รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 34

คำลวงของคนฉลาด

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมกับความชื้นของห้องใต้ดินใต้ฐานรากปราสาทขอมโบราณ ไม่เคยให้ความรู้สึกโรแมนติกเลยแม้แต่น้อยในสายตาของนักโบราณคดีผู้ยึดมั่นในประจักษ์พยาน ดร.รินรดายืนนิ่งอยู่หลังแสงไฟฉายคาดหัว ลำแสงสีขาวสาดส่องลงบนแท่นหินทรายสลักภาพนูนต่ำ ซึ่งบัดนี้ร่องรอยการขูดขีดใหม่ๆ ทำลายความสมบูรณ์ของอารยธรรมนับพันปีลงอย่างย่อยยับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง ไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร คินน์... ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าคือพันธมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ในโครงการอนุรักษ์นี้ "คุณกำลังทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพิสูจน์ว่าราชตระกูลไม่ได้ล่มสลายเพราะโรคระบาด แต่เป็นการสังหารหมู่ทางการเมือง" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค แววตาภายใต้เลนส์แว่นสะท้อนความผิดหวังอย่างล้ำลึก "การบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของตลาดมืด... มันคุ้มค่ามากใช่ไหมครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง 'ค่ะ' ในแบบที่คนพวกนั้นคาดหวังจะให้ผมพูด" เธอเปลี่ยนสรรพนามกระแทกแดกดันในใจ แต่ภายนอกยังคงควบคุมความเยือกเย็นไว้ได้ คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบพร่า เป็นเสียงที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ามันเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งปัญญาชน ทว่าเวลานี้มันกลับฟังดูราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยความโง่เขลาของเธอเอง "ประวัติศาสตร์ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าของผู้ชนะ ริน... คุณก็รู้ดีกว่าใคร" คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็คเก็ตสนามเปื้อนฝุ่นทอดมองภาพสลักที่เสียหายด้วยสายตาเรียเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดบาป "คุณคิดจริงๆ หรือว่า รัฐบาลจะสนใจกระดูกเก่าๆ ที่ขุดพบในหลุมนี้ ถ้ามันไม่ได้ช่วยค้ำจุนอำนาจหรือสร้างรายได้ให้ประเทศ? ผมไม่ได้ทำลายประวัติศาสตร์หรอกครับ ผมแค่... ทำให้มันมีมูลค่าพอที่จะมีคนสนใจต่างหาก" รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเมื่อครั้งสูญเสียผู้เป็นพ่อจากความประมาทในการขุดค้นที่ถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ หวนกลับมาทิ่มแทงซ้ำๆ "คุณหลอกใช้ฉัน" เธอหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม "คุณรู้ว่าฉันมีชื่อเสียงด้านการตรวจสอบความแท้จริงของโบราณวัตถุ คุณจงใจดึงฉันเข้ามาในทีม เพื่อให้ฉันใช้ชื่อเสียงของ ดร.รินรดา รับรองความถูกต้องให้กับของโจรพวกนี้... ตั้งแต่แรก คุณไม่ได้สนใจการไขปริศนาทางประวัติศาสตร์เลยแม้แต่น้อย" คินน์ไม่หลบสายตา เขามองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดแต่ละคำในหัว ก่อนจะระบายยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและไร้ซึ่งความปรานี "ผมยอมรับครับ..." คินน์เอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเล น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟังราวกับบทสนทนาในห้องบรรยายมหาวิทยาลัย "ผมหลอกใช้คุณ ริน... แต่คุณลองถามตัวเองดูสิครับ ว่าตลอดเวลาที่เราทำงานร่วมกันมา มีสักวินาทีไหมที่คุณรู้สึกว่าตัวเองถูกบังคับ? คุณสนุกกับการไขปริศนา คุณโหยหาหลักฐานที่จะมาลบล้างทฤษฎีเก่าๆ ของวงการวิชาการ... ผมแค่มอบเวทีที่คุณอยากยืนอยู่ให้คุณเท่านั้นเอง เราต่างก็ได้ในสิ่งที่ต้องการไม่ใช่หรือครับ?" "ความจริงกับคำโกหกมันคนละเรื่องกัน คินน์!" รินรดาตวาดลวดลายความเกรี้ยวกราดออกมาในที่สุด หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่เธอปฏิเสธที่จะปล่อยให้มันไหลลงมา "คุณเหยียบย่ำจริยธรรมของนักวิชาการ คุณมันก็แค่... โจรใส่สูทที่อาศัยคราบนักโบราณคดีมาบังหน้า" "คำว่าจริยธรรมมันกินไม่ได้หรอกนะริน" คินน์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นและกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ผสมกับกลิ่นอับของซากโบราณสถาน เขายื่นมือออกไปราวกับจะแตะกลุ่มผมที่หลุดลุ่ยของเธอ แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะลดมือลงช้าๆ "โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความอยู่รอด... พ่อของคุณก็ตายเพราะความดื้อรั้นที่จะรักษา 'ความจริง' ที่ไม่มีใครต้องการไม่ใช่หรือ? ผมแค่ไม่อยากให้คุณต้องจบชีวิตลงแบบนั้น" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง ความโกรธเกรี้ยว ความผิดหวัง และแรงดึงดูดประหลาดที่ปฏิเสธไม่ได้ ทั้งสองต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ แต่กลับถูกพันธนาการไว้ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่พวกเขามีต่อกันและกัน รินรดากัดริมฝีปากแน่น สมองส่วนเหตุและผลกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอยังมีหลักฐานสำรองอยู่ในแฟลชไดรฟ์ที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อเป้ ทว่าก่อนที่เธอจะได้ขยับตัวถอยหลังเพื่อหาทางหนี เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดที่ลึกเข้าไปในอุโมงค์ ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนคนเดียว... แต่มันคือเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องโถงใต้ดินแห่งนี้ คินน์ชะงัก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวัง ผิดกับสัญชาตญาณของคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด "ผมไม่ได้นัดใครมาที่นี่..." คินน์พึมพำกับตัวเอง เสียงกระซิบนั้นเบาหวิวแต่น่ากลัว รินรดาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงระคนสงสัย ในเมื่อคินน์ไม่ใช่คนสั่งการ แล้วใครกันที่กำลังก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้ามแห่งนี้? ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที แสงไฟฉายกระບოกหนึ่งก็สาดส่องตัดความมืดจากปากอุโมงค์ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากมุมอับ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของคินน์และรินรดาเย็นเฉียบลงพร้อมกัน... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาหน้าประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%