แรงดันในชุดปรับสภาพความดันลดต่ำลงอีกหนึ่งหน่วย ปั๊มออกซิเจนสำรองส่งเสียงครางต่ำอยู่ในกระดูกไหปลาร้าของผม มันเป็นเสียงเตือนความตายที่คุ้นเคยเสียจนผมแทบไม่ต้องเหลือบตาไปมองหน้าจอโฮโลแกรมตรงข้ามหมวกนิรภัย
"ถ้าคุณยังคงคำนวณอัตราการหมุนของท่อส่งพลังงานด้วยสมการเชิงเส้นแบบนั้น ผมเกรงว่าเราคงจะได้กลายเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่เร็วกว่ากำหนดสามนาทีนะครับ ดร.เวลส์"
เสียงทุ้มต่ำของผมลอดผ่านระบบสื่อสารภายในช่องสุญญากาศ มันไม่ใช่การเยาะเย้ย แต่มันคือความจริงอันแห้งแล้งที่ถูกบีบอัดด้วยออกซิเจนเปอร์เซ็นต์ต่ำ ด้านนอกกระจกหมวกนิรภัยคือความเวิ้งว้างสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งกาลเวลา ดวงดาวระยิบระยับพวกนั้นไม่ได้งดงามอย่างที่กวีมักพรรณนา แต่มันคือหลุมพรางทางฟิสิกส์ที่พร้อมจะฉีกกระชากมนุษย์ตัวจ้อยออกเป็นจุลได้ทุกเมื่อหากคำนวณพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
ดร.เซเลสเทีย เวลส์ ไม่ได้หันมามองผมทันที เธอกำลังใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือหนาพิเศษเคาะลงบนแผงควบคุมภายนอกของสถานีอวกาศเซนทอรีที่กำลังพังทลาย แสงไฟกะพริบสีแดงส้มสาดสะท้อนดวงตาคู่คมสีเทาของเธอผ่านกระจกหน้าหมวก เธอดูเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อท้าทายความตายโดยเฉพาะ
"สมการเชิงเส้นของฉันมีความแม่นยำสูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ในทางทฤษฎี คุณวอล์คเกอร์" เสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เจือความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ที่มักทำให้ผมรู้สึกทั้งฉุนเฉียวและหลงใหลในเวลาเดียวกัน "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่มันอยู่ที่ตัวแปรไร้เหตุผลอย่างมนุษย์ที่คอยขัดขวางกระบวนการต่างหาก"
"ตัวแปรไร้เหตุผลที่คุณว่า กำลังทำหน้าที่เชื่อมสายยูนิ버सलลิงก์เส้นสุดท้ายเพื่อดึงคุณกลับมาจากขอบเหวนะครับ" ผมถอนหายใจยาว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมกระทบกับแผ่นซับความชื้นในหมวก "เลิกพูดจาปรัชญาแล้วยื่นมือขวาของคุณมาจับห่วงยึดเหนี่ยวซะ เซเลสเทีย"
เราสองคนกำลังยืนอยู่บนโครงสร้างเหล็กกล้าไร้สนิมที่ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้น้ำหนัก ห่างจากตัวสถานีหลักออกไปสองร้อยเมตร ภารกิจกู้ชีพกลางอวกาศครั้งนี้ถูกกำหนดให้เป็นภารกิจฆ่าตัวตายทางอ้อมโดยคณะกรรมการบริหาร แต่ไม่มีใครมีทางเลือกอื่น ในเมื่อโมดูลควบคุมชีพจรของสถานีกำลังจะระเบิด และมีเพียงรหัสผ่านชีวมิติของเธอเท่านั้นที่จะรีเซ็ตระบบระบายความร้อนได้
เซเลสเทียหันมาสบตาผมผ่านชั้นกระจกหนากั้น บรรยากาศรอบตัวเราถูกแช่แข็งด้วยความเย็นระดับลบสองร้อยองศา เธอมองสำรวจรอยต่อของชุดอวกาศที่ผมสวมใส่ ซึ่งผ่านการซ่อมแซมมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามครั้งด้วยเทปคาร์บอนไฟเบอร์
"ทำไมคุณถึงยังดึงดันที่จะช่วยฉันล่ะ อีไลจาห์?" เธอยิงคำถามที่ไร้ซึ่งการป้องกันตัวใดๆ "ในเมื่อตามทฤษฎีความน่าจะเป็นแล้ว การปล่อยให้ฉันสละชีพอยู่ที่นี่ จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ลูกเรือที่เหลืออีกถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ คุณเป็นวิศวกรที่บูชาผลลัพธ์ไม่ใช่หรือไง ทำไมคราวนี้ถึงยอมใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาเดิมพันกับความเสี่ยงอันไร้สาระนี้?"
