เสียงคลิกของเมาส์ไร้สายดังขึ้นในความเงียบงั้นของห้องทำงานใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกระดาษโบราณและละอองฝุ่นที่ลอยวนอยู่ใต้ลำแสงสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ดร.รินรดานั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องเก่าของบิดา ดวงตาคู่คมจ้องมองแถบช่องใส่รหัสผ่านสีดำสนิทบนหน้าจอที่กะพริบช้าๆ ราวกับกำลังเยาะเย้ยความพยายามตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมาของเธอ
นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ ความกดอากาศภายในห้องราวกับลดต่ำลงจนรู้สึกได้ถึง
เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางฮัมเบาๆ กลายเป็นเพียงเสียงประกอบฉากหลัง ขณะที่หัวใจของเต้นระส่ำเป็นจังหวะด้วยความตื่นตระหนกและคาดหวัง
นี่ไม่ใช่แค่การถอดรหัสไฟล์ดิจิทัลธรรมดา แต่มันคือการเปิดประตูห้องลับที่บิดาผู้ล่วงลับพยายามปิดตายเอาไว้ด้วยชีวิต เมื่อสามปีก่อน บิดาของเธอ ดร.อนันต์ นักโบราณคดีชื่อดัง ถูกพบเป็นศพปริศนาท่ามกลางซากปรักหักพังของเทวสถานโบราณ พร้อมกับข้อครหาเรื่องการลักลอบค้าโบราณวัตถุ
รินรดายึดมั่นในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิต เธอย่อมไม่เชื่อคำกล่าวหาลอยๆ เหล่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า บิดาผู้เป็นไอดอลทางวิชาชีพของเธอ อาจจะมีด้านมืดที่เธอไม่เคยล่วงรู้
"คุณกำลังพยายามเปิดประตูที่ต่อให้พังเข้ามาได้ ก็อาจจะไม่มีวันรับไหวกับสิ่งที่จะเจอข้างใน... ดร.รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นหนังสือ คินน์ยืนกอดอกพิงผนัง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกกลืนหายไปในเงาสลัว รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาเดาอารมณ์ไม่ได้เช่นเคย ชายผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาลึกลับคนนี้ มักจะปรากฏตัวในเวลาและสถานที่ที่เธอไม่เคยคาดคิดเสมอ
รินรดาไม่หันไปมอง เขา เธอปรายตาไปยังเงาสลัวนั้นผ่านภาพสะท้อนบนหน้าจอมอนิเตอร์ น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเจือด้วยความระแวงอย่างไม่ปิดบัง
"ถ้ากลัวว่าฉันจะเจอหลักฐานที่สาวไปถึงตัวคุณ... คุณก็ควรจะใช้ปืนยิงฉันทิ้งตั้งแต่ตอนที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้แล้วครับ... ศาสตราจารย์คินน์"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่แฝงความเยียบเย็น เขาเดินช้าๆ ออกมาสู่แสงไฟ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงการเดินทางไกล เขาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของเก้าอี้ที่เธอนั่ง ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนรินรดาได้กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกับฝุ่นดิน
"ผมไม่ได้กลัวว่าคุณจะเจอหลักฐานสาวมาถึงผมหรอกครับรินรดา..." คินน์ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าโน้มเข้าไปใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับเส้นผม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังขึ้น "แต่ผมกลัวว่า... เมื่อคุณกดปุ่ม Enter ครั้งนี้แล้ว โลกทั้งใบที่คุณศรัทธา มันจะพังทลายลงมาจนไม่เหลือชิ้นดีต่างหาก"
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที ประโยคของคินน์สั่นคลอนจิตวิทยาของเธอได้อย่างแม่นยำ ราวกับเขารู้จักความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจของเธอดีเสียยิ่งกว่าตัวเธอเอง
แต่นักวิทยาศาสตร์ย่อมไม่ยอมจำนนต่อคำขู่ลอยๆ
"ความจริง... ต่อให้มันเจ็บปวดแค่ไหน ก็ยังมีค่าควรแก่การค้นหา ดีกว่าการใช้ชีวิตอยู่บนความหลอกลวงที่สร้างขึ้นมาจากคำโกหกครับ" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่แป้นพิมพ์
"ความจริงมีหลายเฉดสีนะ ดร.รินรดา..." คินน์กระซิบกระซาบแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "และบางครั้ง... สีดำสนิทก็ไม่ได้แปลว่าเป็นความชั่วร้าย แต่มมันคือความจำเป็นที่ถูกบังคับให้เลือกต่างหาก"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วชี้ของเธอวางลงบนปุ่มแป้นพิมพ์
รหัสผ่านชุดสุดท้ายที่เธอเพิ่งถอดได้จากบันทึกภาคสนามหน้าสุดท้ายของบิดา—พิกัดทางภูมิศาสตร์ของเทวสถานแห่งความตาย ที่ซึ่งบิดาเสียชีวิต—ถูกพิมพ์ลงไปอย่างแม่นยำ
*พึ่บ.*
หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบวูบหนึ่ง ข้อมูลในระบบที่เคยล็อกไว้ด้วยรหัสผ่านระดับสูง ปรากฏขึ้นเป็นแถวรายการไฟล์เอกสารนับร้อยไฟล์ และสิ่งแรกที่สะดุดตาเธอไม่ใช่รายงานการขุดค้นทางวิชาการ แต่มันคือ... วิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์สด ในวันที่บิดาของเธอกำลังจะเสียชีวิต
ไฟล์วิดีโอนั้นไม่ได้ถูกบันทึกโดยกล้องของทีมสำรวจ แต่เป็นกล้องวงจรปิดขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่บนปกเสื้อของใครบางคน
รินรดากลั้นหายใจ มือที่จับเมาส์สั่นเทาเล็กน้อย เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วดับเบิลคลิกเปิดไฟล์วิดีโอนั้นทันที
ภาพบนจอขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นร่างของบิดาเธอกำลังยืนเผชิญหน้ากับบุคคลปริศนาในเงื้อมเงาของเสาหินโบราณ เสียงลมพัดหวีดหวิวและเสียงหอบหายใจดังทะลักลำโพงออกมา บิดาของเธอหันมามองตรงมายังเลนส์กล้อง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นกลัวอย่างสุดขีด ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับเอ่ยชื่อของบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ชื่อที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงฉับพลัน
"คุณ... เป็นไปไม่ได้..." รินรดาพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด
ในวินาทีนั้นเอง มือหนาของคินน์ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เอื้อมมาปิดฝาแล็ปท็อปพับลงอย่างรวดเร็ว เสียงกระแทกปิดดังสนิทท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง
"ผมบอกคุณแล้ว... ว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะรับฟังมัน" เสียงของคินน์เปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและจริงจังอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังขึ้นจากทางเดินนอกห้องใต้ดิน และหยุดลงที่หน้าประตูกระจกบานทึบ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 12
รหัสผ่านที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!