แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือที่ทุบลงบนบานประตูไม้อย่างบ้าคลั่ง ทำเอากรอบรูปภาพวาดสีน้ำบนผนังห้องสะเทือนจนไหวโยก เสียงแหลมสูงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะของมารดากรีดผ่านช่องว่างของบานประตูเข้ามา ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็นเดิมในหัวใจของรินรดา
“รินรดา! เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ตาเมธาโทรไปบอกแม่ว่าแกกำลังถูกผู้ชายหลอกอยู่ข้างในใช่ไหม!”
ปลายนิ้วของรินรดาเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างเพรียวบางชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ภาพฝันร้ายในวัยเยาว์หวนกลับมาฉายซ้ำ—ภาพของเด็กหญิงที่มักจะถูกชี้นิ้วตัดสินว่าไร้ค่า ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวปัญหา และพร้อมจะถูกคนในครอบครัวหันหลังทิ้งขว้างไว้เบื้องหลังเสมอ ความกลัวอันดำมืดกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเธออีกครั้ง
ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้ทรุดฮวบลงกับพื้น ไออุ่นสายหนึ่งก็ทาบทับลงบนท่อนแขนอย่างแผ่วเบาแต่มั่นคง
กวินทร์ก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างเธอกับบานประตู แผ่นหลังกว้างของเขาสงบนิ่งประหนึ่งภูผาที่ไม่สะทกสะท้านต่อพายุร้าย ชายหนุ่มหันกลับมาสบตากับเธอ แววตาคู่คมสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตระหนกตกใจหรือความขุ่นเคืองแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความอ่อนโยนที่โอบอุ้มความหวาดหวั่นของเธอเอาไว้อย่างทะนุถนอม
“อย่ากลัวครับคุณริน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งเสียงอื้ออึงในหัวของเธอ “มองผมนะ... หายใจเข้าลึกๆ ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำร้ายคุณได้ทั้งนั้น”
ฝ่ามืออุ่นของเขากุมมือที่สั่นเทาของเธอไว้ครู่หนึ่ง ถ่ายทอดความหนักแน่นที่เธอไม่เคยได้รับจากใครในชีวิต ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ปล่อยมืออย่างให้เกียรติ แล้วก้าวตรงไปยังประตูเพื่อปลดกลอน
บานประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของ ‘คุณนายกานดา’ มารดาของรินรดาที่ก้าวพรวดเข้ามาในห้อง สายตาที่ถมึงทึงกวาดมองไปรอบๆ อย่างจับผิด ก่อนจะหยุดลงที่กวินทร์ สลับกับบุตรสาวที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ด้านหลัง
“แกจริงๆ ด้วย... รินรดา!” กานดาแผดเสียง ชี้นิ้วสั่นระริก “ตาเมธาพูดไม่มีผิดเลย แกแอบพาผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้องสองต่อสอง ปล่อยให้ตัวเองถูกเขาปั่นหัวจนไม่ยอมรับสายใคร ตาเมธาเขาเป็นห่วงแกแทบตาย วิ่งวุ่นโทรหาแม่ทั้งคืน! แกคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งแล้วหรือไง ถึงได้กล้าทำเรื่องงามหน้าแบบนี้!”
คำพูดทิ่มแทงเหล่านั้นพุ่งตรงเข้าใส่รินรดาเหมือนลูกศรอาบยาพิษ เมธา... เพื่อนที่เธอไว้ใจที่สุด กลับเลือกที่จะใช้วิธีนี้เพื่อต้อนเธอให้จนมุม เพียงเพราะเธอปฏิเสธที่จะทำตามความต้องการของเขา เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบห้อเลือด กำปั้นทั้งสองข้างจิกเข้าหาฝ่ามือจนเจ็บแปลบ ลำคอตีบตันจนไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาแก้ต่างให้ตัวเองได้
แต่แล้ว... ร่างสูงสง่าของกวินทร์ก็ก้าวขึ้นมาบดบังสายตาอันเกรี้ยวกราดของกานดาเอาไว้
“สวัสดีครับคุณแม่” กวินทร์ยกมือไหว้ด้วยท่าทีที่สง่างาม สุภาพ และเปี่ยมไปด้วยมารยาท ทว่าแววตาของเขากลับปราศจากความยอมจำนน “ผมชื่อกวินทร์ เป็นเจ้าของร้านหนังสือข้างๆ สตูดิโอของคุณรินครับ”
“ฉันไม่ใช่แม่ของเธอ!” กานดาสวนกลับทันควัน หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “แล้วก็ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อทำเป็นผู้ดี ตาเมธาบอกฉันหมดแล้วว่าเธอเป็นใคร มาตามตื๊อลูกสาวฉัน หวังจะเกาะรินรดาหากินล่ะสิ คิดว่าลูกสาวฉันโง่นักหรือไง!”