คำถามนั้นกระแทกเข้ากับผนังหัวใจของผมอย่างจัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อห้าปีก่อนแวบเข้ามาในหัว ลูกสาวของผม... รอยยิ้มสุดท้ายของเธอก่อนที่แรงระเบิดจากความล้มเหลวของทฤษฎีที่มนุษย์คำนวณผิดพลาดจะกลืนกินทุกสิ่งไปตลอดกาล ผมเคยสูญเสียคนที่รักไปเพราะความเย็นชาของ "ตัวเลข" และผมไม่มีวันยอมให้ความเย็นชาแบบเดียวกันนี้พรากใครไปต่อหน้าต่อตาอีกเป็นครั้งที่สอง
"เพราะชีวิตไม่ใช่สมการบนกระดานดำของคุณไงครับ ดร.เวลส์" ผมก้าวเท้าเข้าหาเธอในสภาวะไร้น้ำหนัก มือข้างหนึ่งคว้าจับราวเหล็กเพื่อพยุงตัวให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ "บางครั้ง... ผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุด อาจไม่ได้มาจากสมการที่สมบูรณ์แบบที่สุดเสมอไป"
แววตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะ เหมือนดวงดาวที่ถูกลมสุริยะพัดผ่านจนแสงกระพริบ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เธอก็กลับมาสวมหน้ากากแห่งความเยือกเย็นตามเดิม
"คุณมันดื้อด้านอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี" เธอบ่นพึมพำผ่านคลื่นวิทยุ แต่ยอมยื่นมือสวมถุงมือหนามาคว้าจับข้อมือของผมไว้แน่น แรงกระชากจากสภาวะไร้น้ำหนักทำให้ร่างของเราลอยเข้าหาDefinedกันอย่างแนบชิด กระจกหมวกนิรภัยเกือบจะชนกัน ลมหายใจของเธอที่หอบถี่ทำให้เกิดไอฝ้าจางๆ ที่ด้านในกระจกของเธอเอง
"ยึดผมไว้ให้แน่นนะครับ" ผมกระซิบเสียงพร่าผ่านช่องสื่อสาร ขณะที่มืออีกข้างกดปุ่มเร่งเครื่องยนต์ขับเคลื่อนพกพา (RCS Jetpack) แรงผลักดันสีฟ้าพุ่งวาบออกจากท่อไอเสียขับเคลื่อนเราฝ่าความมืดมิดของห้วงอวกาศ มุ่งตรงกลับสู่ประตูเชื่อมต่ออากาศของสถานี
แรงจี (G-force) กดทับร่างของเราจนกระดูกแทบร้าว ทว่าในความเวิ้งว้างอันหนเหน็บและน่าสะพรึงกลัวนั้น มือที่กุมกันไว้แน่นผ่านถุงมืออวกาศกลับถ่ายTethความอบอุ่นอันน้อยนิดให้แก่กันและกัน มันเป็นความขัดแย้งที่งดงามและอันตรายที่สุดในจักรวาล
เราพุ่งทะยานผ่านกลุ่มเศษซากดาวเทียมที่ลอยละล่อง ก่อนที่ผมจะพาเธอกระแทกเข้ากับขอบประตูเชื่อมต่อสำเร็จ ระบบล็อกอัตโนมัติทำงานทันที เสียงก๊าสความดันถูกปล่อยออกมาเพื่อปรับสภาพบรรยากาศภายในห้องล็อกเกอร์ เสียงเครื่องจักรคำรามต่ำเป็นสัญญาณว่าเราปลอดภัย... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
เมื่อประตูด้านในเปิดออก แสงสีขาวนวลของสถานีสาดส่องเข้ามา เราทั้งคู่ถอดหมวกนิรภัยออกพร้อมกัน อากาศอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผมหอบหายใจอย่างหนักหน่วง มองดูเซเลสเทียที่กำลังเสยผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อแนบไปกับกรอบหน้าของเธอ ดวงตาคู่สวยนั้นมองตรงมาที่ผมด้วยประกายบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้
"คุณรอดมาได้เพราะความโง่เขลาของคุณเองนะ วอล์คเกอร์" เธอยังคงปากแข็ง แม้ว่าริมฝีปากบางเฉียบนั้นจะสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยอ่อน
ผมยิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นจางๆ ของโอโซนและโลหะผสมจากภายนอก "ยินดีต้อนรับกลับสู่โลกแห่งความจริงครับ ดร.เวลส์"
ทว่า... ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งระหว่างเราจะได้ดำเนินต่อไป เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็ดังกรีดแหลมขึ้นทั่วทั้งระบบเครือข่ายของสถานี หน้าจอโฮโลแกรมทุกจุดเปลี่ยนเป็นสีเลือด และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... แผงควบคุมหลักที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านของเซเลสเทีย กลับแสดงสถานะ "ถูกแทนที่ด้วยสิทธิ์ควบคุมภายนอก"
เซเลสเทียหน้าซีดเผือดลงในพริบตา เธอมองหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
"ไม่ใช่ฉัน..." เสียงของเธอขาดห้วง "รหัสผ่านสำรองถูกแฮก... และดูนั่นสิ อีไลจาห์!"
ผมหันขวากับไปมองจอภาพหลัก ภาพจากกล้องวงจรปิดนอกสถานีแสดงให้เห็นร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—กำลังยืนตระหง่านอยู่บนโครงสร้างยานอบอولที่ควรจะว่างเปล่า บุคคลปริศนาในชุดอวกาศรุ่นทหารรบพิเศษที่ไร้สัญลักษณ์สังกัด กำลังก무ชี้ปลายปืนเลเซอร์ตรงมาที่กล้องวงจรปิด พร้อมกับข้อความรหัสลับที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของผม... ซึ่งเป็นรหัสลับชุดเดียวกับที่ใช้ในภารกิจลับสุดยอดของครอบครัวผมเมื่อห้าปีก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความเวิ้งว้างและแรงโน้มถ่วงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 8
ก้าวแรกสู่ห้วงมืด
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!