“วินเซนต์! นายหยุดทำลายข้าวของในห้องชมรมเดี๋ยวนี้! ถ้าใครมาเห็นเข้า นายจะโดนพักการแข่งขันนะโว้ย!”
เสียงตะคอกของคีย์ดังก้องไปทั่วห้องพักนักกีฬา ทว่าเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อบาสสีน้ำเงินเข้มกลับไม่แม้แต่จะปรายตาหันมามอง เขากำลังเหวี่ยงกระเป๋ากีฬาใบเก่งลงกับพื้นอย่างแรงจนฝุ่นคลุ้ง ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนน่ากลัว
มือหนาคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเป็นรอบที่ร้อยของชั่วโมง หน้าจอแสดงผลสถานะที่ตอกย้ำความล้มเหลวเดิมๆ—*เบอร์นี้ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้*—มันไม่ใช่แค่การปิดเครื่อง แต่มันคือการบล็อกอย่างไร้เยื่อใย
“เธอไม่รับสาย... แม้แต่ข้อความเดียวก็ไม่อ่าน” วินเซนต์พึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่คุมไม่อยู่ เขาไม่ได้แค่โกรธ แต่มันคืออาการ 'ลงแดง' ของคนที่ขาดตัวยาทางใจไปกะทันหัน
“รันอินไม่ได้หนีไปตายที่ไหนหรอกน่า เธอแค่อยากพัก... นายกดดันเกินไปหรือเปล่าเพื่อน” คีย์ถอนหายใจพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อวินเซนต์ตวัดสายตาคมปลาบมามองเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
“พักงั้นเหรอ? พักด้วยการตัดการเชื่อมต่อกับฉันเนี่ยนะ!” วินเซนต์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสมเพชตัวเองเหลือเกิน “เธอมีปมเรื่องครอบครัว มีเรื่องที่เธอแบกไว้โดยไม่บอกฉัน... แล้วเธอก็คิดจะแบกมันไว้คนเดียวในวันที่ทุกอย่างกำลังพังลงมาเนี่ยนะ!”
เขาทุบกำแพงห้องชมรมจนเกิดเสียงดังปัง ความเจ็บปวดที่มือไม่ได้เสี้ยวของความปวดร้าวในอกที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก กัปตันทีมบาสผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อใครในสนาม กลับกำลังพ่ายแพ้ให้กับความว่างเปล่าที่เด็กสาวจอมแสบคนหนึ่งทิ้งเอาไว้
“คีย์... ไปเอารถฉันมา ฉันจะไปที่คอนโดเธอ”
“นายบ้าหรือเปล่า วิน? ถ้าไปตอนนี้แล้วยามไม่ให้เข้า หรือรันอินไม่ยอมเปิดประตู นายจะทำยังไง? ข่าวฉาวเรื่องกัปตันทีมบาสคุกคามผู้หญิงมันส่งผลกระทบต่อทีมนะเว้ย!”
วินเซนต์ไม่สนคำทัดทาน เขาคว้าแจ็กเก็ตตัวนอกมาสวมอย่างลวกๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของรันอินที่ยังติดอยู่บนปกเสื้อทำให้เขาแทบบ้า ความทรงจำยามที่เธอยิ้มให้เขาอย่างผู้ชนะผุดขึ้นมาซ้ำๆ เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจ
“ฉันสนที่ไหนล่ะว่าทีมจะเป็นยังไง!” วินเซนต์ตวาดลั่น “ถ้าไม่มีรันอิน ชัยชนะพวกนั้นมันก็แค่เศษเหล็กไร้ค่าสำหรับฉัน!”
เขาก้าวออกจากห้องชมรมด้วยความเร็วราวกับพายุ ท่ามกลางสายตาสงสัยของเพื่อนร่วมทีมที่เริ่มซุบซิบ วินเซนต์ไม่สนใจใครทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในหัวคือคอนโดของรันอิน เขาขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนด พลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... รอยยิ้มเศร้าๆ ที่เธอฝืนทำตอนบอกลา มันคือสัญญาณเตือนภัยที่เขาดันโง่เขลาไม่ยอมสังเกตเห็น
เมื่อมาถึงหน้าคอนโดหรู วินเซนต์ลงจากรถด้วยท่าทางกระวนกระวาย เขากดกริ่งห้องพักซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนในละแวกนั้นเริ่มเปิดประตูออกมามองด้วยความรำคาญ
“คุณ! จะกดอะไรหนักหนา นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว!” เสียงป้าข้างห้องโวยวาย
“ขอโทษครับ... แต่รันอินอยู่ข้างในใช่ไหมครับ?” วินเซนต์หันไปถามด้วยดวงตาที่แดงก่ำจนอีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย
“คุณหมายถึงน้องผู้หญิงที่อยู่ห้อง 402 น่ะเหรอ? เมื่อช่วงเย็นเห็นลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงไป... เหมือนจะรีบไปไหนไม่รู้ หน้าตาน้องดูไม่ดีเลย ร้องไห้ตาบวมเชียว”
หัวใจของวินเซนต์เหมือนตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ไปไหน... เธอไปไหนครับป้า!”
