รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 27

ในอุโมงค์มืด

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นอับชื้นของดินทรายโบราณผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ คือสิ่งแรกที่ยืนยันว่าเรายังไม่ตายครับ ความมืดมิดในระดับที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตนเองเบื้องหน้า สร้างความรู้สึกกดทับราวกับมวลหินหลายตันกำลังกดทับลงมาบนทรวงอก เสียงหอบหายใจอย่างระมัดระวังของ ดร.รินรดา ดังแว่วมาจากความมืดห่างออกไปไม่ถึงสองเมตร แต่ในเวลานี้ ระยะทางแค่นั้นกลับให้ความรู้สึกราวกับถูกกั้นกลางด้วยเหวลึกอนันทกาล "คุณยังหายใจอยู่ไหมครับ ดร.รินรดา" ผมเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของผมแหบพร่าและเจือไปด้วยฝุ่นผงที่ติดอยู่ในลำคอ "ถ้าการมีชีวิตอยู่หมายถึงการต้องมาติดอยู่ในหลุมศพของอารยธรรมที่ตายไปแล้ว... ฉันก็ไม่แน่ใจนักหรอกครับว่าควรจะดีใจดีไหม" เสียงตอบกลับมาทันที เย็นชาและเรียบสนีย์ราวกับถูกแช่แข็ง แม้ในยามที่สถานการณ์ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอก็ยังคงรักษาทิฐิและกำแพงทางอารมณ์ไว้อย่างเหนียวแน่น ความวิบัติเกิดขึ้นเร็วเสียจนสมองของนักโบราณคดีมืออาชีพอย่างพวกเราแทบประมวลผลไม่ทัน แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวท้องถิ่น หรืออาจเป็นเพราะโครงสร้างไม้ค้ำยันอายุพันปีที่เสื่อมสลายตามกาลเวลา ทำให้เพดานอุโมงค์ชั้นในของซากปรักหักพังถล่มลงมาปิดตายทางออกทั้งหมด ทิ้งให้เราสองคนถูกจองจำอยู่ในห้องโถงใต้ดินขนาดเล็ก ที่ซึ่งออกซิเจนกำลังค่อยๆ ลดปริมาณลงอย่างเงียบเชียบ ผมเอื้อมมือไปในความมืด ควานหาไฟฉายสนามที่หลุดจากกระเป๋าคาดเอว นิ้วมือสัมผัสเข้ากับโลหะเย็นเฉียบ กดสวิตช์— *แกร็ก* ลำแสงสีขาวนวลพุ่งแหวกความมืดออกไปกระทบกับผนังหินแกรนิตเบื้องหน้า มันเผยให้เห็นฝุ่นผงที่ล่องลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับละอองดาว ทัศนียภาพจำกัดวงแคบลงเหลือเพียงพื้นที่รอบตัว ผมหันลำแสงไปทางรินรดา เธอทรุดตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังหิน ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงเปล่งประกายความแข็งกระด้าง แสงไฟฉายกระทบเข้ากับรอยแผลถลอกที่ข้างขมับของเธอ มีคราบเลือดสีเข้มไหลซึมลงมาตัดกับผิวขาวซีด "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับ คินน์" เธอกล่าวเสียงเรียบ เบือนหน้าหนีลำแสงไฟที่ผมสาดใส่ "ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดที่จะต้องให้ใครมาเวทนา โดยเฉพาะกับคนที่พาตัวเองเข้ามาติดอยู่ในกับดักประวัติศาสตร์นี่ด้วยกัน" "ผมไม่ได้เวทนาคุณหรอกครับรินรดา" ผมถอนหายใจเบาๆ หย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นดินเย็นเฉียบ ระยะห่างระหว่างเราแคบลงโดยปริยาย "ผมแค่กำลังประเมินสถานทางคณิตศาสตร์... ปริมาณอากาศในห้องใต้ดินนี้ กับอัตราการหายใจของคนสองคน เรามีเวลาเหลืออย่างน้อยสี่ชั่วโมงก่อนที่คาร์บอนไดออกไซด์จะสูงเกินขีดจำกัด" "และนั่นก็สมเหตุสมผลดีนี่ครับ" รินรดาหันกลับมาสบตา ประกายตาของเธอคมกริบยามต้องแสงไฟฉาย "ในฐานะนักโบราณคดี การได้ฝังร่างร่วมกับอารยธรรมที่ตนเองหลงใหล อาจเป็นจุดจบที่โรแมนติกที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้แล้ว... หรือว่าคุณกลัวความตายกันแน่ครับ ศาสตราจารย์?" น้ำเสียงของเธอยั่วเย้าและท้าทาย เป็นเอกลักษณ์ที่มักจะซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้เกราะกำบังแห่งเหตุผล เธอยังคงแบกรับภาพเงาของบิดาผู้ล่วงลับ—นักโบราณคดีผู้ดื้อรั้นที่เสียชีวิตในหลุมขุดค้นเมื่อหลายปีก่อน และนั่นคือปมที่ทำให้เธอยึดติดกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างไร้ความยืดหยุ่น เพื่อหลีกหนีความจริงที่ว่ามนุษย์เราล้วนเปราะบางต่อโชคชะตา "ความตายไม่ได้น่ากลัวหรอกครับรินรดา สิ่งที่น่ากลัวคือการตายโดยที่ยังไขปริศนาคาใจไม่สำเร็จต่างหาก" ผมยิ้มมุมปาก แม้ในยามวิกฤต นิสัยชอบขุดคุ้ยความลับก็ยังไม่จางหาย "โดยเฉพาะปริศนาที่ว่า ทำไมบันทึกภาคสนามของพ่อคุณ ถึงมีชื่อของบริษัทค้าโบราณวัตถุเถื่อนที่คุณเกลียดนักเกลียดหนาปรากฏอยู่... หน้าสุดท้ายก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตในอุโมงค์ลักษณะนี้เช่นกัน" บรรยากาศในห้องใต้ดินอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงขึ้นของคนทั้งคู่ รินรดาชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีความเย็นชาที่เธอเคยมีสั่นคลอนไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็ว "คุณรู้..