รินรดาสะอึกในอก ความอับอายและเจ็บปวดแล่นพล่านจนน้ำตาเอ่อคลอ เธอไม่อยากให้กวินทร์ต้องมารองรับอารมณ์บ้าคลั่งของครอบครัวเธอ ไม่อยากให้เขาต้องมาแปดเปื้อนกับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้
“แม่คะ... พอเถอะค่ะ คุณกวินทร์เขาไม่ได้...” รินรดาพยายามจะเค้นเสียงพูด
“คุณรินครับ ให้ผมคุยกับคุณแม่เองนะ” กวินทร์หันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ รอยยิ้มนั้นคล้ายสายฝนพรำที่ดับเปลวไฟในอกของเธอลงอย่างน่าอัศจรรย์
ชายหนุ่มหันกลับไปเผชิญหน้ากับกานดาอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยว แม้น้ำเสียงจะยังคงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นจนคนฟังไม่อาจมองข้าม
“คุณแม่ครับ... เมธาอาจจะมีความหวังดีต่อคุณรินในแบบของเขา แต่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ความหวังดีหรอกครับ มันคือการควบคุม” กวินทร์หยุดเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องมารดาของเธออย่างไม่หลบเลี่ยง “คุณรินรดาไม่ใช่เด็กที่ไร้เดียงสาจนดูแลตัวเองไม่ได้ และเธอก็ไม่ใช่สมบัติของใคร เธอคือผู้หญิงที่มีความสามารถ มีหัวใจที่บริสุทธิ์ และกำลังสร้างผลงานภาพวาดที่งดงามด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง”
กานดาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเจอความสุขุมที่เหนือกว่า ทว่าความถือดีทำให้เธอยังคงเชิดหน้า “เธอจะไปรู้อะไร! ฉันเป็นแม่ ฉันเลี้ยงมันมา ฉันรู้ดีที่สุดว่ารินรดามันอ่อนแอแค่ไหน ถ้าไม่มีคนคอยตีกรอบ มันก็เหลวไหลเหมือนพ่อของมันนั่นแหละ!”
คำว่า ‘เหมือนพ่อ’ กรีดลึกลงไปในรอยแผลเดิมของรินรดาจนเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“ไม่จริงเลยครับ” กวินทร์ตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น “คุณรินไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด คนที่ต้องแบกรับบาดแผลในอดีต แต่ยังคงเลือกที่จะใช้พู่กันแต้มสีสันเพื่อมอบความสุขให้คนอื่น... ไม่มีทางเป็นคนที่อ่อนแอได้หรอกครับ เธอเข้มแข็งกว่าที่คุณแม่คิดไว้มาก และถ้าจะมีใครสักคนที่ต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของเธอในตอนนี้ คนๆ นั้นควรเป็นคนที่คอยรับฟังเธอ ไม่ใช่คนที่คอยตัดสินเธอด้วยความกลัวครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ กานดาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยถูกใครสั่งสอนด้วยท่าทีที่สุภาพทว่าเฉียบคมเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันครั้งแรก
“เธอ... นี่เธอหาว่าฉันตัดสินลูกตัวเองงั้นเหรอ!” กานดาพยายามเค้นเสียงข่มขู่ แต่ความมั่นใจในน้ำเสียงเริ่มสั่นคลอน เมื่อเห็นว่ากวินทร์ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวหรือถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว ซ้ำร้าย แววตาของบุตรสาวที่เคยก้มหน้ารับชะตากรรมอยู่เสมอ บัดนี้กลับมีประกายบางอย่างที่เปลี่ยนไป
รินรดาไม่ได้ก้มหน้ามองพื้นอีกต่อไป เธอกำลังมองแผ่นหลังของกวินทร์... แผ่นหลังที่ยอมยืนต้านแรงลมเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเธอ
“ถ้าคุณแม่มาเพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจลูกสาว ผมยินดีที่จะชงชาอุ่นๆ มาต้อนรับครับ” กวินทร์เอ่ยต่ออย่างนอบน้อมแต่แฝงไว้ด้วยเส้นแบ่งที่ชัดเจน “แต่ถ้าคุณแม่มาเพียงเพราะคำยุยงของคนที่ไม่ได้มองเห็นคุณค่าในตัวเธออย่างแท้จริง... ผมคิดว่าวันนี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสำหรับการพูดคุยครับ ให้คุณรินได้พักผ่อนเถอะนะครับ”