“ไม่รู้สิ เห็นขึ้นแท็กซี่ไปทิศทางสถานีรถไฟ”
วินเซนต์ไม่รอฟังคำตอบต่อ เขารีบหันหลังกลับ วิ่งกลับไปที่รถอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจทำเอาเขาสติแทบแตก ‘รันอิน... เธอจะทำแบบนี้กับฉันจริงๆ เหรอ’ เขาคิดในใจขณะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟใจกลางเมือง แสงไฟนีออนข้างทางพร่าเลือนไปหมด
เขาเดินตามหาทั่วสถานีเหมือนคนเสียสติ สายตาคมกริบกวาดมองทุกซอกทุกมุม จนกระทั่งเขาเห็นร่างคุ้นตาในชุดฮู้ดตัวโคร่งกำลังยืนรอรถไฟขบวนสุดท้ายของคืนนี้อยู่เพียงลำพัง
วินเซนต์รีบสาวเท้าเข้าไปหา แรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้เขาคว้าข้อมือเล็กนั่นไว้แน่นจนเจ้าตัวสะดุ้งสุดตัว
“จะไปไหน... หืม?” เสียงของเขาแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายตัวสั่น
รันอินค่อยๆ หันกลับมามอง ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้บวมช้ำจากการร้องไห้ เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามดึงข้อมือออกจากการกอบกุมของเขา “ปล่อยฉันเถอะวินเซนต์... เรื่องของเรามันควรจบตั้งแต่วันที่ฉันบอกนายแล้ว”
“จบงั้นเหรอ? ใครอนุญาตให้เธอจบ!” วินเซนต์กระชากร่างเธอเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังบางชิดกับอกแกร่ง กลิ่นไอความอ่อนแอที่เธอพยายามซ่อนไว้ทำเอาเขาสติหลุด “เธอคิดจะทิ้งฉันไปโดยไม่พูดอะไรเลยเนี่ยนะ? เธอรู้ไหมว่าฉันแทบบ้าตายอยู่แล้ว!”
“ฉันไม่มีทางเลือก...” รันอินหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง “ครอบครัวฉัน... เรื่องหนี้สินที่นายไม่เคยรู้ นายไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าความรู้สึกที่ต้องยอมแพ้เพื่อรักษาคนสำคัญมันเป็นยังไง”
“แล้วฉันล่ะรันอิน! ฉันไม่ใช่คนสำคัญของเธอหรือไง!”
วินเซนต์เชยคางเธอขึ้นมา บังคับให้สบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและดุดันของเขา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจนลมหายใจรดกัน “ถ้าเธอจะไป... ก็ต้องเดินผ่านศพฉันไปก่อน หรือไม่ก็ตอบมาว่าที่ผ่านมา... ทุกอย่างที่เธอกับฉันมีให้กัน มันเป็นแค่เรื่องล้อเล่น!”
รันอินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาที่สั่นไหวของกัปตันหนุ่มผู้ไม่เคยงอนง้อใคร เธออ้าปากค้างจะตอบ แต่ทันใดนั้น เสียงประกาศของสถานีรถไฟก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าชุดดำสองคนที่เดินตรงเข้ามาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“คุณรันอินครับ... คุณพ่อให้ผมมารับตัวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ครับ”
วินเซนต์หันขวับไปมองชายแปลกหน้า ก่อนจะกระชับอ้อมกอดรันอินแน่นขึ้นจนแทบจมหายไปกับอก “ใครกล้าแตะต้องเธอ... ข้ามศพฉันไปก่อน”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทที่ 30 นะครับ หวังว่าจะเอาใจช่วยวินเซนต์และรันอินกันต่อไปนะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต•ตอนที่ 30
กัปตันสติแตก
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!