ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 24

ความหึงหวงเล็กๆ

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“คุณไม่ควรอยู่ที่นี่... เมธา” เสียงของกวินทร์เรียบสนิท ทว่าในความราบเรียบนั้นกลับมีแรงกดดันมหาศาลดั่งพายุที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำ รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของชายหนุ่มข้างกาย เขาไม่ได้ตะคอก แต่เขากำลังยืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมจะปกป้องเธอจากสิ่งแปลกปลอมที่ก้าวเข้ามาทำลายบรรยากาศอันแสนเปราะบางในงานนิทรรศการภาพวาดครั้งสำคัญของเธอ เมธาไม่ได้สะทกสะท้าน เขายกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่รินรดารู้จักดีว่ามันมักจะตามมาด้วยความวุ่นวาย ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดเหลือเพียงไม่กี่คืบ สายตาคมกริบของเขากวาดมองภาพวาดทิวทัศน์ฝีมือเธอที่แขวนอยู่บนผนังสีขาวสะอาดตา ก่อนจะหยุดลงที่มือของกวินทร์ที่ยังคงกุมมือรินรดาไว้แน่น “ผมแค่แวะมาแสดงความยินดี” เมธาเอ่ยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าดวงตาที่จ้องมองกวินทร์กลับไร้ซึ่งความขบขัน “เห็นรินทร์พยายามแทบตายเพื่อโชว์ผลงานชุดนี้ ผมก็แค่อยากเห็นกับตาว่า… สิ่งที่เธอแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ มันคุ้มค่ากับคนที่เธอยอมให้เข้ามาในชีวิตหรือเปล่า” “คุ้มค่าหรือไม่ ผมว่ามันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ” กวินทร์ก้าวข้ามผ่านไหล่ของรินรดาไปหนึ่งก้าว บีบมือเธอเบาๆ เป็นสัญญาณให้รู้ว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความภูมิใจของเธอในวันนี้ “รินทร์กำลังมีช่วงเวลาที่สำคัญ ถ้าคุณมาเพื่อแสดงความยินดีในฐานะเพื่อน ก็เชิญเดินชมผลงานได้ แต่ถ้ามาเพื่อรบกวน… ผมคงต้องขอเชิญคุณออกไป” รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวในใจตัวเอง ความทรงจำเรื่องการถูกทอดทิ้งในวัยเด็กถูกกระตุกจนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าของกวินทร์ที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด ก่อนจะหันไปสบตาเมธาที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ความรักมันทำให้คนเราตาบอดได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ รินทร์?” เมธาหันมาถามเธอโดยตรง น้ำเสียงที่ใช้เปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานที่แฝงด้วยหนามแหลม “เขาก็แค่คนแปลกหน้าสำหรับเธอเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่ดูสิ… เธอกำลังหลงเชื่อใจเขาจนลืมไปแล้วว่าคนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอในวันที่ไม่มีใคร คือใครกันแน่” “เมธาพอเถอะค่ะ” รินรดารวบรวมความกล้าพูดออกไป แม้น้ำเสียงจะสั่นเครือ “นั่นมันเรื่องในอดีต ขอบคุณที่หวังดี แต่ตอนนี้รินทร์เลือกแล้ว และรินทร์มีความสุขดี” คำว่า ‘มีความสุข’ ดูเหมือนจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สาดลงบนกองไฟ เมธาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินเฉียดผ่านไหล่ของเธอไปหยุดที่หน้าภาพวาดชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่รินรดาวาดโดยมีกวินทร์เป็นแรงบันดาลใจ เขาใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามกรอบภาพอย่างถือวิสาสะ “มีความสุขงั้นเหรอ? งั้นก็ดีครับ...” เมธาหันกลับมา แววตาของเขาดูว่างเปล่าจนน่าใจหาย “งั้นก็ลองมีความสุขไปให้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน เพราะความสุขที่ได้มาจากการปิดบังความจริง... มันมักจะพังทลายลงในวันที่เจ้าของความจริงเขาจะทวงคืน” บรรยากาศในห้องโถงนิทรรศการเงียบกริบ แขกเหรื่อในงานเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ รินรดาหน้าซีดเผือด เธอรู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วง กวินทร์ขยับตัวเข้ามาโอบไหล่เธอไว้แน่น เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แล่นผ่านร่างเล็กของเธอ แม้ในห้องจะอบอวลด้วยไออุ่นของแสงไฟ “ถ้าคุณมีอะไรจะพูด ก็พูดมาตรงๆ อย่าใช้วิธีสกปรกแบบนี้” กวินทร์กดเสียงต่ำ เมธาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ แล้วหยิบซองจดหมายสีขาวที่พกติดตัวออกมา วางลงบนโต๊ะข้างๆ งานศิลปะของรินรดาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังวางระเบิดเวลา “ผมไม่ได้จะทำอะไรสกปรก กวินทร์... ผมก็แค่เอา ‘ความทรงจำ’ มาคืนเจ้าของที่เขาพยายามลืมมันไป” เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ผายมือไปที่ซองจดหมายนั้นด้วยท่าทางสุภาพที่ดูโอหัง “หวังว่างานนิทรรศการของคุณจะจบลงด้วยดีนะครับ รินทร์... แต่ผมเตือนไว้ก่อนนะ บางภาพน่ะ ถ้ามองนานไปมันจะทำให้เรารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ข้างหลังมากกว่าความงดงาม” เมธาหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจคนทั้งสอง รินรดามองซองจดหมายบนโต๊ะด้วยความรู้สึกพรั่นพรึง มือที่กวินทร์กุมไว้อยู่เริ่มชื้นเหงื่อ “อย่าเปิดมัน” กวินทร์เอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ซองจดหมายนั้นด้วยความหวั่นเกรงที่ไม่ต่างกัน “กวินทร์คะ...” รินรดาหันไปสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริก “เขารู้เรื่องอะไร? ทำไมเขาถึงพูดเหมือนกับว่า... มีเรื่องบางอย่างที่รินทร์ลืมไป?” กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิต ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาโดยไม่รอให้เธอเป็นคนทำ เขาฉีกซองออกช้าๆ นิ้วเรียวยาวหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา... รูปถ่ายที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ในภาพนั้น... คือภาพของกวินทร์ที่ยืนอยู่ข้างเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งที่มีใบหน้าคุ้นตาเป็นที่สุด เด็กหญิงที่เธอก็คือ ‘ตัวเธอเอง’ ในวัยเยาว์ และที่มุมภาพมีตัวอักษรเขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคยกำกับไว้ว่า *‘สัญญาของเรา... วันที่ความทรงจำพังทลาย’* รินรดาเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแปลบแล่นเข้าสู่สมองจนต้องทรุดตัวลงกับเก้าอี้ข้างๆ กวินทร์รีบประคองเธอไว้ แต่ทว่าดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “เธอจำไม่ได้จริงๆ ใช่ไหม...” กวินทร์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือกว่าที่เคยเป็นมา “เรื่องทั้งหมดที่เราพยายามเริ่มใหม่... ความจริงแล้วมันไม่ได้เริ่มที่ร้านหนังสือ แต่มันจบลงที่บ้านหลังนั้น... บ้านที่เธอถูกทอดทิ้งในวันนั้น และผม... ผมคือคนที่อยู่ตรงนั้นกับเธอ!” ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของผู้คนในงาน รินรดาจ้องมองรูปถ่ายในมือ กวินทร์ไม่ใช่คนแปลกหน้า... เขาคือคนที่เธอหวาดกลัวที่สุดในความทรงจำที่หายไป และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงนี้... ในฐานะคนรักที่เธอเพิ่งมอบหัวใจให้ไปทั้งดวง ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนี้ไปกับรินรดาและกวินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากใจ... น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%