รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 24

ประตูบานที่สาม

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
"ศาสตราจารย์ครับ อย่าขยับไปมากกว่านั้น ความหนาแน่นของชั้นดินตรงนี้ผิดปกติ หากโครงสร้างหลักรองรับน้ำหนักไม่ได้ เราทั้งคู่จะถูกฝังอยู่ใต้ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีใครบันทึกไว้" เสียงของดร. รินรดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด เธอหยุดมือที่ถือเครื่องสแกนอัลตราซาวด์ภาคสนามไว้กลางอากาศ แสงไฟจากเฮดแลมป์ของเธอจับจ้องไปที่รอยแยกของผนังหินทรายที่สลักลวดลายงูไร้หัว คินน์ชะงักฝีเท้า เขาไม่ได้ถอยหลังกลับตามคำเตือน แต่กลับโน้มตัวลงต่ำ มือที่สวมถุงมือหนังเนื้อละเอียดลูบไล้ไปตามเนื้อหินอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบประโลมคนรักที่กำลังโกรธเคือง "คุณมักจะมองหาความเสี่ยงในโครงสร้างวิศวกรรมเสมอเลยนะรินรดา แต่คุณลืมมองไปว่า ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราเข้าใจ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ 'คัดกรอง' คนที่จะเข้ามาหามันต่างหาก" เขายืดตัวขึ้น ปัดฝุ่นที่เกาะตามแขนเสื้อเชิ้ตสีซีดออกเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาเธอ แววตาของคินน์ภายใต้แสงสลัวดูเย็นเยียบและลุ่มลึกเกินกว่าที่ใครจะหยั่งถึง "ถ้าประตูบานที่สามคือคำตอบของความตายของพ่อคุณ คุณยังจะกลัวความเสี่ยงอยู่อีกหรือ" รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอเกลียดวิธีการที่เขานำ 'ปม' ของเธอมาเป็นเครื่องมือต่อรอง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคำพูดของเขามีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เธอสั่นคลอน "ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" คินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นไอจางๆ ของหนังสือเก่าและดินปืนที่ติดตัวเขามาเสมอ "ผมแค่จะบอกว่า บางครั้งเราต้องกล้าที่จะเปิดประตูบานที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะเบื้องหลังความกลัวนั้นแหละ คือความจริงที่ถูกฝังกลบไว้" เขาหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าข้าง ไม่ใช่เพื่อขุด แต่เพื่อใช้คมมีดเขี่ยร่องที่ดูเหมือนลวดลายดอกบัวให้เลื่อนออกไปทางด้านข้าง แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ส่งผ่านไปถึงฝ่าเท้าของรินรดา ผนังหินทรายที่เธอคิดว่าเป็นผนังตันค่อยๆ เลื่อนตัวออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่ดูดกลืนแสงไฟจนหมดสิ้น "เห็นไหมล่ะ" คินน์กระซิบ "ความตายของพ่อคุณไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องของคนที่ค้นพบว่า... โลกนี้ยังมีสิ่งที่วิทยาศาสตร์ของคุณอธิบายไม่ได้อีกมาก" อากาศเย็นเยียบพุ่งสวนออกมาจากภายในโพรง มันมีกลิ่นอับของกาลเวลาและกลิ่นเหล็กสนิม รินรดาบีบไฟฉายในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเดินนำเข้าไปก่อนโดยไม่เปิดโอกาสให้คินน์ได้ชิงจังหวะ แสงไฟฉายกวาดไปกระทบกับวัตถุใจกลางห้องลับ มันไม่ใช่ทองคำ ไม่ใช่อัญมณี แต่เป็น 'แท่นวางสัมฤทธิ์' ที่มีแผ่นจารึกวางอยู่เพียงชิ้นเดียว "นั่นมัน..." เสียงของรินรดาสั่นพร่า เธอทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าจารึกนั้น ลายลักษณ์อักษรบนหินนั้นไม่ใช่ภาษาโบราณที่เธอคุ้นเคย แต่มันมีลักษณะเหมือนแผนที่ดวงดาวที่ถูกบิดเบี้ยวด้วยสมการคณิตศาสตร์ขั้นสูง "มันคือรอยจารึกที่ลบไม่ออกจริงๆ ด้วย" คินน์เดินตามเข้ามา เขาวางมือลงบนไหล่ของเธอเบาๆ ราวกับจะเตือนสติ "แต่น่าเสียดายนะรินรดา ที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณ... มันไม่ใช่หลักฐานทางโบราณคดีอย่างที่คุณหวังไว้" รินรดาหันขวับมามองเขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นคินน์หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือชิ้นส่วนของหินจารึกอีกชิ้นที่มีรอยแตกพอดีกับช่องว่างที่หายไปบนแท่นวางนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ "คุณ... คุณมีมันมาตลอด?" คินน์ไม่ได้ตอบ แต่เขากลับยิ้ม มุมปากของเขาโค้งขึ้นในเชิงเยาะหยัน "พ่อของคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกรินรดา เขาสูญหายไปเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ถอดรหัสชิ้นส่วนนี้ได้ก่อนจะถูกคนบางกลุ่มตามล่า... และดูเหมือนว่าตอนนี้ ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเดิมเสียด้วยสิ" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนมาจากทางเข้าหลักที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา เสียงปลดล็อกเซฟตี้ของปืนพกดังแทรกความเงียบขึ้นมา รินรดาหันไปมองหน้าคินน์ด้วยความตระหนก แต่สิ่งที่เธอเห็นในแววตาของเขากลับไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม คินน์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขานิ่งเรียบแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก "เลือกระหว่างการเป็นคนตายที่มีเกียรติในประวัติศาสตร์ หรือจะเป็นผู้รอดชีวิตที่กุมความลับของโลกไว้... ตัดสินใจให้ดีนะครับรินรดา เพราะพวกเขากำลังมาถึงหน้าประตูบานที่สามแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานและซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ บันทึกนักโบราณคดีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปริศนานี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกันครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%