"อย่าได้หลงเชื่อคำลวงที่อาบยาพิษนั่นเลย ริน... กวินทร์ไม่ใช่คนที่จะอยู่เคียงข้างเธอไปตลอดหรอก เขาแค่กำลังรอจังหวะที่จะวางมือจากเธอเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยทิ้งเธอไป"
น้ำเสียงของเมธาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของรินรดา หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในร้านหนังสือที่เงียบเหงา มือเรียวสั่นเทาขณะกำพู่กันไว้แน่นจนนิ้วซีดเผือด เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังคนนั้น
"คุณเมธาคะ..." รินรดาเค้นเสียงออกมาเบาหวิว "ทำไมคุณต้องพูดเหมือนกับว่าคุณเห็นอนาคตที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆ ฉันด้วยล่ะคะ?"
เมธาเดินอ้อมมาข้างหน้า เขาวางมือลงบนขอบโต๊ะทำงานของเธอโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองลดน้อยลง "เพราะผมเป็นคนเดียวที่คอยประคองเธอตอนที่เธอแตกสลายไงล่ะริน... ไม่ใช่เขา ไม่ใช่คนที่หายหัวไปสามเดือนโดยไม่บอกกล่าวอะไรเลยสักคำ"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ประโยคสุดท้ายของเขาเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่รัดแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก กวินทร์หายไปนานเกินไปจริงๆ นานจนเธอเริ่มตั้งคำถามกับความเชื่อใจของตัวเอง คำเตือนปริศนาที่เธอได้รับในใจเมื่อวานนี้ยังคงวนเวียนอยู่ไม่จางหาย *‘อย่าเชื่อใจคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณตอนนี้...’*
ประโยคนั้นดังขึ้นซ้ำๆ ในโสตประสาท แต่มันหมายถึงใครกันแน่? เมธาที่ยืนอยู่ตรงหน้า... หรือกวินทร์คนที่เธอกำลังเฝ้ารอด้วยความหวังที่ริบหรี่?
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน
รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองที่ประตูบานกระจก ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ทสีเทาที่ดูคุ้นตาปรากฏอยู่ตรงนั้น กวินทร์ยืนนิ่ง ใบหน้าคมสันดูอ่อนล้าแต่ในดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายอบอุ่นอย่างที่ไม่มีใครเคยเลียนแบบได้ เขายืนมองรินรดาสลับกับเมธาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ แล้วก้าวเข้ามาในร้านอย่างมั่นคง
"รินครับ... ผมกลับมาแล้วนะ"
เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาผละออกจากโต๊ะแล้วหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ "กลับมาเสียทีนะครับ หายไปนานจนผมนึกว่าคุณถอดใจทิ้งให้รินจมอยู่กับความอ้างว้างไปเสียแล้ว"
กวินทร์ไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขายังคงรักษาระดับความนิ่งสงบเอาไว้ได้ดีเยี่ยม เขาสบตาเมธาเพียงครู่ก่อนจะเบนสายตามาที่รินรดา รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนลงราวกับน้ำผึ้งที่หยดลงบนผืนผ้าที่หยาบกร้าน
"ผมขอโทษที่ต้องหายไปนานแบบนั้นนะครับริน มีเรื่องบางอย่างที่ผมต้องไปจัดการ... เพื่อที่จะได้กลับมาในวันที่ทุกอย่างพร้อมที่สุด"
เขาก้าวผ่านเมธามาหยุดอยู่ตรงหน้ารินรดา มือที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการทำงานหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กจากกระเป๋าเสื้อโค้ทขึ้นมาวางลงบนโต๊ะข้างๆ พู่กันของเธอ
"นี่คือของขวัญ... สำหรับการรอคอยที่แสนยาวนานของริน"
