“คุณกำลังทำตัวเป็นเด็กขี้ขลาดนะริน”
เสียงของเมธาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันจางๆ เขาไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบนั้นกลับบาดลึกลงไปในใจของรินรดามากกว่าการตวาดด่า ร่างบางที่นั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบที่ยังวาดไม่เสร็จชะงักมือ ปลายพู่กันที่เปื้อนสีฟ้าหม่นสั่นไหวจนหยดลงบนพื้นไม้เป็นรอยด่าง
รินรดาไม่หันไปมอง เธอรู้ดีว่าเมธากำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยแววตาแบบไหน สายตาที่ฉายแวว ‘หวังดี’ จนน่าอึดอัดใจ แววตาที่มองเธอเป็นเพียงตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ต้องคอยประคองไว้ในตู้กระจกเพื่อไม่ให้แตกสลาย
“ฉันไม่ได้ขี้ขลาด... แค่รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เวลา” รินรดาตอบเสียงแผ่ว พยายามบังคับให้มือหยุดสั่น
“เวลาเหรอ?” เมธาก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายที่คุ้นเคยขยับเข้ามาใกล้จนเธอกลั้นหายใจ “คุณรอเวลามาทั้งชีวิตริน ตั้งแต่พ่อคุณทิ้งไป ตั้งแต่ภาพวาดรูปแรกที่คุณตัดสินใจฉีกทิ้งเพราะกลัวคนอื่นวิจารณ์ แล้วดูตอนนี้สิ ความกลัวนั่นกำลังพรากทุกอย่างไปจากคุณ กระทั่งคนที่คุณคิดว่าเขาจะเข้าใจคุณอย่างกวินทร์ เขาก็แค่กำลังรอให้คุณพังลงมาในสักวันหนึ่งเท่านั้นแหละ”
“พอที!” รินรดาวางพู่กันลงแรงๆ จนเกิดเสียงดังกระทบโต๊ะ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยดน้ำที่พยายามกักเก็บไว้ “อย่าเอาเรื่องของกวินทร์มาเกี่ยว เขาไม่เหมือนคุณ... และเขาไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าแบบที่คุณกำลังทำอยู่”
เมธาชะงัก สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของเพื่อนสนิท เขาโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ในวงแขนที่พิงกับโต๊ะวาดรูป “ที่ฉันทำ เพราะฉันรู้ดีที่สุดว่าโลกข้างนอกนั่นมันโหดร้ายแค่ไหน ริน... การที่เขามาทำดีกับคุณ มันก็แค่การทดลองของคนที่มองเห็นงานศิลปะเป็นสินค้า การที่คุณอยากหนีไปจากที่นี่ คือการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดแล้ว เชื่อฉันเถอะ”
รินรดาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง คำพูดของเมธาไม่ใช่แค่การโน้มน้าว แต่เป็นคำสั่งที่แฝงไว้ด้วยโซ่ตรวน เธอหันกลับไปมองภาพร่างบนผืนผ้าใบ—ภาพชายคนหนึ่งที่กำลังอ่านหนังสือในร้านเล็กๆ ที่อบอุ่นไปด้วยไอรัก—ภาพที่เธอวาดด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นมาตลอด แต่วันนี้เมื่อมองมันอีกครั้ง เธอกลับเห็นเพียงความว่างเปล่าและความล้มเหลวที่ตอกย้ำว่าเธอไม่มีทางคู่ควรกับความสุขที่สวยงามขนาดนั้น
ทันทีที่เมธาเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดทับ รินรดาก็ทรุดตัวลงกับพื้น ภาพวาดนับสิบชิ้นในห้องถูกเธอคว่ำหน้าลง เธอเริ่มกวาดข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางด้วยมือที่สั่นเทา เธอต้องหนี... หนีจากความคาดหวัง หนีจากสายตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตาของกวินทร์ที่เธอรับไม่ไหวอีกต่อไป ยิ่งเขาดีกับเธอมากเท่าไร ความเปราะบางในใจเธอก็ยิ่งแตกร้าวมากเท่านั้น
เธอเดินลากกระเป๋าออกมายังถนนสายแคบที่เชื่อมต่อกับร้านหนังสือของกวินทร์โดยไม่รู้ตัว ราวกับร่างกายมีความทรงจำที่ฝืนไม่ได้ ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านหน้าร้าน แสงไฟสีนวลตาจากภายในก็สาดส่องออกมา ร่างสูงโปร่งของกวินทร์ยืนถือถ้วยชามีควันฉุยอยู่ในมือ เขากำลังจะผลักประตูออกมาพอดี
“ริน? ดึกขนาดนี้แล้ว...” สายตาของเขาสบเข้ากับกระเป๋าเดินทางในมือของเธอ รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยทำให้ใจเธอเต้นแรงจังหวะหนึ่งกลับกลายเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความผิดบาป “จะไปไหนเหรอครับ?”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีด ความรู้สึกอยากหนีพุ่งพล่านจนเธอทำได้เพียงก้มหน้ามองพื้นถนน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียง เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไป น้ำตาจะพรั่งพรูออกมาจนหมดความอดทน
“ผมถามว่าคุณจะไปไหน... รินรดา” กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างอย่างให้เกียรติเสมอ แต่ในยามนี้มันกลับดูเหมือนกำแพงสูงชันที่เธอข้ามผ่านไม่ได้
“ฉัน... ฉันแค่อยากพักค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือ “ฉันเหนื่อย... ฉันไม่อยากเป็นตัวภาระของคุณอีกต่อไปแล้ว”
กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะข้างประตู เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาของเขามีบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความเด็ดเดี่ยวที่น่าตกใจ
“ถ้าคุณคิดจะหนีไปเพราะกลัวความเปราะบางของตัวเอง ผมก็คงต้องบอกคุณตรงๆ ว่า... คนที่กำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตคุณในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอให้คุณหนีไปนะครับ”
กวินทร์เอื้อมมือไปแตะที่สายกระเป๋าของเธอเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ถามว่าเขาหมายถึงใคร เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นจากมุมถนนด้านหลัง เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าพวกเขา ก่อนที่เจ้าของร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบจะก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาแทบหยุดชะงัก
“ในที่สุดก็เจอตัวเสียที รินรดา... ทนายความของคุณบอกว่าคุณอยู่ที่นี่สินะ” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะส่งเอกสารในมือให้เธอ “เซ็นใบหย่าฉบับนี้เสีย แล้วทิ้งงานวาดภาพไร้สาระนั่นไปซะ ก่อนที่ผมจะแจ้งความจับกวินทร์ในข้อหาพรากผู้เยาว์ที่บรรลุนิติภาวะแล้วไปจากครอบครัวคุณ!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ น้ำผึ้งหยดแรกค่ะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 25
ความเปราะบางของใจ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!