กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงบนปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของวินเซนต์ คือสิ่งเดียวที่ทำให้รันอินรู้ว่าเธอยังมีลมหายใจอยู่จริงๆ ในพื้นที่ส่วนตัวที่แคบและอึดอัดเกินกว่าจะหายใจได้ทั่วท้อง
ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววท้าทายและซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะ ตอนนี้กลับหรี่ลงครึ่งหนึ่ง โลกทั้งใบเอียงลาดไปประมาณสิบหองศา และผู้ชายตรงหน้า—กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและสายตาเยือกเย็น—กำลังกลายเป็นจุดศูนย์รวมแรงโน้มถ่วงทั้งหมดในรัศมีสามเมตร
“นาย... พูดอะไรนะ” รันอินทวนคำด้วยน้ำเสียงที่ติดจะยานคางนิดๆ แต่ยังคงพยายามรักษาฟอร์มของคนปากเก่งไว้ให้มากที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วที่จิกอยู่บนไหล่กว้างของเขาจะสั่นน้อยๆ จากฤทธิ์ของวอดก้าผสมโซดาในงานปาร์ตี้วันเกิดรุ่นพี่เมื่อสองชั่วโมงก่อน
วินเซนต์ไม่ขยับ เขายังคงตรึงร่างบางไว้ชิดกับผนังห้องพักผ่อนหลังสนามแข่ง แผ่นหลังของเธอแนบสนิทกับวอลล์เปเปอร์ลายเรียบ เย็นเฉียบ แต่ไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่ทาบอยู่บนเอวคอดกลับร้อนผ่าวจนแทบจะทะลุเนื้อผ้า
“ฉันไม่ได้พูดซ้ำ” วินเซนต์ตอบเสียงต่ำ แววตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ สติของเธอไม่ได้เต็มร้อย แต่มันกลับซื่อตรงต่อความรู้สึกข้างในมากกว่ายามปกติเสียอีก “และเธอก็ได้ยินมันชัดเจน รันอิน”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรำกันอย่างบ้าคลั่งในอกข้างซ้าย รันอินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่ประมวลผลช้าลงพยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ยิ่งเธอมองลึกลงไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น เธอกลับพบว่ากำแพงที่สร้างไว้พังทลายลงทีละน้อยอย่างน่าหงุดหงิด
“งั้นเหรอ...” รันอินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้พิษสงและเต็มไปด้วยความยอมจำนนโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวที่เคยจิกไหล่เปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาแตะที่ปกเสื้อของเขาแผ่วเบา “ถ้าฉันได้ยินชัดเจน... ทำไมนายถึงยังยืนอยู่เฉยๆ ล่ะวินเซนต์”
วินเซนต์ชะงักกึก ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่บริเวณซอกคอสะดุดไปเสี้ยววินาที ร่างสูงนิ่งงันไปกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนเมาแต่ใจความชัดเจนยิ่งกว่าตอนตื่น
“เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” น้ำเสียงของกัปตันหนุ่มแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งที่เคยมีกระจัดกระจายหายไปเหลือเพียงความคุกรุ่นบางอย่างที่ยากจะควบคุม
“รู้สิ... ทำไมจะไม่รู้” รันอินเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสุราแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่มีวันหมด “นายคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง ถึงได้คิดว่าคนอื่นเขาจะกลัวเกมปั่นประสาทของนายไปหมด... วินเซนต์ คนเก๊กอย่างนายเนี่ย บางทีก็สมควรโดนเอาคืนซะบ้างนะ”
แทนที่จะโกรธ วินเซนต์กลับหลุดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและพราวเสน่ห์ที่สุดเท่าที่รันอินเคยเห็นมาในชีวิต มือหนาที่เอวเปลี่ยนเป็นบีบกระชับแน่นขึ้น รั้งร่างเธอให้เข้ามาชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
“อยากเอาคืนเหรอ?” วินเซนต์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปากจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น “วิธีไหนล่ะ... แบบที่เธอชอบทำเวลาปากเก่งใส่ฉัน หรือว่าแบบที่เธอแอบคิดอยู่ในใจตอนนี้กันแน่”
คำพูดนั้นทำให้รันอินสะท้านเฮือก เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ปฏิกิริยาทางร่างกายซื่อตรงเสียจนน่าอาย เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อถูกอ่านทางออกจนหมดเปลือก แต่ความกรุ่นเมาทำให้ความยับยั้งชั่งใจลดลงจนถึงขีดสุด
ดวงตากลมโตมองริมฝีปากได้รูปที่ขยับพูดอยู่ตรงหน้า สลับกับดวงตาสีนิลที่พราวระยับด้วยประกายความต้องการที่เขาไม่ได้คิดจะปิดบังอีกต่อไป ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เสียงเตือนสติบอกให้ผลักเขาออกไปเสีย แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับกระซิบดังยิ่งกว่า
และแล้ว ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นหยาดน้ำ รันอินก็รวบรวมความกล้าครั้งสุดท้าย เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แล้วหลุดประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบของวินเซนต์หยุดหมุนทันที
“ถ้านายแน่จริง...” รันอินกระซิบเสียงพร่า แววตาท้าทายแต่สั่นไหวอย่างรุนแรง “นายจูบฉันไม่ได้หรอ... วินเซนต์”
ความเงียบสงัดเข้าครอบMำทันที วินเซนต์ชะงักกึกอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนที่ประกายไฟในแววตานั้นจะลุกโชนขึ้นอย่างดุดันและบ้าคลั่งในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
นิ้วเรียวของเขาเลื่อนขึ้นมาแตะที่คางสอพัลวัน ปลายคางมนถูกบังคับให้เชิดขึ้นรับสัมผัสจากเขาโดยไม่มีทางหนี สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วทำให้รันอินแทบหลอมละลาย วินเซนต์ก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือกลีบปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างรอคอย
“เธอท้าผิดคนแล้ว รันอิน” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความสั่นพร่า ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะทาบทับลงมาบดขยี้ความถือดีของเธอด้วยความเร่าร้อนและรุนแรงจนแทบขาดใจ
ร่างบางสะท้านเฮือก มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวในขณะที่โลกทั้งใบหมุนคว้าง วินเซนต์ไม่ได้แค่จูบเพื่อสั่งสอน แต่เป็นการปลดปล่อยความอดทนทั้งหมดที่สะสมมานานนับเดือนให้ระเบิดออกมาในสัมผัสเดียว รสชาติของวอดก้าเจือจางลงไปทันทีเมื่อเทียบกับความหวานล้ำที่กอบกุมสติสัมปชัญญะของเธอจนกระเจิง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่รันอินกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูก็ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดทันที
“เฮ้ย วินเซนต์ นายอยู่ในนี้... ร-อุ๊ย ขอโทษ!”
เสียงอุทานด้วยความตกใจสุดขีดของคีย์ที่ยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู ทำให้วินเซนต์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตาสีนิลคมกริบหันไปตวัดมองเพื่อนสนิทตัวดีด้วยแววตาฆ่าคน ขณะที่รันอินหน้าแดงก่ำ ซุกหน้าลงกับอกกว้างของวินเซนต์ทันทีด้วยความอับอายขายหน้า
และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรแก้สถานการณ์ ร่างของมีอาที่ก้าวตามหลังคีย์เข้ามาก็หยุดชะงัก ดวงตาคู่โฉบเฉี่ยวเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันเสมอนะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต•ตอนที่ 14
คนเมาพูดความจริง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!