รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 11

เกมไล่ล่ากลางกรุง

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
เสียงเบรกของยางรถยนต์ที่บดเบียดกับพื้นยางมะตอยดังสนั่นก้องกังวานในความเงียบสงัดของตรอกแคบย่านเมืองเก่า แรงเหวี่ยงจากการหักพวงมาลัยกะทันหันทำให้เอกสารโบราณคดีและชิ้นส่วนดินเผาที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับกระจัดกระจาย ไอร้อนจากเครื่องยนต์ยังคงพ่นไอระอุแข่งกับความเย็นเยียบของเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมของดร.รินรดา "นั่งนิ่งๆ" เสียงทุ้มต่ำของคินน์ลอดผ่านความชุลมุน ศาสตราจารย์หนุ่มผู้มีรอยยิ้มปริศนาประดับมุมปากเสมอในยามปกติ บัดนี้สันกรามของเขากลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบกวาดมองกระจกมองหลังอย่างรวดเร็ว รถยนต์ซีดานสีดำสนิทสองคันที่สะกดรอยตามพวกเขามาจากหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติยังคงเกาะติดราวกับเงาตามตัว ไม่มีการเปิดไฟสูง ไม่มีการส่งสัญญาณเตือน มีเพียงความเงียบงันที่คุกคามและเจตนาฆ่าที่ซ่อนอยู่หลังกระจกกันกระสุน รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางที่เคยถือพู่กันปัดฝุ่นโบราณวัตถุอย่างทะนุถนอม บัดนี้กำลังกำสายเบรกมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สมองอันปราดเปรื่องของเธอกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง หลักฐานแผ่นศิลาจารึกที่พวกเขาเพิ่งขุดพบเมื่อสามวันก่อน ไม่ได้เป็นเพียงแค่บันทึกทางประวัติศาสตร์ธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงเครือข่ายฟอกเงินระดับชาติผ่านการค้าโบราณวัตถุข้ามชาติ ซึ่งมีชื่อของบุคคลระดับสูงในรัฐบาลเข้าไปพ้องพ่วง "พวกเขาต้องการแค่ศิลา หรือต้องการปิดปากเราด้วยครับ ศาสตราจารย์" รินรดาถามขึ้น เสียงของเธอเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิด คินน์เหลือบมองเธอน้อยหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความกลัว "คุณคิดว่าคนพวกนั้นจะยอมปล่อยให้พยานที่รู้มากที่สุด เดินออกจากหลุมศพทางประวัติศาสตร์ไปได้อย่างนั้นหรือครับ รินรดา? ของโบราณน่ะมันตายซากไปแล้ว แต่ความจริงต่างหากที่ยังมีชีวิต... และความจริงมักมีราคาแพงเสมอ" เอี๊ยด! รถยนต์คันหน้าตัดหน้าเข้าปิดกั้นทางออกของตรอกตันอย่างรวดเร็ว แรงกระแทกจากการหยุดรถทำให้คินน์และรินรดาพุ่งไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย กลิ่นไหม้ของยางและควันจางๆ ลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องโดยสาร ประตูรถทั้งสี่บานของรถสีดำด้านนอกเปิดออกพร้อมกัน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสวมแว่นตากันแดด ก้าวลงมาพร้อมกับอาวุธปืนที่เก็บเสียงอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศภายนอกเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ค่อยๆ 
