ความเย็นยะเยือกของไอน้ำในห้องใต้ดินแฝงกลิ่นอับของดินชื้นและสนิมเหล็ก กลิ่นเฉพาะตัวที่ ดร.รินรดา คุ้นเคยดีจากการผ่านสมรภูมิการขุดค้นโบราณสถานมาครึ่งค่อนชีวิต แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป ความมืดมิดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงม่านบังตา หากมันทำหน้าที่ราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังบีบรัดลำคอของเธอให้ตีบตัน
เสียงกระซิบเมื่อครู่... เสียงที่เตือนสติเธอในวินาทีที่สติสัมปชัญญะกำลังหลุดลอย ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*"อย่าเพิ่งยอมแพ้... รินรดา ยังมีคนอีกคนที่ต้องการให้คุณรอดชีวิตไปบอกความจริงกับโลกใบนี้"*
รินรดาสะดุ้งเฮือก สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดจนเต็มความจุ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บและ Adrenaline ที่พุ่งพล่าน นิ้วมือเรียวยาวที่ไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่เอื้อมไปสัมผัสกับพื้นผิวเย็นเฉียบของผนังหินศิลาแลงอย่างสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตปรับรับกับความมืดทีละน้อย จนกระทั่งเงาสลัวของร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
แสงไฟฉายคาดหัวของร่างนั้นถูกเปิดขึ้นอย่างระมัดระวัง ลำแสงสีขาวนวลพุ่งกระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ก่อนจะสะท้อนเข้ากับใบหน้าของชายผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า... คินน์
ศาสตราจารย์หนุ่มผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและปริศนาที่เธอยังไม่อาจหาคำตอบได้ แว่นตากรอบทองของเขาขึ้นฝ้าเล็กน้อยจากความชื้น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีหรือความเยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่เดิมพันด้วยชีวิต
"ดูเหมือนคุณจะเกือบหมดโควตาความอดทนแล้วนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องใต้ดินอย่างเยือกเย็น
รินรดายันกายลุกขึ้นพิงผนังหิน ลมหายใจยังคงหอบกระชั้น สายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะฉีกร่างให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ความระแวงและความโกรธเกรี้ยวผสมปนเปกันอยู่ในอก เธอใช้หลังมือปาดคราบเหงื่อและฝุ่นดินบนหน้าผากออกลวกๆ
"คุณมาทำอะไรที่นี่... คินน์" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "หรือควรจะถามว่า คุณวางแผนให้ฉันลงมาติดกับที่นี่ตั้งแต่แรกต่างหาก"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ราบเรียบแต่น่าหงุดหงิดในความรู้สึกของเธอ เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด เว้นระยะห่างที่พอดีในแบบของสุภาพบุรุษที่รักษามารยาท แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย
"คุณยังคงมองทุกอย่างผ่านเลนส์แห่งความหวาดระแวงเสมอ... ดร.รินรดา" คินน์ถอดถุงมือหนังออกทีละข้างอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ถ้าผมต้องการให้คุณตายในหลุมนี้ ป่านนี้คุณคงไม่ต้องมานั่งถามคำถามนี้กับผมหรอกครับ ความรู้ระดับคุณ น่าจะรู้ดีว่าออกซิเจนในห้องใต้ดินโบราณแบบนี้หมดเร็วกว่าที่คิด"
"แต่คุณก็อยู่ที่นี่ ในเวลาที่ฉันกำลังจะตายพอดิบพอดี" เธอโต้กลับทันควัน สายตาจ้องเขม็ง "บังเอิญเกินไปไหมสำหรับคนที่อ้างว่าเป็นแค่ที่ปรึกษาโครงการ"
"ในทางโบราณคดี ไม่มีคำว่า 'บังเอิญ' หรอกครับ มีแต่หลักฐานที่ยังค้นไม่พบกับสมมติฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้" คินน์เดินผ่านเธอไปช้าๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าแท่นหินแกะสลักขนาดใหญ่ใจกลางห้อง ซึ่งถูกปกคลุมด้วยหยากไย่และคราบตะไคร่น้ำ "เช่นเดียวกับสิ่งที่คุณตามหามาตลอด... ตำแหน่งที่แท้จริงของสมบัติล้ำค่า ที่พ่อของคุณแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องมัน"
ชื่อของพ่อทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เธอหันขวับไปมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับพ่อของฉัน?" เสียงของเธอเริ่มสั่นระริกด้วยอารมณ์ที่ควบคุมได้ยาก
คินน์ไม่ได้หันกลับมาทันที เขายื่นมือออกไปสัมผัสร่องรอยการสลักบนแท่นหินนั้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบไล้ร่างกายของคนรัก นิ้วมือของเขากดลงไปตามร่องลึกของอักษรโบราณที่ถูกลบเลือนด้วยกาลเวลา ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง
"ผมรู้ว่าเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง... แต่ใช้วิธีการที่ผิดพลาด" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกและจริงจังเป็นครั้งแรก "พ่อของคุณไม่ได้ตามหาสมบัติเพื่อเอาไปขายในตลาดมืดเหมือนอย่างที่พวกมันต้องการ... และท่านก็ไม่ได้ตามหามันเพื่อชื่อเสียงทางวิชาการ แต่ท่านรู้ว่า 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายถูกซ่อนไว้ที่ไหน"
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างลืมตัว ความกลัวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้ "กุญแจอะไร? พูดให้มันเคลียร์นะ คินน์!"
