รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 25

เครื่องสังเวยความโลภ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
เสียงโลหะหนักกระแทกเข้ากับบานประตูศิลาโบราณดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะเทือนนั้นส่งผ่านพื้นหินทรายพุ่งตรงมายังฝ่าเท้าของ ดร.รินรดา จนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวของโครงสร้างใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล มันไม่ใช่เสียงของการเคาะประตูเพื่อขออนุญาต แต่เป็นเสียงของการทำลายล้างที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ "พวกมันมาเร็วกว่าที่ฉันประเมินไว้สามสิบนาที..." รินรดาพึมพำกับตัวเอง แววตาหลังกรอบแว่นสายตาคมกริบ กวาดมองไปรอบห้องโถงโบราณคดีใต้ดินที่เต็มไปด้วยโบราณวัตถุล้ำค่า อะดรีนาลีนในร่างกายหลั่ง พล่าน ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด เธอยกปืนพกสั้นขึ้นมาปลดเซฟ เสียงเหล็กกระทบกันเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนพิงเสาสลักรูปอัปสรด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังชมงานนิทรรศการศิลปะในยามบ่าย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนต้นแขนตัวเองเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่เขากำลังสนุกสนานไปกับมัน "ความโลภมักไม่เคยรู้จักคำว่ารอคอยหรอกครับ ดร.รินรดา" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย้ยหยันจางๆ "โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่อยู่หลังประตูบานที่สาม คือสมบัติที่สามารถซื้อประเทศได้ทั้งประเทศ... คุณคิดจริงๆ หรือครับว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะอดทนรอให้เราทำการศึกษาทางโบราณคดีจนเสร็จสิ้นกระบวนการทางวิชาการ?" "คุณรู้อยู่แล้ว" รินรดาหันขวับมามองเขา ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของชายหนุ่ม "คุณรู้ว่าพวกมันจะตามมาถึงที่นี่... คินน์ คุณเป็นคนส่งพิกัดให้พวกมันใช่ไหม?" คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบก่อนจะเลือนหายไป "คำกล่าวหาที่รุนแรงมากครับ และไร้ซึ่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง... ผมก็เป็นแค่นักวิชาการที่ติดอยู่ในสถานการณ์คับขันไม่ต่างจากคุณ จำไม่ได้หรือครับ?" *โครม!* เสียงบานประตูศิลาชั้นที่สองถูกแรงระเบิดอัดกระแทกจนฝุ่นผงคละคลุ้ง เศษหินโบราณร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับเม็ดฝน แรงดันอากาศที่เปลี่ยนไปกะทันหันทำให้แก้วหูอื้ออึง กลิ่นดินปืนและสนิมเหล็กเริ่มโชยปะปนกับกลิ่นอับชื้นของซากโบราณสถาน เวลาล่วงเลยไปนับสัปดาห์ที่พวกเขาขุดค้น ข้อมูลและศิลาจารึกที่รินรดากับคินน์เพิ่งถอดรหัสได้เมื่อไม่กี่นารีก่อน กำลังบอกเล่าความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับอารยธรรมที่สาบสูญ แต่วันนี้ ประวัติศาสตร์หน้าสำคัญนี้กำลังจะถูกแปดเปื้อนด้วยคราบเลือดและความโลภของกลุ่มคนที่ไม่แยแสต่อคุณค่าทางมรดกโลก "เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว" รินรดากัดริมฝันแน่น ความโกรธแค้นผสมผสานกับความสิ้นหวังตีรวนอยู่ในอก ปมในอดีตที่พ่อของเธอต้องสังเวยชีวิตให้กับความโลภของการลักลอบขุดโบราณวัตถุผุดขึ้นมาในหัวราวกับฉากภาพยนตร์ซ้ำๆ เธอยืนหยัดมาตลอดชีวิตเพื่อปกป้องประวัติศาสตร์ไม่ให้ถูกทำลาย แต่วันนี้ ประวัติศาสตร์กำลังจะถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา "แล้วทางเลือกของคุณล่ะครับ?" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวและลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอในระยะกระชั้นชิด เสียงกระซิบของเขานิ่งเรียบแต่ทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "จะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องเศษหินที่ไม่มีความรู้สึก หรือจะยอมรับความจริงแล้วรอดไปกับผม?" รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกลุ่มคนที่กำลังพังประตูเข้ามา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดและอำนาจครอบงำบางอย่างจากชายตรงหน้า มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ เธอรู้ดีว่าหากเลือกทางแรก ความตายคือบทสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเลือกทางที่สอง ศักดิ์ศรีและอุดมการณ์ทั้งหมดที่เธอถือมั่นจะพังทลายลงไม่มีชิ้นดี *เปรี้ยง!* เสียงกระสุนปืนนัดแรกทะลุผ่านบานประตูไม้เก่าแก่ที่กั้นห้องสุดท้ายเอาไว้ กระสุนเจาะเข้าฝังลึกในเสาหินห่างจากหัวของคินน์ไปไม่ถึงคืบ เศษหินกระจายใส่ใบหน้าของทั้งคู่ สถานการณ์ขาดผึ่งลงทันที คินน์ไม่รอช้า มือแข็งแรงคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น แรงดึงของเขากระชากให้เธอพุ่งตามเข้าไปหลบหลังแนวแท่นหินบูชาโบราณที่หนาพอจะกันกระสุนได้ "ปล่อยนะ!" รินรดาพยายามสะบัดข้อมือออก แต่แรงของเขามีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่อย่างไร้ค่า ก็หุบปากแล้วฟังผม!" คินน์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกราบกรานเต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "พวกมันไม่ใช่แค่นักล่าสมบัติธรรมดา แต่เป็นหน่วยรบรับจ้างที่ถูกส่งมาเพื่อปิดปากเราทั้งคู่... รินรดา แผนที่ในหัวของคุณคือสิ่งเดียวที่พวกมันต้องการ แต่ความลับในห้องนิรภัยข้างหลังต่างหาก คือสิ่งที่เราต้องทำลายทิ้งก่อนที่พวกมันจะเหยียบเข้ามาถึงตัวเรา" รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองประตูห้องนิรภัยด้านหลังที่ยังปิดสนิท รอยจารึกบนบานประตูส่องแสงเรืองรองจางๆ ยามต้องแสงไฟฉาย มันคือรอยจารึกที่ซ่อนกลไกทำลายล้างตัวเองที่บรรพบุรุษโบราณออกแบบไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สมบัติ rơiถึงมือคนชั่ว เธอก้มมองปืนในมือสลับกับกุญแจกลไกศิลาในกระเป๋าเสื้อ สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเป็นภาษาต่างประเทศที่ดังใกล้เข้ามาทุกที เท้าของกลุ่มคนร้ายเหยียบบนพื้นหินศิลา เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนถึงหน้าห้องโถงใหญ่ ประตูไม้บานสุดท้ายกำลังจะพังลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า คินน์ดึงตัวเธอให้แนบชิดกับผนังหินเย็นเฉียบ ปลายกระบอกปืนของเขาถูกยกขึ้นเตรียมพร้อม สายตาสองคู่ประสานกันในความมืดที่เต็มไปด้วยควันฝุ่น รินรดาชั่งน้ำหนักระหว่างอุดมการณ์ที่เธอรักกับลมหายใจที่เหลืออยู่ ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่บานประตูสุดท้ายจะระเบิดออกเป็นจุล สายตาของเธอก็ดำดิ่งไปเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังปกเสื้อแจ็คเก็ตของคินน์ที่หลุดรุ่ยออก—รอยสักรูปสัญลักษณ์โบราณที่เธอจำได้แม่นยำจากบันทึกคดีลักลอบค้าโบราณวัตถุเมื่อห้าปีก่อน... รอยสักเดียวกับของหัวหน้าองค์กรเถื่อนที่พรากชีวิตพ่อของเธอไป หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความจริงอันหนเหน็บกระแทกเข้ากลางหน้าอกอย่างจัง คินน์ไม่ใช่ที่ปรึกษาลึกลับ... เขาคือคนคนนั้น "คุณ..." รินรดาอ้าปากจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาด้วยความช็อกสุดขีด แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากริมฝาก ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบอีกกระบอกหนึ่งก็ถูกกดเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเธออย่างนุ่มนวล พร้อมกับเสียงกระซิบกระชากวิญญาณที่ดังขึ้นจากด้านหลัง—ไม่ใช่จากคินน์ แต่มาจากเงาดำที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องนิรภัยที่ควรจะปิดตาย "เกมจบแล้วครับ ด็อกเตอร์... ขอบคุณที่นำทางพวกเรามาถึงขุมทรัพย์นี้นะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ร่วมกันครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%