ย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกที "หยิบกระเป๋าเอกสารสีน้ำตาลที่พื้น... แล้วออกทางประตูฝั่งคุณ" คินน์สั่งการอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความลังเล ราวกับผ่านสถานการณ์เฉียดตายเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน "แล้วคุณล่ะ?" รินรดาชะงัก ดวงตาคู่สวยมองสบกับเขา เธอเห็นประกายบางอย่างในแววตาของชายข้างกาย—ประกายที่เธอไม่เคยอ่านออกเลยตลอดเวลาที่ร่วมงานกัน "ผมมีวิธีต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ครับ" คินน์ควักวัตถุโลหะสีดำเย็นเฉียบออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ มันคือปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "ไปก่อนที่พวกมันจะปิดล้อมเสร็จ ความรู้ที่คุณถืออยู่สำคัญกว่าลมหายใจของผม... จำคำพูดของพ่อคุณไว้สิครับ รินรดา" ชื่อของ "พ่อ" กระแทกเข้ากลางใจของนักโบราณคดีสาวราวกับถูกตบหน้า ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียบิดาในแหล่งโบราณคดีที่ถูกจัดฉากว่าอุบัติเหตุพรั่งพรูขึ้นมาในสมอง รินรดากำหมัดแน่น ความลังเลหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ เธอผลักประตูฝั่งผู้โดยสารออกไปอย่างเงียบเชียบ ร่างเพรียวระหงส์หายเข้าไปในเงาอับของตึกเก่าริมถนนโดยไม่หันกลับมามอง ในความมืดมิดของตรอกซอกซอย กลิ่นอับชื้นของขยะและเศษปูนผสมผสานกับกลิ่นฝนที่กำลังจะตก รินรดาก้าวเท้าอย่างรวดเร็วแต่เงียบกริบ เสียงฝีเท้าของเธอกลืนไปกับเสียงหยดน้ำที่ไหลจากชายคา ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด เธอกำกระเป๋าเอกสารในมือแน่น เอกสารแผ่นนั้นคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเธอและกลุ่มอิทธิพลมืดนี้ลงมาได้ ทันใดนั้น มืออันแข็งกระด้างราวกับคีมเหล็กก็เอื้อมมาจากความมืด คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วกระชากเข้าไปในซอกตึกแคบๆ ทันที รินรดากลั้นหายใจ เตรียมงัดทักษะการป้องกันตัวที่ร่ำเรียนมาเพื่อสวนกลับ แต่เสียงกระซิบที่คุ้นเคยข้างหูทำให้เธอต้องชะงัก "จุ1ส์... เงียบไว้ครับ ถ้าไม่อยากตาย" ร่างสูงใหญ่ที่ดึงเธอเข้ามาซ่อนตัวคือรariการของใครบางคน... ไม่ใช่คินน์ และไม่ใช่กลุ่มชายชุดดำ แต่เป็นผู้ชายอีกคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ จุดเกิดเหตุนี้ ดวงตาภายใต้เงาสลัวของแสงไฟถนนสะท้อนรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างแก้ม—สารวัตรภูมิ ผู้กำกับคดีพิเศษที่พยายามเตือนเธอมาตลอดว่าอย่าเข้าใกล้คินน์ "คุณ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" รินรดาถามด้วยเสียงกระซิบอันสั่นเทา พยายามดึงแขนตัวเองกลับ สารวัตรภูมิไม่ตอบ เขาใช้มืออีกข้างแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้าม พร้อมกับชี้ไปยังปากตรอกที่พวกเขาเพิ่งวิ่งผ่านมา เงาร่างสองเงาของชายชุดดำกำลังเดินตรวจตราผ่านมาทางนี้ เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ภูมิโน้มใบหน้ากระซิบชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลับและข้อเสนอที่เธอปฏิเสธไม่ได้ "เพราะผมรู้ว่าศาสตราจารย์ที่คุณเชื่อใจนักหนา... ไม่ได้เป็นคนพาคุณหนีจากพวกมันหรอกครับ... แต่เขาต่างหากที่เป็นคน 'ขาย' พิกัดของคุณให้พวกมันตั้งแต่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้ว" รินรดานิ่งงัง ร่างกายเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น แล้วเสียงฝีเท้าของชายชุดดำก็หยุดลงตรงหน้าปากซอกตึก... พร้อมกับเสียงลำกล้องปืนที่ถูกขึ้นลำอย่างชัดเจนในความเงียบ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%