รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 26

การตัดสินใจที่เจ็บปวด

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าที่แนบอยู่ข้างขมับไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงลมหายใจที่รดอยู่เหนือต้นคอ รินรดารู้จักสัมผัสนั้นดี มันคือสัมผัสของผู้ที่สั่งสมประสบการณ์ในการปลิดชีพคนอื่นมาอย่างโชกโชน ไม่มีความลังเล ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความแม่นยำระดับเครื่องจักร "ถ้าขยับอีกแค่เซนติเมตรเดียว ปลายกระบอกปืนนี้จะเจาะทะลุกะโหลกเธอ แล้วเศษซากของหลักฐานชิ้นนั้นก็จะกลายเป็นแค่สีแดงฉานที่ไร้ค่าบนพื้นหินอ่อน" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากระซิบกระชากผ่านความเงียบงันในห้องนิรภัยใต้ดิน ดร.รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายช่วยดึงสติให้เธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน สายตาของเธอไม่ได้มองไปยังเงาดำด้านหลัง แต่กลับจดจ้องอยู่ที่ร่างของคินน์—ศาสตราจารย์ผู้เคยเป็นทั้งที่ปรึกษา เพื่อนร่วมงาน และชายผู้กุมความลับทั้งหมดของคดีนี้ ซึ่งกำลังทรุดตัวลงพิงกับชั้นวางโบราณวัตถุ เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านรอยแตกของเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณหน้าอก ชายผู้ทรงภูมิและเย่อหยิ่งในสติปัญญา บัดนี้กำลังหอบหายใจโรยริน ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความผิดหวังกับความเวทนา "ปล่อยเขา..." เสียงของรินรดาแหบแห้ง แต่มั่นคง เธอเลือกที่จะไม่หันไปมองมัจจุราชที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง "ปล่อยงั้นหรือ?" เสียงหัวเราะในลำคอของผู้มาใหม่ดังขึ้น พร้อมกับแรงกดที่ขมับซ้ายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย "ดร.รินรดา คุณนี่ช่างยึดมั่นในอุดมการณ์ของนักโบราณคดีเสียจริง ทั้งที่รู้ว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความจริง แต่มันถูกเขียนด้วยเลือดของผู้ชนะต่างหาก... และในเกมนี้ คินน์เลือกที่จะเป็นผู้แพ้" รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องนิรภัย แสงไฟสีส้มจากคบเพลิงสลัวสาดส่องกระทบกับแผ่นศิลาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง บนนั้นคือจารึกยุคโบราณที่เธอกำลังไขปริศนา มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะเปิดโปงเครือข่ายค้าโบราณวัตถุข้ามชาติ และเป็นสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อเธอที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อนจากการสำรวจที่ถูกจัดฉาก หากเธอก้าวไปคว้าแผ่นศิลาชิ้นนั้น เธอก็จะชนะคดี และได้ความจริงที่รอคอยมาตลอดชีวิต... แต่คินน์จะตาย ถ้าเธอยื่นมือเข้าช่วยห้ามเลือดให้เขา และวางมือจากหลักฐาน ชีวิตของคินน์จะรอด แต่ความลับทั้งหมดจะถูกฝังกลบลงไปตลอดกาล พร้อมกับตราบาปที่ว่าเธอยอมจำนนต่ออำนาจมืดเหมือนที่พ่อของเธอเคยถูกกล่าวหา "คุณกำลังให้ฉันเลือก ระหว่างความตายของมนุษย์ กับวิญญาณของประวัติศาสตร์สินะครับ..." รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันในเชิงวิชาชีพ "ไม่ใช่แค่ชีวิตของเขาหรอกครับ ดร.