กานดากำกระเป๋าถือแน่นด้วยความโกรธจัดที่ไม่อาจเอาชนะได้ เธอตวัดสายตามองรินรดาด้วยความผิดหวังระคนเคียดแค้น
“ดี! เก่งกันนักใช่ไหม! ถ้ารักจะเข้าข้างคนนอกมากกว่าแม่กับตาเมธาที่หวังดีกับแกมาตลอด ก็จำคำของฉันไว้เลยนะรินรดา... วันไหนที่แกถูกเขาทิ้ง วันไหนที่แกไม่เหลือใคร อย่าซมซานกลับมาหาฉันก็แล้วกัน!”
สิ้นเสียงกรีดร้อง กานดาก็หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป เสียงปิดประตูดัง ‘ปัง’ ราวกับเสียงลั่นไกปืนที่ยุติความวุ่นวายลงอย่างฉับพลัน
ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องพักอีกครั้ง... แต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและเวิ้งว้าง
รินรดายืนนิ่ง ขอบตาร้อนผ่าวจนหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดแหมะลงบนหลังมือ คำสาปแช่งของมารดายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *‘วันไหนที่แกถูกเขาทิ้ง... อย่าซมซานกลับมา’* ความกลัวเดิมๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เธอหันไปมองกวินทร์ด้วยหัวใจที่บีบรัด
เขาจะรังเกียจเธอไหม? เขาจะมองว่าครอบครัวของเธอน่าสมเพชหรือเปล่า? เขาจะถอยหนีไปเหมือนคนอื่นๆ ที่พอเห็นความวุ่นวายในชีวิตเธอแล้วก็พากันเดินจากไปหรือไม่?
“คุณกวินทร์คะ...” เสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ “ฉัน... ฉันขอโทษนะคะ ขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ คุณคง... รู้สึกแย่และผิดหวังในตัวฉันมากใช่ไหมคะ”
กวินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขาค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาเธอ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นพรมตรงหน้าเธอ เพื่อให้ระดับสายตาของเขาอยู่ต่ำกว่าเธอเล็กน้อย—เป็นการกระทำที่แสนอ่อนน้อมเพื่อปลดเปลื้องความกดดันทั้งหมดในใจของเธอ
เขายื่นมือออกมา ประคองมือที่เย็นชืดของเธอขึ้นมาไว้ในอุ้งมืออุ่นของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงบนผิวน้ำ
“ทำไมผมต้องผิดหวังในตัวคุณด้วยล่ะครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมอบให้แก่กันได้
“ก็เพราะ... ครอบครัวของฉันมันยุ่งเหยิง แม่ของฉันพูดจาร้ายกาจกับคุณ แล้วฉันก็... ขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะปกป้องตัวเอง...” หยดน้ำตาไหลอาบสองแก้มเนียนอย่างไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป
กวินทร์ส่ายหน้าช้าๆ แววตาของเขาประกายไออุ่นที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง
“ผมไม่ได้มองเห็นความยุ่งเหยิงเลยครับคุณริน... สิ่งที่ผมเห็น มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวมานานเกินไปแล้ว ผู้หญิงที่ถูกคนรอบข้างคาดหวังและบงการ จนลืมไปว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะมีความสุข”
เขากระชับมือเธอแน่นขึ้นอีกนิด ถ่ายทอดความจริงใจผ่านสัมผัสที่ซึมลึกเข้าสู่หัวใจ
“คุณไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ และไม่ต้องกลัวว่าผมจะหายไปไหน... ต้นไม้ไม่ได้เติบโตได้เพราะท้องฟ้าที่สดใสตลอดเวลาหรอกนะครับ มันหยั่งรากลึกได้ก็เพราะมันผ่านพายุมาด้วยกัน และถ้าคุณรินอนุญาต... ผมอยากเป็นผืนดินที่คอยรองรับและโอบกอดคุณไว้ ในทุกๆ วันที่คุณเหนื่อยล้า”