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและระแวงระวัง "คุณรู้อะไรมาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม คินน์? คุณไม่ได้บังเอิญมาร่วมคณะสำรวจนี้... คุณจงใจดึงฉันลงมาในหลุมนี้ เพื่อจะบีบให้ฉันจนมุมด้วยหลักฐานที่คุณเก็บงำไว้!" "ผมเป็นนักโบราณคดีผู้ซื่อสัตย์ต่ออดีตเสมอครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น สบตาเธอนิ่งไม่หลบเลี่ยง "ความจริงก็เหมือนกับโบราณวัตถุที่ถูกฝังกลบ มันไม่เคยหายไปไหนหรอกครับ มันแค่รอเวลาให้มีคนมาขุดคุ้ยมันขึ้นมา... และบางครั้ง การที่เราติดอยู่ในอุโมงค์มืดๆ แบบนี้ ก็เป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้เราบังคับให้คนยอมพูดความจริงที่ถูกปิดตาย" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอยกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่ขมับอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและร้าวราน "ความจริงงั้นเหรอครับ? คุณอยากรู้ความจริงข้อไหนล่ะ... ว่าพ่อของฉันไม่ได้พลาดพลั้งอุบัติเหตุ? ว่าท่านเลือกที่จะจบชีวิตลงตรงนี้ เพราะทนรับไม่ได้ที่รู้ว่าสิ่งที่ท่านปกป้องมาตลอดชีวิตถูกขายทอดให้ตลาดมืดโดยฝีมือของคนใกล้ตัวอย่างนั้นเหรอ!" น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามแก้มที่เปื้อนฝุ่นของเธอ มันเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งสำหรับสตรีผู้เยือกเย็นและยึดมั่นในเหตุผลคนนี้ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางของมนุษย์ผู้สูญเสีย ผมขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด แสงไฟฉายส่องสะท้อนประกายในดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา เราอยู่ใกล้กันมากจนได้กลิ่นฝุ่นดินและลมหายใจที่สั่นเทาของกันและกัน "ผมเสียใจด้วยครับรินรดา" ผมเอמהเสียงนุ่ม ลบความเจ้าเล่ห์ออกไปจากน้ำเสียง เหลือไว้เพียงความจริงใจของสุภาพบุรุษคนหนึ่ง "แต่การหนีความจริงไม่ได้ช่วยให้บาดแผลหายหรอกครับ... ดูนั่นสิครับ" ผมเบนลำแสงไฟฉายไปที่ผนังหินด้านหลังตัวเธอ ซึ่งแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ได้กะเทาะเอาชั้นปูนปลาสเตอร์โบราณร่วงหล่นลงมา เผยให้เห็นรอยสลักนูนต่ำที่ถูกซ่อนไว้หลังผนังปลอม เป็นภาพสลักรูปสัญลักษณ์โบราณที่คุ้นตา—สัญลักษณ์รูปงูพันคบเพลิง ซึ่งเป็นตราประทับของเครือข่ายลักลอบค้าโบราณวัตถุระดับโลกที่หน่วยงานสากลกำลังตามล่า และที่กลางภาพสลักนั้น มีรอยมีดกรีดสลักเป็นข้อความภาษาละตินใหม่เอี่ยม ทับลงบนอารยธรรมโบราณอายุพันปี *“VERITAS VINCIT” — ความจริงย่อมมีชัย* รินรดาชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อจ้องมองข้อความนั้น มันไม่ใช่รอยสลักโบราณ มันเพิ่งถูกทำขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง และรอยมีดนั้น... เธอจำลายมือจากการใช้มีดพกแบบพิเศษนั้นได้ดี มันคือมีดเล่มเดียวกับที่พ่อของเธอเคยใช้ ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันก็ดังแว่วมาจากอีกด้านหนึ่งของผนังหินที่พังทลาย—ไม่ใช่เสียงจากภายนอกอุโมงค์ แต่เป็นเสียงที่ดังมาจาก *ด้านใน* ของห้องลับหลังกำแพงนั้น! เงาดำทะมึนของใครบางคนกำลังก้าวพ้นความมืดเข้ามาหาเรา พร้อมกับลำแสงไฟฉายอีกดวงที่สาดตรงมายังจุดที่เรานั่งอยู่ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงมาในความมืดมิดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%