รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 6

ห้องนิรภัยที่ไม่ควรเปิด

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
เหล็กกล้าหนาหกนิ้วของประตูห้องนิรภัยไม่ได้ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดอย่างที่ควรจะเป็น มันถูกออกแบบทางวิศวกรรมมาอย่างประณีตไร้ที่ติ จนแม้แต่บานพับไฮดรอลิกน้ำหนักหลายตันก็ยังเคลื่อนไหวอย่างไร้สุ้มเสียงในความเงียบงดงามของชั้นใต้ดินโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและสนิมเหล็กผสมผสานกันในอากาศ เย็นเยียบจนสัมผัสได้ถึงปลายประสาท ดร.รินรดาชักมือกลับทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับขอบประตูเหล็กเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบกวาดมองผ่านช่องว่างที่ค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นทีละน้อย แสงไฟฉายคาดศีรษะของเธอสาดส่องตัดความมืดมิดภายในห้องนิรภัย เผยให้เห็นชั้นวางวัตถุโบราณเรียงรายเป็นระเบียบ ทว่าไม่มีป้ายทะเบียนพิพิธภัณฑ์ชิ้นใดปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว "คุณรู้ไหมว่าเรากำลังทำอะไรอยู่, ศาสตราจารย์" เสียงของรินรดาราบเรียบและเยือกเย็น ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสกดดันที่คมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด "นี่ไม่ใช่การสำรวจภาคสนามเพื่อการศึกษา... นี่คือการบุกรุกพื้นที่หวงห้ามระดับความมั่นคงสูงสุด และถ้าเราถูกจับได้ ใบประกอบวิชาชีพนักโบราณคดีของคุณกับผมคงปลิวหายไปในอากาศก่อนที่หมึกบนใบเพิกถอนจะแห้งเสียอีก" คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเจือความเย้ยหยันจางๆ เขาไม่ได้สวมถุงมือแบบที่เธอทำ แต่ปล่อยให้มือเปลือยเปล่าล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทกันหนาว ขณะก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลังเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างโปร่งระหงในความสลัว "ใบประกอบวิชาชีพเหรอครับ, รินรดา" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความท้าทายทางความคิด "กระดาษแผ่นเดียวที่รัฐบาลออกให้ เพื่อแลกกับการจำกัดขอบเขตความจริงทางประวัติศาสตร์... คุณยึดติดกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตั้งแต่วันที่พ่อของคุณเสียชีวิตในหลุมขุดค้นที่ถูกสั่งปิดตาย หรือตั้งแต่ที่คุณเลือกปิดตาข้างหนึ่งเพื่อความก้าวหน้าในสถาบันวิชาการกันแน่" รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกร็งแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปมในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้ด้วยตรรกะและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ถูกสะกิดขึ้นมาอย่างแม่นยำด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทของชายวัยกลางคนผู้นี้ เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเท้าล่วงล้ำข้ามธรณีประตูห้องนิรภัยเข้าไปโดยไม่ตอบโต้ ภายในห้องนี้ อากาศดูเหมือนจะนิ่งสนิทราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ผนังห้องบุด้วยแผ่นตะกั่วหนาเพื่อป้องกันรังสีและการตรวจสอบทางกายภาพ ชั้นเหล็กกล้าไร้สนิมวางเรียงรายแน่นขนัด เต็มไปด้วยภาชนะดินเผา ศิลาจารึกขนาดเล็ก และวัตถุโลหะแปลกประหลาดที่ไม่อาจจัดประเภทได้ตามตำราโบราณคดีกระแสหลัก รินรดายกไฟฉายขึ้นส่องสำรวจวัตถุชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนแท่นตรงกลางห้อง มันคือรูปสลักหินแกรนิตสีดำสนิท รูปทรงบิดเบี้ยวคล้ายมนุษย์ผสมผสานกับสัตว์เลื้อยคลาน พื้นผิวขัดมันวาวสะท้อนลำแสงสีขาวจากไฟฉายของเธอเป็นประกายประหลาด รอยจารึกบนตัวรูปสลักไม่ใช่ภาษาสุเมเรียนหรืออียิปต์โบราณที่เธอคุ้นเคย มันคืออักขระทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของยุคสำริด "มันไม่ใช่โบราณวัตถุในระบบการค้าขายโบราณวัตถุเถื่อนทั่วไป" รินรดาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาส่อแวววิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ขณะก้าวเข้าไปใกล้แท่นวาง ยื่นมือออกไปเกือบจะสัมผัสพื้นผิวของหินแกรนิตนั้น "รูปแบบการสลักแบบนี้... ความหนาแน่นของเนื้อหิน... มันถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเกินกว่ายุคสมัยที่ควรจะเป็นอย่างน้อยห้าพันปี" "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องอยู่ที่นี่ครับ" คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย "กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการค้าวัตถุเหล่านี้ไม่ได้สนใจมูลค่าทางศิลปะ พวกเขากำลังตามหา 'รอยจารึก' ที่หลงเหลืออยู่จากอารยธรรมที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างจงใจ... อารยธรรมที่รู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับจุดจบของมนุษยชาติ" รินรดาหันขวับมามองเขา ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของคินน์ที่ซ่อนความลับมากมายเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับไว้ไหว "คุณรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม... คินน์ คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของโครงการ แต่คุณเป็นคนชักใยเรื่องทั้งหมดนี้แต่แรก เพื่อพาตัวเองมายังห้องนิรภัยนี้โดยมีผมเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรม" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของคินน์ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่กลับเยือกเย็นและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน "คุณฉลาดเกินไป, รินรดา... และนั่นคือข้อเสียที่อันตรายที่สุดของคุณในวงการนี้" ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้ด้วยวาจาหรืออาวุธป้องกันตัวใดๆ เสียงโลหะกระทบกันอย่างแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากทางเดินมืดนอกห้องนิรภัย เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบเข้ามาอย่างมั่นคงและเชื่องช้า มากกว่าหนึ่งคน และพวกเขากำลังปิดตายทางออกเดียวที่เรามี ระบบล็อคอัตโนมัติที่ควรจะเปิดค้างไว้ กลับส่งเสียงหึ่งต่ำๆ ของกระแสไฟฟ้าแรงสูง บานประตูเหล็กหนาหกนิ้วเริ่มเคลื่อนตัวกลับเข้าหากันอย่างช้าๆ ท่ามกลางประกายไฟที่แลบแปล๊บตามร่องวงกบ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่าพวกเธอกำลังถูกขัง คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่งมองบานประตูที่ค่อยๆ ปิดลง พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ระบายอยู่บนใบหน้า ในขณะที่แสงไฟฉายจากภายนอกสาดส่องลอดเข้ามาผ่านช่องแคบที่เหลืออยู่เพียงคืบเดียว เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนรออยู่หลังประตูกระจกนิรภัยชั้นนอก... เงาร่างที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนของหน่วยงานรัฐที่ควรจะอยู่ที่อื่นในเวลานี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%