วินาทีนั้นเอง... ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างพังทลายลงในส่วนลึกที่สุดของหัวใจรินรดา
กำแพงน้ำแข็งอันหนาทึบที่เธอสร้างขึ้นมาเนิ่นนานเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด กำแพงแห่งความหวาดระแวงที่คอยพร่ำเตือนว่า ‘อย่ารักใคร เพราะทุกคนจะทิ้งเธอไปในที่สุด’ บัดนี้ มันได้ละลายหายไปจนสิ้นด้วยไออุ่นจากผู้ชายคนนี้
หัวใจของเธอไม่ได้เพียงแค่เต้นระรัวด้วยความหวั่นไหวเหมือนเด็กสาว... แต่มันกำลังเต้นด้วยจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ความศรัทธา และความผูกพันอันลึกซึ้ง
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของกวินทร์ มองเห็นเงาสะท้อนของตัวเธอเองในนั้น—ไม่ใช่เด็กหญิงที่น่าสมเพชหรือไร้ค่า แต่เป็นผู้หญิงที่กำลังได้รับความรักและการทะนุถนอมอย่างไม่มีเงื่อนไข
*‘ฉันรักเขา...’*
เสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้นในใจของรินรดาอย่างชัดเจนและทรงพลัง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอกล้ายอมรับความจริงข้อนี้โดยปราศจากความกลัว เธอรักผู้ชายคนนี้... รักความอ่อนโยน รักความสุขุม รักรอยยิ้มที่เหมือนแดดอุ่นในฤดูหนาว และรักความปลอดภัยที่เขามอบให้เธอเพียงแค่เขายืนอยู่ข้างๆ
น้ำตาที่ไหลรินในตอนนี้ ไม่ใช่น้ำตาแห่งความหวาดหวั่นอีกต่อไป แต่มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจที่หัวใจอันบอบช้ำได้ค้นพบที่พักพิงที่แท้จริง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มแรกที่เปี่ยมสุขอย่างแท้จริง เธอกำลังจะเอ่ยคำขอบคุณ กำลังจะบอกให้เขารู้ว่าเขามีความหมายต่อเธอมากเพียงใดในเสี้ยววินาทีนี้
ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะทันได้หลุดรอดจากริมฝีปาก
*ครืด... ครืด...*
โทรศัพท์มือถือของกวินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างโซฟาสั่นสะเทือนขึ้นอย่างกะทันหัน หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสนทนา พร้อมรูปภาพตัวอย่างที่ปรากฏเด่นชัด
สายตาของรินรดาเหลือบไปเห็นภาพนั้นโดยบังเอิญ... และมันทำให้ลมหายใจของเธอหยุดชะงักไปในทันที
มันคือภาพถ่ายใบเก่าของชายคนหนึ่งที่ยืนเคียงข้างกับคุณพ่อของเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน—ชายผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้พ่อของเธอต้องล้มละลายและจบชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว คือข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากเบอร์แปลกด้านล่างรูปภาพนั้น:
*‘พี่ชายครับ คุณน้ากานดาไปอาละวาดที่นั่นแล้วใช่ไหม... แผนการชดใช้ความผิดให้ตระกูลของรินรดา ดำเนินมาถึงขั้นสุดท้ายแล้วหรือยัง?’*
กวินทร์ชะงักไปเมื่อเห็นสายตาของเธอที่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ แววตาอันอบอุ่นของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกวูบหนึ่ง... เป็นวูบเดียวที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพลิกคว่ำลงตรงหน้า!
***
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเปิดใจรับไออุ่นในตอนนี้ไปด้วยกันนะคะ หากชื่นชอบฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้น้ำผึ้งหยดแรกด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 21
จุดเปลี่ยนของความรู้สึก
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!