัก พวกเขาเดินด้วยจังหวะก้าวที่ผิดแปลก ขาข้างหนึ่งลากครูดไปกับพื้นโลหะราวกับกล้ามเนื้อสูญเสียการควบคุม ดวงตาของร่างที่ก้าวเข้ามาเป็นสีแดงก่ำขุ่นมัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงหอบหายใจรุนแรงที่ดังราวกับเครื่องยนต์ที่กำลังโอเวอร์โหลด "ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ..." อีไลจาห์พึมพำกับตัวเอง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเครียดจนขึ้นรูป เขาจำอาการแบบนี้ได้ดี มันคืออาการของความกดดันทางจิตประสาทขั้นรุนแรงที่ถูกกระตุ้นจากคลื่นความถี่บางอย่าง "ระบบสื่อสารของสถานีกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ" ร่างไร้สติสามร่างเดินโซเซเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องควบคุม ดวงตาทั้งสามคู่หันมามองตรงมาที่อีไลจาห์และเซเลสเทียพร้อมกันในจังหวะเดียวอย่างน่าขนลุก หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าฝ่ายช่างซ่อมบำรุงที่เพิ่งจะถกเถียงเรื่องระบบระบายความร้อนกับอีไลจาห์ไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้ สติสัมปชัญญะของมนุษย์คนนั้นได้ถูกกัดเซาะจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงเปลือกนอกที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน "อัตราการเต้นของหัวใจพวกเขาต่ำกว่าปกติสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ระดับ Adrenaline ในกระแสเลือดพุ่งสูงเกินขีดจำกัด" เซเลสเทียวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังมองดูตัวอย่างทดลองในห้องแล็บมากกว่าเพื่อนร่วมงานที่กำลังกลายสภาพ "คลื่นรบกวนความถี่ต่ำจากเครื่องปฏิกรณ์หลัก... มันกำลังเร่งปฏิกิริยาเคมีในสมองส่วน Amygdala ของพวกเขาให้ตอบสนองต่อความก้าวร้าวขั้นสุด" "คุณยังจะมีอารมณ์มาบรรยายทฤษฎีประสาทวิทยาอีกหรือครับ ดร.เวลส์" อีไลจาห์หันมามองคู่สนทนาด้วยแววตาตำหนิปนความหงุดหงิด "พวกเขาไม่ใช่หนูทดลอง พวกเขาคือเพื่อนร่วมงานของเรา และถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราสองคนนี่แหละที่จะกลายเป็นปุ๋ย" "ความตายเป็นเพียงสถิติทางชีวภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วอล์คเกอร์ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ... อะไรเป็นตัวกระตุ้นให้คลื่นความถี่นั้นเจาะทะลุกำราะป้องกันระดับสี่เข้ามาได้ต่างหาก" เซเลสเทียตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความสะเทือนใจ เธอขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ยังคงกะพริบแสงสีแดง "พวกมันไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ... มีคนจงใจเปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา" คำพูดของเธอทำให้อีไลจาห์ชะงักไปชั่วขณะ สมองอันรวดเร็วของวิศวกรหนุ่มเริ่มประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมด หากระบบนิรภัยถูกปลดล็อกด้วยรหัสผ่านระดับผู้บริหาร นั่นหมายความว่าไม่ได้มีแค่คนบ้าที่คลุ้มคลั่งอยู่ข้างนอก แต่มี "หนอนบ่อนไส้" กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังความวิបโยคครั้งนี้ ก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรต่อ ร่างของอดีตหัวหน้าช่างซ่อมบำรุงก็พุ่งเข้าชนประตูกระจกนิรภัยอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น รอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุมแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้โครงสร้างโลหะรอบบานประตูสั่นสะเทือน "ถอยไป!" อีไลจาห์ตะโกน พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปดึงแขนเรียวของเซเลสเทียให้หลบพ้นรัศมี แรงดึงกะทันหันทำให้ร่างบางเซถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมเจือจางประจำตัวของเธอลอยปะปนกับกลิ่นอายอันตึงเครียดของสถานการณ์ ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดไปชั่ววินาที ดวงตาสีนิลของเซเลสเทียช้อนขึ้นมองหน้าวิศวกรหนุ่มในระยะประชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง อุณหภูมิร่างกายที่แผ่ออกมาจากตัวของอีไลจาห์ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความเยือกเย็นในแว่นตาของเธอ ทว่าไม่มีใครยอมหลบสายตาก่อน "ขอบคุณสำหรับความห่วงใยอันไร้เหตุผลของคุณนะ วอล์คเกอร์" เซเลสเทียกระซิบเสียงต่ำ ริมฝีปากหยักลึกยิ้มเยาะเล็กน้อยอย่างท้าทาย "แต่เก็บแรงไว้ซ่อมประตูดีกว่าครับ เพราะดูเหมือนว่าแขกของเราจะไม่ยอมกลับง่ายๆ" อีไลจาห์ขบกรามแน่น เขาดึงตัวเองออกจากความรู้สึกวาบหวามที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่ถูกกาลเทศะ ก่อนจะดันร่างของนักฟิสิกส์สาวให้ไปยืนในจุดที่ปลอดภัย มือหนาคว้าแผงควบคุมฉุกเฉินแล้วกระชากคันโยกเหล็กสุดแรงเกิด เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดในโซนทางเดินด้านนอก ประกายไฟสпарส์สีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงช็อตของแผงวงจร แรงดันไฟฟ้ามหาศาลตัดขาดการทำงานของประตูนิรภัยชั้นที่สอง ทำให้บานประตูเหล็กหนาหนักเลื่อนปิดกระแทกใส่ร่างของกลุ่มคนที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างจัง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยความเงียบสงบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมทั่วห้องควบคุม หอบหายใจถี่กระชั้น อีไลจาห์กวาดสายตามองไปรอบห้องที่ตอนนี้เหลือเพียงแสงไฟสีแดงสลัวจากระบบสำรอง เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ ก่อนจะหันกลับมามองคู่หูจำเป็นที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสงبนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เราปลอดภัยชั่วคราว..." อีไลจาห์เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่อีกไม่นาน สำรองไฟก้อนสุดท้ายนี้ก็จะหมดลง และถ้าเรายังหาต้นตอของคลื่นรบกวนนั้นไม่ได้ ทั้งสถานีนี้จะไม่เหลือใครที่มีสติหลงเหลืออยู่เลย" เซเลสเทียพยักหน้ารับช้าๆ แววตาของเธอทอประกายลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก เธอก้าวเดินไปยังหน้าจอเทอร์มินัลส่วนตัวที่มุมห้อง นิ้วเรียวยาวจรดลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วราวกับกำลังค้นหาข้อมูลบางอย่างที่ปิดตายไว้ "คุณพูดถูก วอล์คเกอร์... เราไม่มีเวลาเหลือแล้ว" เซเลสเทียพูดพลางกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้าย หน้าจอหลักของห้องควบคุมดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะสว่างขึ้นอีกครั้งด้วยภาพกราฟิกสามมิติของสถานีอวกาศ และจุดสัญญาณปริศนาที่กำลังกะพริบอยู่ ณ ใจกลางห้องปฏิบัติการลับชั้นใต้ดิน "แต่ก่อนที่เราจะไปแก้ปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนนั้น... ผมว่าคุณควรดูนี่เสียก่อน" อีไลจาห์ขมวดคิ้วเดินเข้าไปใกล้หน้าจอ ภาพที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือกราฟิกของเครื่องปฏิกรณ์อย่างที่เขาคาดคิด แต่มันคือภาพบันทึกกล้องวงจรปิดจากห้องวิจัยพันธุศาสตร์ที่ถูกเข้ารหัสลับขั้นสูงสุด ในภาพนั้น... ร่างของมนุษย์คนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าหลอดทดลองขนาดใหญ่ ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา และมือข้างนั้นกำลังกดสวิตช์เปิดระบบปล่อยเชื้อโรคชีวภาพที่ถูกสั่งห้ามใช้ตามสนธิสัญญาระหว่างดวงดาว และใบหน้าของบุคคลในภาพบันทึกนั้น... ก็หันมามองตรงกล้องวงจรปิดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว พร้อมกับเอ่ยชื่อของอีไลจาห์ออกมาทางริมฝีปาก โดยไม่มีเสียงหลุดลอดออกมาจากลำโพง... *ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงสุญญากาศนี้ไปด้วยกันนะครับ*
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%