รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 33

อดีตที่กลับมาหลอกหลอน

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นของกระดาษโบราณและคราบสนิมเหล็กจากกาลเวลาช่างคล้ายคลึงกับกลิ่นความตาย... นั่นคือความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวของ ดร.รินรดา เมื่อปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือลาเท็กซ์สัมผัสเข้ากับสันปกแฟ้มเอกสารหนังสีดำที่ถูกซ่อนไว้หลังช่องลับของชั้นหนังสือบิวต์อิน ภายในห้องทำงานส่วนตัวของศาสตราจารย์ภาคภูมิ ผู้เป็นพ่อผู้ล่วงลับ เสียงถอนหายใจยาวของเธอเจือปนอยู่ในความเงียบงันของห้องใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวถูกโอบล้อมด้วยความกดดันที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดาษกรอบสีชาที่มีลายมือเขียนด้วยหมึกซึมอันเป็นเอกลักษณ์... ลายมือของพ่อ "คุณกำลังขุดคุ้ยหลุมศพที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนขุดนะครับ ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง คินน์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว มือข้างหนึ่งซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวยาว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะคู่นั้นสะท้อนแสงไฟ หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมายที่อ่านไม่ออก รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน เธอยังคงจดจ้องตัวอักษรบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่รัวเร่งเร้าในทรวงอก ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อข้อความตรงหน้าไม่ได้บอกเล่าถึงความสำเร็จทางโบราณคดีอันยิ่งใหญ่ แต่มันคือบันทึกการยอมรับข้อตกลงในการลักลอบเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุชิ้นสำคัญออกจากแหล่งโบราณสถานลึกลับเมื่อสิบปีก่อน... และลายเซ็นกำόงท้ายกระดาษแผ่นนั้น คือลายมือของศาสตราจารย์ภาคภูมิ ผู้ชายที่เธอเคยเชิดชูให้เป็นดั่งศาสดาทางจริยธรรมมาตลอดชีวิต "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม... คินน์" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายเสียงอย่างปิดไม่มิด คินน์หยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว เขายกมือขึ้นกอดอก ท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ในสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ "ความรู้ไม่ใช่สิ่งที่คุณค่าของมันอยู่ที่การมีอยู่หรือไม่มีหรอกครับ ดร.รินรดา แต่มันอยู่ที่ว่า... เราเลือกที่จะมองเห็นมันในมุมไหนต่างหาก" "นี่ไม่ใช่เรื่องปรัชญาความหมายของชีวิตนะครับ คินน์!" รินรดาตบโต๊ะเบาๆ เสียงกระดาษสั่นไหวตามแรงอารมณ์ที่ระเบิดออกมาในที่สุด ดวงตาคู่สวยตวัดขึ้นมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนผิดหวัง "นี่มันหลักฐานการคอร์รัปชันทางประวัติศาสตร์! พ่อของฉัน... คนที่เขียนตำราจริยธรรมเล่มหนาเตอะบนชั้นนั้น คือคนที่ขายอดีตของประเทศนี้เพื่อแลกกับเศษเงินสกปรก!" คินน์เดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายบุคลิกสีเทาที่ยากจะคาดเดาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างเด่นชัด เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "คุณกำลังตัดสินคนรุ่นก่อนด้วยไม้บรรทัดศีลธรรมของคนยุคปัจจุบัน ซึ่งมันง่ายเกินไปและไม่ยุติธรรมเลยนะครับ" คินน์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "ลองอ่านบรรทัดสุดท้ายของบันทึกแผ่นนั้นดูสิครับ... บรรทัดที่พ่อของคุณเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดง" รินรดานิ่งงัน ปลายมือสั่นเทากลับไปพลิกกระดาษแผ่นดังกล่าว ดวงตาสีเข้มกราดมองตามตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายที่ถูกเน้นย้ำด้วยหมึกสีแดงเข้ม *‘หากไม่ทำเช่นนี้ สิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดจะถูกทำลายโดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล และความจริงจะถูกฝังกลบไปชั่วนิรันดร์ การยอมแปดเปื้อนในมือ คือหนทางเดียวที่ทำให้ความลับรอดชีวิต’* ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องทำงานทันที บรรยากาศอึมครึมราวกับออกซิเจนกำลังลดน้อยลง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงราวกับเส้นด้ายที่ถูกขยุ้มเข้าหากัน ความเกลียดชังที่เคยมีเริ่มถูกบั่นทอนด้วยคำถามใหม่ที่น่ากลัวยิ่งกว่า... หรือพ่อของเธอไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นเหยื่อของเกมการเมืองระดับโลกที่ใหญ่เกินกว่าจะต้านทาน? "คุณคิดว่ามันเป็นข้อแก้ตัวของคนขี้ขลาด หรือเป็นความเสียสละของคนโง่กันล่ะครับ?" คินน์กระซิบถามข้างหู เสียงของเขาแfฝงไปด้วยนัยยะอันลึกล้ำที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน รินรดาหันขวับกลับไปจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม คนที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ย่อมไม่มีสิทธิ์ถูกให้อภัย..." ทว่า ก่อนที่คินน์จะได้เอื้อnคำพูดใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางบันไดด้านนอก... เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาแค่คนเดียว และมันกำลังเคลื่อนตัวตรงมายังห้องใต้ดินแห่งนี้ด้วยความเร็วที่น่าสงสัย คินน์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวงอย่างเต็มพิกัด เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ "เงียบ..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่งการเฉียบขาด "มีคนอื่นกำลังเข้ามาในตึกนี้... และดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อค้นหาเอกสารเก่าๆ เหมือนพวกเรา" รินรดายังไม่ทันได้ซักถาม ประตูไม้สักบานหนาของห้องใต้ดินก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงไฟฉายสว่างจ้ากราดเข้ามาในความมืด พร้อมกับร่างเงาดำสวมฮู้ดสามร่างที่ยืนขวางทางออกไว้ พร้อมด้วยประกายเย็นเยียบของกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาหน้าประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%