"ใจเย็นๆ ครับ รินรดา" คินน์ยิ้มมุมปากอีกครั้ง ก่อนจะผายมือไปยังแท่นหินตรงหน้า "สิ่งที่คุณกำลังยืนเหยียบอยู่... และสิ่งที่คุณพยายามถอดรหัสมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา มันไม่ใช่ห้องเก็บสมบัติอย่างที่ตำราประวัติศาสตร์ระบุไว้"
รินรดาก้มมองพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของตัวเอง ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในสมอง เธอกวาดสายตามองโครงสร้างสถาปัตยกรรมรอบตัวอีกครั้งด้วยสายตาของนักโบราณคดีมืออาชีพ มุมองศาของผนัง ทิศทางของกระแสลมที่ไหลเวียน และตำแหน่งของแท่นหิน... ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
"มันคือ... ห้องนิรภัยทางจิตวิญญาณ" รินรดาพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง "ไม่ใช่ทองคำ ไม่ใช่ศิลาอัญมณี แต่เป็นเอกสารและบันทึกต้นฉบับที่สามารถพลิกประวัติศาสตร์หน้าAของอารยธรรมนี้ได้ทั้งหมด!"
"ถูกต้องครับ" คินน์พยักหน้ารับอย่างชื่นชม "และพิกัดที่แท้จริงของมัน ไม่ได้อยู่ใต้ดินแห่งนี้... แต่มันถูกบันทึกไว้ในจุดที่คุณมองข้ามไป"
คินน์หยิบสมุดบันทึกเล่มคุ้นตาออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา มันคือสมุดบันทึกภาคสนามของพ่อเธอ สมุดเล่มที่หายไปในคืนวันที่พ่อของเธอเสียชีวิต
รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาจับจ้องไปที่สมุดเล่มนั้นราวกับต้องมนต์สะกด "สมุดนั่น... อยู่กับคุณมาตลอด?"
"มันไม่ได้อยู่กับผมครับ..." คินน์พลิกเปิดหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก เผยให้เห็นรอยจารึกหมึกสีดำจางๆ ที่ถูกเขียนทับด้วยลายมือของพ่อเธอ พร้อมกับพิกัดตัวเลขชุดใหม่ที่เพิ่งถูกเปิดเผยภายใต้แสงไฟฉาย "แต่มันถูกฝากไว้กับคนที่ไว้ใจที่สุด... ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่ากำลังถูกตามล่า"
รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวคินน์ มือทั้งสองข้างสั่นเทาขณะเอื้อมไปรับสมุดบันทึกเล่มนั้น สายตาจดจ้องไปยังตัวเลขพิกัดสุดท้ายบนหน้ากระดาษ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ทุกอย่างกระจ่างชัดในหัว ประ-วัติ-ศาสตร์-กำลัง-จะ-ถูก-เขียน-ใหม่
ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเธอจะทันได้สัมผัสผิวกระดาษแผ่นนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเดินมืดมิดเบื้องหลัง เสียงเหล็กกระทบกันของอาวุธปืน และแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในห้องใต้ดินอย่างรวดเร็ว
คินน์หุบสมุดบันทึกเก็บใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็วด้วยความนิ่งสงบผิดคาด เขารวบเอวเธอเข้ามาหลบหลังเสาศิลาแลงด้วยความรวดเร็วปานกริบ มือหนาปิดปากเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด ขณะที่กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เฉียบขาด
"ดูเหมือนแขกไม่速เชิญของเราจะมาเร็วกว่าที่คิด... และตอนนี้ ทางเลือกเดียวที่คุณมีคือเชื่อใจผม หรือไม่ก็ตายอยู่ที่นี่พร้อมกับความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย"
รินรดานัยน์ตาเบิกโพลงหัวใจหล่นวูบ เมื่อเงาสลัวของชายชุดดำสามคนปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้า พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกเล็งตรงมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาหน้าประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 32
รหัสลับที่ถูกถอด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!