รินรดา" เสียงเงาดำด้านหลังกล่าวต่อ "แต่หมายถึงอนาคตของคุณเองด้วย หากคุณเลือกศิลาแผ่นนั้น ศพของคุณก็จะถูกฝังไว้ที่นี่ในฐานะเหยื่อของการปล้นโบราณวัตถุ ไม่มีใครขุดคุ้ยความจริงได้อีกต่อไป แต่ถ้าคุณเดินถอยหลังออกมาสามก้าว... คุณจะยังมีลมหายใจไปบอกโลกภายนอกว่า คินน์คือฆาตกรที่ทรยศองค์กร" คินน์ที่นั่งพิงชั้นวางของอยู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นมองสบตารินรดาเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ไม่มีคำอ้อนวอน ไม่มีรอยยิ้มเยาะเย้ย มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก คล้ายจะสื่อความนัยบางอย่างที่เธอต้องตีความเอาเองในวินาทีเป็นตายนี้ "อย่าไปฟังมัน..." คินน์เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก เลือดสดๆ ไหลทะลักผ่านร่องฟัน "ริน... เธอรู้ดีว่าถ้าศิลาแผ่นนั้นถูกทำลาย ความจริงจะหายไปตลอดกาล เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยฉัน... เธอมาที่นี่เพื่อความถูกต้อง" "หุบปากซะ! คินน์!" เสียงเงาดำคำรามลั่น พร้อมกับเสียงเหล็กของลำกล้องปืนที่ขึ้นไกดัง *คลิก* "ถ้าแกพูดมากอีกคำเดียว ฉันจะเป่าสมองผู้หญิงคนนี้ก่อน แล้วค่อยส่งแกตามไป!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องนิรภัยอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดของเลือดที่กระทบลงบนพื้นหิน—ติ๋ง... ติ๋ง... ที่นับถอยหลังเวลาชีวิตของคินน์อย่างโหดร้าย รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แหบผาก สมองของเธอกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ร่องรอยการต่อสู้ รอยกระสุนปืน และมุมตกกระทบของแสง ทุกอย่างในหัวถูกนำมาเรียงร้อยเพื่อหาทางรอดที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่นี่ไม่ใช่ห้องแล็บ ไม่ใช่หน้ากระดาษตำราประวัติศาสตร์ นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ที่ซึ่งความตายไม่มีปุ่มย้อนกลับ เธอก้าวเท้าไปข้างหนึ่ง—เข้าหาแผ่นศิลาจารึก "รินรดา!" เสียงคำรามของมือปืนดังขึ้นพร้อมกับแรงกดที่ขมับที่หนักหน่วงจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ แต่เธอกลับไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบศิลา ร่างเพรียวบางในชุดสนามกลับหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่มือปืนจะคาดคิด มือซ้ายของเธอปัดเข้าที่ข้อมือของมือปืนสุดแรง จนกระสุนนัดแรกพุ่งทะลุเพดานหิน เกิดประกายไฟวับวับและเศษหินร่วงกราวลงมา ในเสี้ยววินาทีแห่งความชุลมุนนั้น รินรดารู้ว่าเธอไม่มีเวลาต่อสู้ เธอย่อตัวลงคว้าชิ้นส่วนศิลาชิ้นเล็กที่แตกหักออกมาจากฐาน ซึ่งมีข้อมูลสำคัญที่สุดซ่อนอยู่ แล้วพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของคินน์ให้ลุกขึ้นตามแรงเหวี่ยง "คุณบ้าไปแล้วหรือ..." คินน์กระซิบข้างหูเธอขณะที่ถูกดึงถอยหลังเข้าไปในช่องทางลับมืดทึบด้านหลังชั้นวางวัตถุ "ใช่ครับ ผมบ้าเหมือนพ่อผมนั่นแหละ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ตาคมกริบมองตรงไปยังความมืดเบื้องหน้า ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมือปืนกำลังไล่ตามหลังมาติดๆ และในวินาทีที่ประตูกลกำลังจะปิดทับลงเพื่อตัดขาดเส้นทางหนี แสงไฟจากไฟฉายของมือปืนก็สาดส่องกระทบเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นตรงหน้าพวกเขา—มันคือแหวนทองคำโบราณสลักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล... ตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ติดอยู่บนปกเสื้อของผู้อำนวยการสถาบันวิจัยผู้เป็นเจ้านายของเธอเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของประวัติศาสตร์ในตอนนี้ด้วยกันนะครับ "บันทึกนักโบราณคดี"
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%