ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 23

ความสนับสนุนที่ไม่มีเงื่อนไข

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ถ้าคุณยังยืนกรานจะทำต่อ ก็นับถอยหลังรอความพินาศได้เลย” คำขู่ของเมธายังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพราวกับเข็มนาฬิกาที่คอยตอกย้ำความหวั่นเกรง รินรดากำพู่กันในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนสี จิตรกรรมชิ้นสำคัญที่ควรจะงดงามกลับดูพร่ามัวในสายตาของเธอ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในสตูดิโอ กลิ่นสีน้ำมันที่เคยเป็นดั่งลมหายใจกลับกลายเป็นกลิ่นอับที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก “ริน... วางพู่กันก่อนเถอะค่ะ” เสียงทุ้มนุ่มที่แทรกเข้ามาท่ามกลางความเงียบงันไม่ใช่เสียงของความหวาดกลัว แต่เป็นเสียงของความมั่นคงที่รินรดาโหยหา กวินทร์เดินเข้ามาใกล้โดยไม่มีจังหวะลังเล มือหนาที่เปื้อนฝุ่นจากการช่วยเธอยกกล่องอุปกรณ์เมื่อครู่เอื้อมมาจับมือเธอไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นนั้นทำให้หัวใจที่สั่นคลอนเริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ “คุณได้ยินที่เขาพูดไหมคะ กวินทร์... ถ้าฉันทำต่อ มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ใครต้องเดือดร้อน หรือแม้แต่ตัวฉันเอง... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน” กวินทร์ไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ ดึงพู่กันออกจากมือเธอ วางมันลงบนถาดสีอย่างเบามือ ก่อนจะย่อตัวลงให้ระดับสายตาของเขาเสมอกับเธอ สายตาที่เขามองมาไม่มีความสงสัย มีเพียงความเชื่อมั่นที่เปี่ยมล้นราวกับจะบอกว่า ต่อให้โลกทั้งใบถล่มลงมา เขาก็พร้อมจะกางแขนรับเอาไว้ “รินมองหน้าผมนะคะ” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาจะมีให้ “คำขู่ของคนที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง คือลมพายุที่พัดผ่านมาเพียงเพื่อจะทดสอบว่ารากแก้วของคุณแข็งแรงพอไหม งานศิลปะของคุณไม่ได้แค่สวยงาม แต่มันคือตัวตนที่คุณกล้าหาญจะเปิดเผยออกมา ถ้าคุณถอยตอนนี้ ไม่ใช่แค่ผลงานที่พังทลาย แต่เป็นความภาคภูมิใจในตัวคุณเองที่จะสูญสิ้นไปตลอดกาล” “แต่เขาบอกว่ามันจะไปขุดคุ้ยสิ่งที่คนสำคัญของเขาต้องการซ่อน...” เธอแย้ง เสียงสั่นเครือ กวินทร์คลี่ยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มุมห้องที่มืดมิดดูสว่างไสวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด “ถ้าความจริงนั้นมันดำมืดจนต้องทำลายคนอื่นเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด แล้วทำไมเราต้องเกรงใจคนที่ถือครองความลับนั้นด้วยล่ะคะ? การสนับสนุนของผมไม่ใช่แค่การมาช่วยคุณยกของ หรือมาจัดวางนิทรรศการ แต่มันคือการยืนหยัดเคียงข้างคุณในฐานะพยานคนสำคัญ ว่าสิ่งที่รินทำ... มันคือสิ่งที่ควรค่าแก่การถูกจดจำ” เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบพิมพ์เขียวผังงานที่ถูกพับไว้มาคลี่ออกกางบนโต๊ะ แสงไฟสีส้มอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะตกกระทบลงบนรอยยิ้มที่มุ่งมั่นของชายหนุ่ม เขาเริ่มชี้ให้เห็นมุมจัดวางภาพที่เขาวางแผนไว้ใหม่ โดยเน้นให้ภาพวาดชิ้นที่เป็นปมปัญหาอยู่จุดศูนย์กลาง ไม่ใช่เพื่อการท้าทาย แต่เพื่อการเปิดเผยความสวยงามที่ถูกบิดเบือน “ตรงนี้ เราจะวางแสงไฟแบบ Warm White ให้ส่องกระทบผืนผ้าใบในมุมเฉียง