เสียงปิดประตูกระจกห้องซ้อมบาสเกตบอลดังขึ้น พร้อมกับบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความเดือดพล่านบนคอร์ท ให้กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา
วินเซนต์ยืนกำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องมองร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทเนี๊ยบที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่หน้าห้องอย่างระแวดระวัง กลิ่นอายความเป็นอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้มาเยือนคนนั้น ชัดเจนเสียจนเสียงหอบหายใจของเขาเองยังฟังดูดังเกินไป
“ไม่คิดว่ากัปตันทีมบาสตัวท็อป จะมีมุมที่ดูเปราะบางเวลาไม่มีลูกบาสอยู่ในมือนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันนิดๆ ดังขึ้นจากชายหนุ่มผู้มาเยือน ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์แต่น่าขนลุก ดวงตาคู่คมกวาดมองวินเซนต์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แสดงถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างไม่ปิดบัง
วินเซนต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยอย่างอันตราย “ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ หรืออยากมาหาเรื่องเจ็บตัวถึงถิ่นผม ขอบอกว่าคุณมาผิดที่แล้ว... รุ่นพี่กวิน”
รอยยิ้มบนใบหน้าของกวินกว้างขึ้นอีกนิด เขายืดตัวตรงแล้วก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิดโดยไม่เกรงกลัวรัศมีน่ากลัวของกัปตันทีมบาสเลยแม้แต่น้อย “ผมไม่ได้มาหาเรื่อง... ผมแค่มาทวงของที่ควรจะเป็นของผมคืนก็เท่านั้น และหวังว่าคุณคงจะฉลาดพอที่จะไม่เอาตัวเข้ามาเกะกะทางของผม... โดยเฉพาะกับเด็กคนนั้น”
สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องซ้อมอีกบานด้านในก็เปิดออกพร้อมกับร่างบางของรันอินที่เดินถือผ้าขนหนูและขวดน้ำออกมา ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีเรื่อจากการซ้อมหนัก แต่เมื่อเธอเห็นว่าใครยืนอยู่ข้างนอก รอยยิ้มสดใสก็พลันหายวับไปจากใบหน้าทันที
“กวิน! คุณมาทำอะไรที่นี่” รันอินเผลอหลุดปากเสียงดัง สีหน้าแววตาฉายชัดถึงความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
วินเซนต์หันขวับไปมองรันอินทันที ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เธอมีต่อผู้ชายคนนี้ ปมปัญหาและเรื่องราวเบื้องหลังที่เธอดำดิ่งอยู่ ค่อยๆ เผยชิ้นส่วนปริศนาออกมาทีละนิด และมันกำลังทำให้เส้นความอดทนของเขาขาดผึ่ง
“รันอิน... รู้จักกับมันงั้นเหรอ” น้ำเสียงของวินเซนต์ทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
กวินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกมือขึ้นทำท่าเชิงยอมแพ้ก่อนจะหันไปส่งยิ้มพิมพ์ใจให้รันอิน “ดูเหมือนว่าเด็กดื้อของผม จะไปซ่อนตัวอยู่ในที่ที่น่าสนใจจริงๆ สินะครับ... ไว้เราค่อยคุยกันนะ ตัวแสบ”
พูดจบ กวินก็เดินผ่านวินเซนต์ไปอย่างไม่สะทกสะทั่น ทิ้งให้ความเงียบงันและสายตาพิฆาตของกัปตันหนุ่มแผดเผาแผ่นหลังของเขาจนลับตา
ภายในห้องซ้อมเหลือเพียงความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก วินเซนต์หันกลับมาจ้องรันอินนิ่งๆ ดวงตาสีเข้มเต็มไปด้วยคำถามนับร้อยที่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้
รันอินหลบสายตา เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนกำลังชั่งใจ เธอวางสัมภาระลงบนม้านั่งยาวก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ “ฉัน... อธิบายตอนนี้ไม่ได้หรอก วินเซนต์”
“ไม่ได้ หรือไม่มีสิทธิ์จะอธิบาย” วินเซนต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นพอที่จะไม่ยอมให้เธอเดินหนี “เธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่รันอิน? แล้วไอ้บ้านั่นมันเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ”
“บอกแล้วไงว่าไม่ใช่เรื่องของนาย!” รันอินเงยหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววรั้นระคนหวาดหวั่นลึกๆ “เลิกยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันสักทีได้ไหม!”
วินเซนต์นิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเห็นประกายความหวาดกลัวที่ฉายวาบขึ้นในดวงตาคู่นั้น ความโกรธที่คุโชนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วงที่อัดแน่นจนจุกอก เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมคลายมือออกจากข้อมือเธอช้าๆ แต่ยังคงยืนขวางทางไม่ให้เธอขยับไปไหน
“ให้ตายเถอะ... เธอนี่มันดื้อด้านเป็นบ้าเลยรันอิน” วินเซนต์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมสั้นประบ่าของเธอเบาๆ อย่างหมั่นไส้ “หิวไหม... ยืนเถียงกับฉันเมื่อกี้ พลังงานคงหมดไปเยอะล่ะสิ”
รันอินกะพริบตาปริบๆ กับการเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันของคนตรงหน้า จากกัปตันหนุ่มมาดดุกลายร่างเป็นพวกปากแข็งใจอ่อนในเวลาไม่ถึงนาที “หะ... หิวอะไรเล่า นายเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉยเลยนะ!”
“ไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง ฉันแค่หิว... และบังเอิญว่าแถวนี้ไม่มีอะไรน่ากินเลยนอกจาก...” วินเซนต์เว้นจังหวะไว้แค่นั้น ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก “ซุปกะเพราฝีมือเด็กดื้อแถวนี้ ที่เคยสัญญาว่าจะทำให้อิ่มท้องหลังซ้อมเสร็จไง จำไม่ได้รึไงหึ”
รันอินหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอจำได้แม่นว่าเคยหลุดปากพูดท้าทายเขาไว้เรื่องฝีมือทำอาหาร แต่ไม่คิดว่าเขาจะเอามาหยิบยกใช้ในสถานการณ์แบบนี้ “ฉันพูดตอนไหนไม่ทราบ!”
“ตอนที่เธอยอมรับคำท้าดวลบาสครั้งก่อนไง ความจำสั้นรึไงยัยตัวแสบ” วินเซนต์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “ไป... คอนโดฉัน ซุปกะเพราฝีมือเธอต้องเสิร์ฟเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะถือว่าเธอเบี้ยวหนี้กัปตัน”
รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในลานจอดรถใต้คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง บรรยากาศภายในห้องพักโทนสีเทาดำเรียบหรูของวินเซนต์เงียบสงบ ต่างจากความวุ่นวายในหัวของทั้งสองคนเมื่อช่วงเย็นอย่างสิ้นเชิง
รันอินยืนถือตะหลิวอยู่ในครัวบิลท์อินด้วยความเก้ๆ กังๆ แม้เธอจะปากเก่งและมั่นใจในตัวเองแค่ไหน แต่การมายืนทำอาหารอยู่ในห้องของกัปตันหนุ่มตัวท็อปที่มีสายตาดุๆ คอยยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์มองอยู่ไม่ห่าง มันทำให้สมาธิของเธอกระเจิงไปหมด
“มองอะไรเล่า! ไปนั่งรอโน่นเลยไป ยืนเกะกะลูกตาชะมัด” รันอินหันไปแหวใส่ร่างสูงที่ใส่เพียงเสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มสบายๆ แต่กลับดูฮอตจนละสายตาไม่ได้
วินเซนต์เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ เดินเข้ามาใกล้จนรันอินต้องเผลอถอยหลังชนขอบเคาน์เตอร์ “ก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่า... เด็กดื้อแถวนี้ไม่ได้แอบใส่อะไรแปลกๆ ลงไปในอาหารให้ฉันกินเพื่อปิดปากเรื่องเมื่อเย็น”
“นี่! นายเห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย!” รันอินหันขวับมาค้อนขวับใหญ่ ใบหน้าเนียนแดงก่ำเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดป่าวกระทบผิวแก้มจนหัวใจเธอเต้นรัวผิดจังหวะ
“ไม่ได้มองว่าเป็นคนไม่ดี... แค่มองว่าเป็นคนที่ฉันกำลังสนใจเป็นพิเศษก็เท่านั้น”
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกระซิบชิดริมหูทำให้รันอินตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดจู่โจมอย่างไร้ความปรานีของคนเจ้าเล่ห์ วินเซนต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบคู่นั้นฉายชัดถึงความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากจัด
“ลองชิมดูสิ...” รันอินพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี ตักน้ำซุปกะเพราสีสันน่ากินขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วย่อตัวหลบสายตาคู่นั้นเล็กน้อยก่อนจะป้อนให้เขา “ถ้าไม่อร่อย ห้ามบ่นนะ!”
วินเซนต์ก้มลงรับช้อนนั้นเข้าปาก รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพราและพริกไทยอ่อนๆ กระจายไปทั่วปาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดนิ่งไม่ใช่รสชาติของอาหาร... หากแต่เป็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของรันอินในเสี้ยววินาทีนั้น
“อร่อยไหมล่ะ?” รันอินถามเสียงอุบอิบเมื่อเห็นเขานิ่งเงียบไป
วินเซนต์ไม่ตอบทันที มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเธอที่ถือช้อนอยู่เบื้องล่าง แล้วดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับลาดไหล่เล็ก สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริก
“อร่อย... แต่อาหารจานนี้คงจะอร่อยกว่านี้เป็นร้อยเท่า” วินเซนต์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม “ถ้าเด็กดื้อยอมบอกความจริงทั้งหมด... ว่าไอ้หมอกวินนั่น มันเป็นใคร และมันทำอะไรเธอ”
รอยยิ้มบนใบหน้ารันอินแข็งค้างทันที หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่ ดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มด้วยความตกใจ
ในจังหวะที่รันอินอ้าปากกำลังจะเอ่ยคำแก้ตัวเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้น ‘ติ๊งหนอง...’ ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้า
วินเซนต์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขาปล่อยมือจากรันอินช้าๆ แล้วหันไปมองหน้าจออินเตอร์คอมที่ติดอยู่ผนังห้อง
ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้อง ปรากฏร่างของชายหนุ่มคนเดิม... กวิน กำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าประตู พร้อมกับยกมือขึ้นเคาะซ้ำอีกครั้งอย่างใจเย็น
รันอินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้นผ่านจอ เธอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือเล็กเอื้อมไปคว้าชายเสื้อวินเซนต์ไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
วินเซนต์ก้มมองมือเล็กที่กำเสื้อเขาแน่น ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าจอด้วยแววตาอันตราย มุมปากหยักยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นอย่างเยือกเย็น
“ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ จะอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเราจนทนไม่ไหวสินะ...”
[สแลมดังก์สื่อรัก]
ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต•ตอนที่ 16
ซุปกะเพราฝีมือเด็กดื้อ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!