รินรดามองกล่องไม้ใบนั้นด้วยความลังเล หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ เธอค่อยๆ เปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่เครื่องประดับล้ำค่าหรือของขวัญหรูหรา แต่มันคือ ‘สมุดสเก็ตช์ภาพปกหนัง’ ที่เธอเคยเปรยกับเขาเพียงครั้งเดียวว่าอยากได้เมื่อนานมาแล้ว และเมื่อเธอเปิดดูหน้าแรกของสมุดเล่มนั้น น้ำตาก็รื้นขึ้นมาจนพร่ามัว
ในนั้นไม่ใช่กระดาษเปล่า แต่เป็นรูปวาดลายเส้นของเธอเองที่กำลังนั่งวาดภาพอยู่ในสวนหลังร้าน เป็นมุมที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครมองเห็นถึงความสุขที่ซ่อนอยู่ข้างในดวงตาของเธอเวลาที่เธอได้วาดรูป
"รินครับ" กวินทร์เรียกเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะหลังมือเธอ "ภาพวาดของรินไม่เคยดูไร้ค่าเลย... สำหรับผม รินคือศิลปินที่เก่งที่สุด และผมจะไม่มีวันปล่อยให้ความมืดมิดไหนมาทำลายความฝันของรินได้อีก"
เมธาที่ยืนมองอยู่ข้างๆ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความหวังดีที่บิดเบี้ยว กลายเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว "น่าประทับใจครับ... แต่รินครับ อย่าเพิ่งดีใจไป"
เมธาล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดภาพบางอย่างบนหน้าจอแล้วหันไปทางกวินทร์ "ในเมื่อคุณกลับมาแล้ว ก็คงต้องอธิบายเรื่องนี้ให้รินฟังด้วยใช่ไหมครับ? เรื่องที่ว่าทำไม... คุณถึงเป็นคนเซ็นชื่อยินยอมให้รื้อถอนที่ดินผืนนี้เพื่อเปลี่ยนเป็นอาคารพาณิชย์ตั้งแต่วันที่รินเพิ่งจะเริ่มเปิดร้าน?"
รินรดาสะอึกราวกับถูกกระชากลงสู่หุบเหว เธอมองภาพในโทรศัพท์ของเมธา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกวินทร์ด้วยสายตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยคำถามที่คาดคั้น
กวินทร์นิ่งอึ้งไปเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาที่เคยอบอุ่นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าหมองที่ยากจะหยั่งถึง เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่เขากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับยอมรับในความผิดนั้นโดยดุษณี
"ริน... มันไม่ใช่อย่างที่เห็น..." กวินทร์พยายามจะเอื้อมมือไปหา แต่รินรดาที่กำลังสับสนกลับถอยหนี
"กวินทร์คะ..." เสียงของเธอสั่นสะท้าน "บอกฉันทีว่ามันไม่จริง... ว่าคนในเอกสารนั้นไม่ใช่คุณ"
ในจังหวะที่ความเงียบเข้าครอบงำร้านหนังสือจนน่าอึดอัด กวินทร์ก็ก้มลงไปหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่เหน็บอยู่ใต้สมุดสเก็ตช์ภาพส่งให้รินรดา ซองจดหมายนั้นมีตราประทับของสำนักงานที่รินรดาคุ้นตาดี มันคือจดหมายสั่งปิดร้านที่มีลายเซ็นของผู้มีอำนาจตัดสินใจจริงคนใหม่ ซึ่งชื่อนั้น... ไม่ใช่กวินทร์ แต่มันเป็นชื่อของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขามาตลอด
กวินทร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดาด้วยความอาวรณ์ที่ยากจะพรรณนา "ริน... ลองอ่านชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่ในจดหมายฉบับนี้สิครับ แล้วรินจะรู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังจะผลักรินลงสู่ความมืดมิดจริงๆ"
รินรดาแกะซองจดหมายด้วยมือที่สั่นเทาที่สุดในชีวิต และเมื่อบรรทัดสุดท้ายปรากฏชัดแก่สายตา... เธอก็แทบหยุดหายใจ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะคะ น้ำผึ้งหยดแรกจะรอทุกคนอยู่ในตอนหน้าค่ะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 15
การรอคอยที่คุ้มค่า
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!