"คุณคิดว่าภาพที่เต็มไปด้วยความกลัวแบบนี้ จะมีใครอยากเสียเงินซื้อไปประดับบ้านหรือคะ รินดา?"
เสียงทุ้มต่ำของเมธาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในหอศิลป์ส่วนตัวที่กำลังเตรียมจัดนิทรรศการ เขาขยับแว่นสายตาพลางกวาดสายตามองภาพวาดชิ้นเอกของรินรดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในขณะที่หญิงสาวกำพู่กันในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"ฉันไม่ได้วาดเพื่อขาย แต่วาดเพื่อสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความมั่นใจ แม้ภายในใจจะสั่นไหวราวกับใบไม้ที่ใกล้จะร่วงหล่นจากกิ่ง
เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปพิงกับผนังที่เต็มไปด้วยผลงานของเธอ "ศิลปะไม่ใช่การบำบัดทางจิตนะรินดา ถ้าคุณอยากจะก้าวไปข้างหน้าในฐานะศิลปินอาชีพ คุณต้องรู้จัก 'ขาย' สิ่งที่คนอยากเห็น ไม่ใช่เอาบาดแผลมาประจานแบบนี้... กวินทร์อาจจะบอกว่ามันสวยงาม เพราะเขาเป็นคนใจดีเกินไป แต่โลกภายนอกไม่มีใครใจดีกับคุณเหมือนเขาหรอก"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงไปในรอยแผลเก่า รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ถูกตัดสินว่า 'ไม่ดีพอ' และ 'น่าสมเพช' เหมือนกับในวัยเด็กที่เธอมักจะเป็นส่วนเกินของครอบครัวเสมอ
"กวินทร์มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม... นั่นคือเหตุผลที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ได้" เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
"เขาแค่กำลังประคองคุณไว้เพื่อให้คุณเป็นของเล่นที่สวยงามในโลกเงียบๆ ของเขาเท่านั้นแหละ" เมธาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้รินรดาจมอยู่กับความเงียบและภาพวาดที่ดูเหมือนกำลังหัวเราะเยาะความอ่อนแอของเธอ
ภายในงานนิทรรศการที่เต็มไปด้วยผู้คนในแวดวงศิลปะ รินรดารู้สึกราวกับว่าเธอกำลังเปลือยเปล่าท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมา เธอพยายามยิ้ม แต่ทุกครั้งที่ใครบางคนก้าวเข้ามาวิจารณ์ผลงานด้วยถ้อยคำที่เฉียบคม หัวใจของเธอก็เหมือนจะหยุดเต้น กวินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลคอยส่งยิ้มให้เธอเป็นระยะ เขาสวมชุดสูทสีเทาอ่อนที่ดูสบายตาเหมือนทุกครั้ง แต่ในวันนี้ สายตาของเขาไม่ได้ทำให้ความกังวลของเธอเจือจางลงเลย
"รินครับ ใจเย็นๆ นะ" กวินทร์เดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มตัวสั่น เขาวางมือลงบนไหล่บางอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นที่ส่งผ่านเนื้อผ้าเสื้อสูททำให้รินรดาพอจะหายใจได้คล่องขึ้น
"เมธาพูดถูกค่ะกวินทร์... ฉันไม่มีทางเก่งพอที่จะยืนตรงนี้ได้หรอก ภาพวาดพวกนี้มันมีแต่ความมืดมิด... ฉันกลัว"
กวินทร์ไม่ตอบทันที เขาหันไปมองภาพวาด 'รอยร้าวในใจ' ของเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ "รินมองเห็นรอยร้าว แต่ผมมองเห็นแสงสว่างที่กำลังลอดผ่านรอยร้าวนั้นออกมานะ ดูสิ... คนที่ยืนดูอยู่ตรงมุมนั้น เขากำลังร้องไห้เพราะภาพนี้ มันไม่ใช่การประจานบาดแผล แต่มันคือการโอบกอดบาดแผลต่างหาก"
คำพูดของกวินทร์ทำให้รินรดาหันไปมองตาม ภาพวาดของเธอไม่ได้ถูกเมินเฉยอย่างที่เมธาพยายามยัดเยียดความเชื่อให้ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเช็ดน้ำตาอยู่หน้าภาพวาดของเธอจริงๆ นั่นทำให้กำแพงความมั่นใจที่พังทลายลงเริ่มถูกก่อขึ้นใหม่ช้าๆ
แต่แล้ว ความสุขที่เพิ่งก่อตัวก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของใครบางคนที่รินรดาไม่คาดคิด
ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงระยับเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าภาพวาดชิ้นสำคัญของเธอ เขาไม่ได้มองภาพวาดด้วยความชื่นชม แต่กลับทำสีหน้าเหยียดหยามอย่างเปิดเผย ก่อนจะหันมาทางรินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างกวินทร์
"คุณคือศิลปินเจ้าของผลงานขยะพวกนี้งั้นเหรอ?" เสียงของเขาดังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่กวินทร์กลับเป็นฝ่ายก้าวขึ้นมาขวางหน้าเธอไว้ ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะแสดงผลงานเบื้องหน้าของเธอ
"ถ้าคุณไม่อยากให้ชีวิตของคุณพังไปมากกว่านี้ ก็รีบถอนตัวจากนิทรรศการนี้ซะ... เพราะภาพวาดพวกนี้ มันไปขุดคุ้ยในสิ่งที่ 'คนสำคัญ' ของผมไม่ต้องการให้ใครได้รับรู้"
น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและกวินทร์ในวันที่หัวใจสั่นคลอนเช่นนี้นะคะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 22
อุปสรรคก้อนแรก
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!