เพื่อให้เห็นร่องรอยฝีแปรงที่ซื่อสัตย์ที่สุดของริน ส่วนตรงนี้...” กวินทร์ก้มลงขยับแผงกั้นให้เป็นระเบียบ “เราจะใช้การจัดวางที่นำสายตาผู้คนให้เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ ถ้าภาพนี้คือหัวใจของนิทรรศการ เราก็จะทำให้มันเป็นหัวใจที่เต้นแรงที่สุดในห้องนี้” ตลอดทั้งคืน กวินทร์กลายเป็นทุกอย่างให้เธอ เขาเป็นทั้งช่างภาพที่ช่วยจัดองค์ประกอบ เป็นกำลังใจที่คอยหยิบน้ำเย็นๆ มาส่งให้ และเป็นแสงสว่างที่ขับไล่ความมืดมนในใจของรินรดา ทุกจังหวะที่เขาขยับตัว ทุกคำแนะนำที่เขามอบให้ มันแสดงออกถึงความทุ่มเทที่ไม่มีเงื่อนไข เขาไม่เคยถามถึงผลตอบแทน ไม่เคยพยายามครอบครองให้เธอต้องอึดอัด มีเพียงความหวังดีที่บริสุทธิ์เหมือนหยาดน้ำค้างยามเช้า รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังตั้งใจตอกตะปูอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ภาพวาดของเธอแขวนได้อย่างสมดุลที่สุด ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกักขังไว้ในใจเริ่มทะลักล้นออกมา เธอไม่เคยได้รับความสนับสนุนที่จริงใจขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่จากเมธาที่มักจะใช้ความหวังดีมาเป็นโซ่ตรวน ไม่ใช่จากใครหน้าไหนทั้งนั้น “ขอบคุณนะคะกวินทร์... ถ้าไม่มีคุณ วันนี้ฉันคงเลิกทำทุกอย่างไปแล้ว” กวินทร์วางค้อนลง หันมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะตีความได้ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงช่องว่างเล็กน้อย รินรดารู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของเขา มันเป็นความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในท่ามกลางมรสุมที่กำลังจะมาถึง “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ผมทำ ผมทำด้วยหัวใจ... และผมเชื่อเสมอว่าดอกไม้ที่สวยที่สุดมักจะเติบโตได้ดีในดินที่ผ่านการชำระล้างแล้ว” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความอุ่นละมุน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูสตูดิโอ ตามด้วยเสียงผลักประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเมธาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยโทสะ ในมือเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเปียกชื้นราวกับถูกทิ้งไว้กลางฝน เขาโยนมันลงบนโต๊ะทำงานกลางห้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งคู่ “ถ้าพวกคุณยังอยากจะดื้อรั้นกันต่อ ก็เชิญดูนี่ซะ...” เมธาแค่นหัวเราะด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ “หลักฐานที่แสดงว่าภาพวาดที่คุณกำลังจะแสดงน่ะ... ไม่ใช่สมบัติของคุณคนเดียว แต่มันเป็นของคนที่ตายไปแล้ว และถ้าผมเอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจ รับรองว่านิทรรศการนี้จะกลายเป็นสถานีตำรวจแทนหอศิลป์ในวันพรุ่งนี้แน่นอน!” รินรดาหน้าซีดเผือด มือที่กุมกันอยู่สั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เธอหันไปมองกวินทร์ที่ยืนนิ่งสนิท ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นคลอนไปกับคำขู่ แต่มันกลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่เขาพยายามสะกดไว้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดาและกวินทร์มาตลอดนะคะ หวังว่าความรักในใจของทุกคนจะอบอุ่นเหมือนไออุ่นที่กวินทร์มอบให้รินรดานะคะ น้ำผึ้งหยดแรกค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%