กลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กหมูร้อนๆ ลอยอวลตัดกับกลิ่นอายยาสีฟันมิ้นท์อ่อนๆ ในห้องพักย่านมหาวิทยาลัย ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้รันอินขมวดคิ้วมุ่นยิ่งกว่าพิษไข้บนหน้าผาก คือภาพของกัปตันทีมบาสเกตบอลหนุ่มฮอตดีกรีตัวท็อปมหาวิทยาลัย กำลังยืนงอะแงเงอะงะอยู่หน้าเตาไมโครเวฟด้วยสีหน้าจริงจังราวกับกำลังกู้ระเบิดเวลา
"ถ้าทำไข่ระเบิดคาถ้วย ฉันจะหักเงินเดือนนายในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวย้อนหลังสามเดือนนะวินเซนต์" รันอินเอ่ยเสียงแหบพร่า ร่างบางพยายามดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียง ความปวดร้าวเล่นงานไปทั่วร่างราวกับถูกรถบรรทุกทับ แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอไม่มีทางแสดงความอ่อนแอออกมาให้ผู้ชายคนนี้เห็นเด็ดขาด
วินเซนต์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง ก่อนจะหันขวับมามองด้วยสายตาที่ถ้าใครเห็นคงคิดว่าเขาพร้อมจะกินหัวเธอ แต่สำนวนปากจัดๆ ของเขากลับหายวับไปกับตา เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวและริมฝีปากที่แห้งผากของคนป่วย
"ตื่นมาก็ปากดีเลยนะยัยตัวแสบ" วินเซนต์บ่นอุบอบ เดินถือถ้วยกระเบื้องร้อนๆ เข้ามาใกล้ ปรับสีหน้าและท่าทีให้ดูนิ่งขรึมกลบเกลื่อนความกระวนกระวายในแววตา "นอนนิ่งๆ ไปเลย เธอไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ หมอบอกแล้วว่าพักผ่อนไม่พอแถมยังฝืนตากฝนลงไปสนามบาสอีก อยากลองดีกับยมทูตนักหรือไง"
"ฉันแค่อยากไปเคลียร์เรื่องงบ..."
"หุบปากแล้วอ้าปากกินซะ"
ถ้วยโจ๊กถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียง วินเซนต์ตักข้าวต้มเนื้อเนียนขึ้นมาเป่าเบาๆ ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมากระทบจén เขายื่นช้อนจ่อตรงหน้ารันอินด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ มือหนาที่เคยคว้าลูกบาสเกตบอลและฟาดฟันคู่แข่งมานับไม่ถ้วน ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเกร็ง กลัวว่าถ้าทำหกขึ้นมา แม่คุณตัวแสบคงได้หาเรื่องแขวะเขาไปอีกสามวันแปดวัน
รันอินกะพริบตาปริบๆ มองภาพผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าหยิ่งยโสและเย็นชาที่สุดในคณะบริหารธุรกิจ กำลังทำตัวเป็นพยาบาลจำเป็นด้วยความเก้ๆ กังๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนน่ากลัว ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เพราะความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากสายตาคู่นั้นต่างหาก
"ฉันกินเองได้น่า มือไม่ได้หักสักหน่อย" รันอินพยายามยื่นมือไปแย่งช้อน แต่โดนสายตาคมกริบของวินเซนต์ตวัดกลับมาดุๆ
"อย่าดื้อรันอิน... ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้วิธีป้อนแบบปากต่อปาก"
คำขู่หน้าตาเฉยทำเอารันอินสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะพิษความเจ้าเล่ห์ของพ่อหนุ่มนักบาสคนนี้กันแน่ เธอยอมอ้าปากรับโจ๊กคำแรกเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี ฝีมือการปรุงแบบสำเร็จรูปที่ผ่านการเติมความใส่ใจ (และอาจจะความเก้ๆ กังๆ) ของเขาทำเอาความขมปร่าในคอจางหายไปทีละน้อย
ความเงียบโรยตัวลงในห้องนอนกว้าง มีเพียงเสียงช้อนกระทบขอบถ้วยเบาๆ วินเซนต์คอยตักป้อนและเช็ดมุมปากให้เธออย่างเบามือที่สุด ท่าทางระมัดระวังราวกับเธอกระจกแก้วเจียระไนเปราะบาง ขัดกับภาพลักษณ์เสือร้ายเจ้าสำราญในสนามบาสโดยสิ้นเชิง
"ทำไม... ถึงมาดูแลฉันล่ะ" รันอินเอ่ยถามเสียงแผ่วเบa ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มของเขา "นายควรจะไปซ้อมทีมไม่ใช่เหรอพรุ่งนี้มีแข่งนัดสำคัญ"
วินเซนต์ชะงักช้อนในมือเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหลบวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาจ้องตรงด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง
"การแข่งสำคัญ... แต่คนที่นอนซมอยู่ตรงนี้สำคัญกว่า" วินเซนต์ตอบเสียงทุ้มต่ำ นํ้าเสียงจริงจังไร้ซึ่งความกวนประสาท "ตอนที่ฉันเห็นเธอล้มพับไปที่ข้างสนาม... รู้ไหมว่าฉันเกือบโยนทุกอย่างทิ้งแล้วอุบาสถวิ่งหาโรงพยาบาลแทบไม่ทัน เธอเก่งทุกเรื่องแหละรันอิน ยกเว้นเรื่องดูแลตัวเอง"
คำพูดตรงไปตรงมาแต่แฝงด้วยความห่วงใยล้นปรี่ ทำเอากำแพงในใจของรันอินพังทลายลงราบคาบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ขยายจากอกลามไปทั่วร่าง ดวงตาคู่สวยเริ่มร้อนผ่าว เธอก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้า ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต
วินเซนต์วางถ้วยลงบนโต๊ะ มือหนาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มใสออกให้อย่างอ่อนโยน นิ้วอุ่นแตะสัมผัสเบาๆ ที่หน้าผากเพื่อวัดไข้ สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมจนรันอินเผลอหลับตาพริ้มรับความอบอุ่น
"หายไวๆ ล่ะ ยัยตัวแสบ... ฉันไม่อยากทะเลาะกับคนไม่มีแรง" วินเซนต์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มนุ่มทุ้มสะั่นสะเทือนหัวใจคนฟัง "เพราะถ้าเธอหายดีเมื่อไหร่... ฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กับเธออีกยาว"
รันอินลืมตาขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เกินกว่าจะต้านทาน วินเซนต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าหาเป้าหมายช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต รันอินหลับตาลงยอมจำนนต่อสถานการณ์ หัวใจเต้นโครมครามรอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศสีชมพูพังทลายลงในเสี้ยววินาที วินเซนต์ชะงักกкаกถอยหลังด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ขณะที่รันอินสะดุ้งสุดตัวลืมตาโพรงด้วยความตกใจ
"วินเซนต์! ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น เปิดประตูให้มีอาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูตะโกนแผดลั่นมาจากหน้าห้อง พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูรัวๆ และก่อนที่วินเซนต์จะทันได้ก้าวไปล็อกกลอน ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดผางด้วยฝีมือของคนนอกที่ถือวิสาสะ มีอาในชุดเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงยืนจังกะอยู่วัยขอบประตู สีหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่แล้วดวงตาคู่โฉบเฉี่ยวก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ภายในห้อง
มีอากวาดสายตามองวินเซนต์ที่ยืนอยู่ข้างเตียง และรันอินที่นอนหน้าแดงก่ำอยู่ใต้ผ้าห่ม รอยยิ้มเหยียดหยามผุดขึ้นที่มุมปากทันที
"โอ๊ะ... ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญสินะคะ?" มีอาแค่นหัวเราะเสียงแหลม "ไม่นึกเลยว่ากัปตันฮอตผู้หยิ่งยโส จะลดตัวมาเป็นพยาบาลเฝ้าไข้ให้เด็กทุนกะEdกะEdอย่างเธอ... แต่ระวังตัวหน่อยเถอะวินเซนต์ รู้ไหมว่ายัยนี่ปิดบังความลับอะไรเน่าๆ ไว้เบื้องหลังรอยยิ้มสดใสนั้นบ้าง!"
วินเซนต์หันขวับไปมองมีอาด้วยแววตาดุดันราวกับเสือร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากจำศีล บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจนมีอาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"มีอา... เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องนี้ ไสหัวออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!" วินเซนต์คำรามต่ำในลำคอ
"หึ! นายคิดว่าไล่ฉันแล้วความลับของยัยรันอินจะหายไปเหรอ?" มีอาเชิดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มสะใจ ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดรูปถ่ายลับบางอย่างให้ทั้งคู่ดูเต็มตา "ถ้านายรู้ว่าพ่อแม่ของยัยเด็กนี่ทำอะไรไว้... นายจะไม่มีทางยืนอยู่ตรงนี้แน่!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "สแลมดังก์สื่อรัก" เสมอมานะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต•ตอนที่ 27
ความห่วงใยที่ล้นปรี่
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!